ฝากขังสาวครอบครองเสื้อ "สหพันธรัฐไท"

ป. คุมตัววิน จยย.รับจ้างสาว ฝากขังศาลอาญา แจ้ง 2 ข้อหา "อังยี่ - ยุยงปลุกปั่น" ครอบครองเสื้อมีเครื่องหมาย "สหพันธรัฐไท" กว่า 400 ตัว


 

              กองปราบฯ - เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ก.ย. 61  พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. ได้ทำการเบิกตัว นางวรรณภา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “อั้งยี่” ไปทำการฝากขังยังศาลอาญาผัดแรก หลัง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นำตัวมาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อเย็นวานนี้ (12 ก.ย.) ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ามีการครอบครองเสื้อยืดโปโลสีดำที่มีแถบป้ายสีขาวแดงที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบ่งแยกการปกครอง “สหพันธรัฐไท” บริเวณหน้าอกจำนวนหนึ่ง

 

 

 

              น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเดินทางมาเป็นฝ่ายกฎหมายให้กับนางวรรณภา เปิดเผยว่า นางวรรณภาดูมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน จนไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนปกติ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้นำอาหารไปให้ แต่นางวรรณภาปฏิเสธที่จะรับประทาน เนื่องจากมีอาการปวดหัวไมเกรน แต่พอหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำในวันนี้ อาการเริ่มดีขึ้น สามารถรับประทานอาหารและดื่มนมกล่องได้บ้างเล็กน้อย

              น.ส.ภาวินี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนในชั้นสอบสวน ตนทราบเพียงว่า ทางพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนางวรรณภา ในฐานความผิด 2 ข้อหา ประกอบด้วย อั้งยี่ และ ยุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 ซึ่งนางวรรณภาก็ยังคงยืนกรานให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าสัญลักษณ์บนเสื้อดังกล่าวมีความหมายอย่างไร และไม่เคยฝักใฝ่เรื่องการเมือง เพราะเป็นเพียงแค่วินจักรยานยนต์รับจ้างทั่วไป แต่ที่มีเสื้อไว้ในครอบครองนั้น เพราะรับเสื้อดังกล่าวมาจากมารดาอีกทอดหนึ่ง เพื่อเตรียมนำไปส่งให้กับบุคคลตามรายชื่อที่มารดากำหนดมาให้เท่านั้น และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ทางมารดาจะเป็นผู้โอนเงินมาให้ ซึ่งที่ผ่านมานางวรรณภาก็ทำมาหลายครั้งแล้ว จึงไม่ทราบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนเสื้อดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารยึดไปมีจำนวน 400 ตัว

 

 

 

              น.ส.ภาวินี กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการประกันตัว ตนคิดว่าศาลน่าจะมีความเมตตา เพราะข้อเท็จจริงแล้วตัวผู้ต้องหาไม่ได้มีแนวคิดที่จะปลุกปั่น หรือแนวคิดทางการเมือง หรือมีความรู้เกี่ยวกับสหพันธรัฐไทดังกล่าว เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลอินเทอร์เน็ต ไม่พบพฤติกรรมการติดตามเพจการเมืองหรืออะไรเลย เพียงแค่ดูการ์ตูน ดูหนัง ฟังเพลงธรรมดา ตอนนี้เบื้องต้นเราได้เตรียมเงินเอาไว้จำนวน 1 แสนบาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัว จากกองทุนช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองที่เขาได้ยื่นมือเข้ามาช่วย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าศาลจะตั้งเงินประกันเท่าไหร่

 

 

 

Share: