"เตรียม"คลอดคู่มือกลั่นกรองข้อมูลหนี้สินเกษตรกร 3 แสนราย

"กษ."เตรียมออกคู่มือกลั่นกรองข้อมูลหนี้สินเกษตรกร 3 แสนรายหลังม็อบหนี้สินเกษตรกรกฟก.ร้อง"กฤษฏา"ช่วยแก้หนี้แนวทางเดียวกับลูกหนี้ ธกส.


 

              8 ตุลาคม 2561 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้หารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) 

 

 

              ทั้งนี้ตามที่ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามที่เสนอโดยธ.ก.ส.จะให้สาขาทั่วประเทศแจ้งเกษตรกรที่เป็นสมาชิกฟก.เป็นลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือคือ เป็นหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท เป็นหนี้จากการทำเกษตรกรรม และมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 36,605 รายมาแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ธ.ก.ส. จะแบ่งเงินต้นที่ค้างชำระเป็น 2 ส่วน พักเงินต้นให้ครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50)  แล้วนำเงินต้นร้อยละ 50 แรก มาทำสัญญาใหม่ ให้เกษตรกรมาผ่อนชำระภายใน  15 ปี โดย ธ.ก.ส.จะคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ และกำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบกลั่นกรองคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ 

 

             โดยระหว่างการผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาใหม่นั้น กระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับ ธ.ก.ส. กฟก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนพัฒนาอาชีพส่งเสริมการผลิตทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ตามความถนัดของเกษตรกร โดยประสานภาคเอกชนมาสัญญารับซื้อผลผลิตหรือหาตลาดรองรับผลผลิตเพื่อให้เกษตรกรมีผลตอบแทนที่สามารถนำมาชำระหนี้ตามสัญญาใหม่และมีเงินเหลือเพื่อการดำรงชีพอย่างมั่นคง


            สำหรับหนี้เงินต้นอีกครึ่งหนึ่งและดอกเบี้ยนั้น นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ หารือร่วมกับ ธ.ก.ส. ออกระเบียบการดำเนินการให้เป็นธรรมกับเกษตรกรมากที่สุด ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของเกษตรกรแต่ละราย ซึ่งจะได้มีการตกลงระหว่างลูกหนี้กับ ธ.ก.ส.เจ้าหนี้เป็นราย ๆ ไปเช่น หากเกษตรกรเสียชีวิตโดยไม่มีทายาทมารับสภาพหนี้หรือลูกหนี้เป็นผู้ป่วยทุพพลภาพหรือสูงอายุ จนไม่สามารถประกอบอาชีพได้และไม่มีรายได้ ธ.ก.ส.ก็อาจพิจารณาจำหน่ายหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาตามระเบียบของธ.ก.ส.ต่อไป สำหรับดอกเบี้ยเดิมส่วนที่ค้างไว้นั้น ธ.ก.ส.อาจจะพิจารณายกให้เกษตรกรลูกหนี้ด้วย

 

 

            สำหรับเกษตรกรลูกหนี้ธนาคารรัฐอื่น ๆ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ออมสิน และอาคารสงเคราะห์ทีธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรด้วยซึ่งกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นหนี้เกินกว่า 2.5 ล้านบาท และที่เป็นหนี้เกษตรกรอ้างว่าเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ ดูแลในส่วนนี้ด้วย


            "ขอให้เกษตรกรสมาชิกกฟก.ที่ต้องการเสนอแนวทางแก้ไขหนี้ดังกล่าวทำหนังสือระบุรายละเอียดข้อเสนอต่าง ๆ ส่งผ่านสำนักงานกฟก. จังหวัดมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำมาพิจารณาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องระดมสมาชิกทั้งหมดเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะจะเป็นการเสียทั้งเวลาประกอบอาชีพ ตลอดจนการทำมาหากิน และค่าใช้จ่ายของเกษตรกรเอง ซึ่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกฟก. เป็นปัญหายืดเยื้อมานานนับ 10 ปี โดยกระทรวงเกษตรฯได้ขอผ่อนปรนและหามาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกับธนาคารเจ้าหนี้ต่าง ๆ มาโดยตลอด และยืนยันว่า จะร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลให้เรียบร้อยและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ขณะเดียวกันรัฐบาลต้อองรักษาระบบการเงินของประเทศไม่ให้ได้รับความเสียหายหรือมีผลเสียกระทบต่อการบริหารงานของสถาบันการเงินด้วยเช่นกัน"นายกฤษฏา กล่าว


            ขณะเดียวกันที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีกลุ่มเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 2 กลุ่มมาปักหลักเรียกร้องรมว.เกษตรฯให้ช่วยแก้หนี้สินที่อยู่ระหว่างบังคับคดียึดทรัพย์ จากเป็นหนี้ธนาคารรัฐอื่น ๆ เพื่อให้แก้ไขปรับโครงสร้างหนี้แนวทางเดียวกับลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)นำโดยนางนิสา คุ้มกอง ประธานกลุ่มเครือข่ายกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้นำเกษตรกรในจังหวัดภาคกลางได้แก่ พิจิตร กำแพงเพชร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง ลพบุรี  พระนครศรีอยุธยาประมาณ 150 รายมาชุมนุมร่วมกับกลุ่มเกษตรกรอีกประมาณ 200 รายซึ่งนำโดยนายยศวัจน์ ชัยวัฒนศิริกุล ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) 

 


             โดยก่อนหน้านี้นายกฤษฏา ได้ให้กองทุนฟื้นฟูฯประสานสำนักงานบังคับคดีจังหวัดให้ชะลอการบังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาด ไปก่อนเพราะอยู่ในช่วงแก้ไขหนี้สิน ในส่วนอีกกลุ่มเป็นหนี้เกิน 2.5 ล้านบาทและเป็นหนี้นอกภาคการเกษตร  

            นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มารับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรสมาชิกกฟก. ทั้ง 2 กลุ่มโดยผู้แทนกลุ่มเกษตรกรระบุว่า คู่มือการกลั่นกรองตรวจสอบยืนยันข้อมูลหนี้สินเกษตรกรซึ่งออกโดยคณะกรรมการกฟก. เฉพาะกิจ ที่มีถึง 16 ขั้นตอน ซึ่งกว่าจะดำเนินการครบทุกกระบวนการ เป็นการจำกัดสิทธิของสมาชิกกฟก. กว่า 300,000 รายซึ่งขึ้นทะเบียนหนี้สินไว้นานแล้ว ขณะนี้มีสมาชิกกฟก. จำนวนหนึ่งซึ่งถูกธนาคารเจ้าหนี้ยื่นฟ้องศาล ศาลสั่งให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์และขายทอดตลาด อีกส่วนหนึ่งเป็นหนี้ NPA

 

            โดยหลักทรัพย์ถูกขายไปยังบุคคลที่ 3 เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์แล้ว ซึ่งต้องการให้กฟก. ยกเลิกขั้นตอนกลั่นกรองตรวจสอบเพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังระบุว่า หนี้ที่กู้ยืมมาทั้งจากธ.ก.ส. ธนาคารพาณิชย์อื่น และสหกรณ์นั้น แม้ตามสัญญาไม่ใช่เป็นหนี้ที่กู้ยืมมาเพื่อทำการเกษตรโดยตรง แต่เป็นหนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรเช่น กู้เพื่อซื้อรถจักรยานยนต์ใช้เดินทางไปดูไร่นาของตนเองหรือกู้เพื่อสร้างถังเก็บน้ำก็เพื่อเตรียมน้ำไว้ใช่ในการทำเกษตร เป็นต้น

 

 

            ผู้แทนเกษตรกรระบุว่า ตามมติครม. วันที่ 7 เมษายน 2553 เห็นชอบให้กฟก. เข้าซื้อหนี้ได้โดยชำระเงินต้นให้ครึ่งหนึ่งและปลดดอกเบี้ยให้ ส่วนเงินต้นอีกร้อยละ 50 ที่เหลือ เกษตรกรผ่อนกับสถาบันเจ้าหนี้ตามเดิม แล้วเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ จึงต้องการให้กฟก. ดำเนินการลักษณะเดียวกัน ส่วนเงินต้นที่เหลืออีกร้อยละ 50 ขอผ่อนชำระกับกฟก. 

 

            ทั้งนี้นายอนันต์ได้รับเรื่องของกลุ่มเกษตรกรไว้พิจารณาโดยระบุให้ส่งผู้แทนมาร่วมหารือกับ กระทรวงเกษตรฯ กฟก. ธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมสหกรณ์ในวันพรุ่งนี้เพื่อพิจารณาว่า มีประเด็นใดตามข้อเรียกร้องที่จะลดขั้นตอนหรือปรับให้ตรงกันได้ โดยไม่ขัดข้อกฎหมาย ซึ่งกลุ่มของนายยศวัจน์ได้เดินทางกลับไปชุมนุมหน้ากระทรวงการคลังตามเดิม ส่วนกลุ่มของนางนิสายังคงชุมนุมอยู่ที่หน้ากระทรวงเกษตรฯ

 

            ส่วนข้อที่จะต้องหารือกันในวันพรุ่งนี้จะรวมถึงเจตนารมย์ของพ.ร.บ. กองทุนและฟื้นฟูเกษตรกร พ.ศ. 2542 ซึ่งสมาชิกกฟก. อ้างว่า กำหนดให้ชำระหนี้ให้เกษตรกรได้ อีกทั้งเป็นข้อกฎหมายที่อยู่เหนือระเบียบของคณะกรรมการกฟก. เฉพาะกิจที่กำหนดขั้นตอนกลั่นกรองตรวจสอบหนี้ ขณะเดียวกันทางกฟก.ได้ระบุถึงข้อท้วงติงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำชับให้คณะกรรมการจัดการหนี้แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรให้เป็นไปตามเจตนารมย์เพื่อช่วยเหลือหนี้ที่กู้ยืมการทำการเกษตรเท่านั้น

 

 


 

Share: