ครูรุ่นใหม่ให้"ที่ 1ยกชั้น"เลิกจัดอันดับเน้นทักษะชีวิต

ครูรุ่นใหม่ให้"ที่ 1ยกชั้น"เลิกจัดอันดับเน้นทักษะชีวิต : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย... ชุลีพร อร่ามเนตร  qualitylife4444@gmail.com




          การจัดลำดับไม่ดี แต่หากมองย้อนกลับมา การจัดลำดับทำไปเพื่ออะไรทั้งที่เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน และการจัดลำดับเป็นเหมือนปลายยอด สิ่งสำคัญในการสอนเด็ก ให้ความรู้เด็ก คือกระบวนการเรียนรู้

          “การเรียนในชั้นเรียน ครู นักเรียนต้องจับมือและไปพร้อมๆ กัน จะใช้สูตรเดียวสอนเด็กทั้งหมดไม่ได้ เพราะแต่ละคนมีความเก่ง ความถนัด ความสามารถแตกต่างกัน หน้าที่ของครู คือเด็กคนไหนอ่อน เก่งด้านไหนต้องเสริมแรงบวกด้านนั้น และต้องค้นหาศักยภาพของเด็กแต่ละคนให้เจอ ครูต้องใกล้ชิดเด็ก และช่วยบอก ชี้แนะให้เด็กได้เห็นถึงศักยภาพ ความสามารถของตนเอง” ครูติ๊ก ชินกร พิมพิลา ครูสอนภาษาไทย โรงเรียนบ้านนาสีนวล จ.สกลนคร ครูที่มอบรางวัลที่ 1 ยกชั้นเรียน แก่เด็กๆ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

 

 

          ครูติ๊ก เป็นครูมาแล้ว 8 ปี ได้นำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง บูรณาการการเรียนภาษาไทยเข้ากับการเรียนทักษะชีวิต เรียนรู้จากวิถีชุมชนท้องถิ่น ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติ สถานที่จริง เพื่อค้นพบศักยภาพ ความสามารถของเด็กแต่ละคน กระบวนการสอน ไม่ใช่ยืนหน้าชั้นเรียนแล้วสอน แต่เป็นการพาเด็กๆ ไปท่องโลกในชุมชน นำกิจกรรมในชุมชนมาบูรณาการเข้ากับหลักสูตร

          เช่น สอนเรื่องความหมายของคำ ครูติ๊กได้ใช้ชุมชนเป็นห้องเรียน พาเด็กๆ ไปลงชุมชน เช่น เรียนรู้จากการย้อมสีผ้าจากธรรมชาติ และอธิบายความหมาย เด็กได้เห็นของจริง เกิดความเข้าใจ และทำให้เขาเกิดโปรเจกท์ การทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ดังนั้น ห้องเรียนจึงไม่ได้อยู่เฉพาะในโรงเรียน แต่อยู่ในชุมชน และผู้ทำหน้าที่ครู ก็ไม่ใช่ครูในโรงเรียนเท่านั้น แต่มีชาวบ้าน ปราชญ์ชุมชน หน่วยงานอื่นๆ มาช่วยต่อยอดแก่เด็กๆ

          ประสบการณ์ 8 ปี ทำให้ “ครูติ๊ก” รับรู้ได้ว่า การจัดลำดับให้แก่เด็กเป็นการก่อให้เกิดทัศนคติในเชิงลบ บั่นทอนเด็กกลุ่มอ่อน เป็นการตอกย้ำแก่เด็กว่าเขาไม่เก่ง ล้มเหลว บางคนอาจทำให้เขารู้สึกว่าไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากเรียนหนังสือ ทั้งที่ในวิชาทักษะชีวิต อย่าง การทอผ้า การปลูกผัก การสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ พวกเขาสามารถทำได้ดี

 

 

          หลังจากได้มีโอกาสดูการมอบรางวัลในชั้นเรียนของประเทศญี่ปุ่น พบว่าครูมอบเหรียญทองให้แก่เด็กทุกคน รวมถึงไม่ได้มีการกำหนดในเชิงนโยบายว่าครูต้องจัดลำดับแก่เด็ก แต่เป็นสิ่งที่ครูต้องพิจารณาว่าจะทำหรือไม่ หรือมีรูปแบบอื่นที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อโรงเรียน ครูในโรงเรียนเปิดโอกาสให้สามารถดำเนินการในรูปแบบอื่นๆ ได้ จึงได้มอบรางวัลที่ 1 ให้แก่เด็กทุกคน แต่เป็นที่ 1 เฉพาะด้านที่พวกเขาถนัด

          “ผมเป็นครูประจำชั้น ป.6 มาตลอด แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่มอบรางวัลที่ 1 แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 17 คน จนเกิดเป็นกระแสในโลกโซเชียล ครูมอบที่ 1 ยกชั้นเรียนแก่เด็ก เพราะเด็กมีศักยภาพแตกต่างกัน ครูต้องเริ่มศึกษาพฤติกรรมของเด็ก ความสนใจ ความถนัดก็มอบที่ 1 ในด้านนั้นๆ ซึ่งทุกคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เด็กจะได้รู้ว่าตนเองเก่งอะไร มีความสามารถอย่างไร เด็กได้รู้จักตนเอง และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กได้ เช่น เด็กที่ 1 ด้านการนวดฝ่าเท้า อนาคตเขาอาจเป็นนักกายภาพอันดับ 1 ของประเทศก็ได้ หรือเด็กที่ 1 ด้านปลูกผัก เขาอาจเป็นนักวิจัย เกษตรกรที่ดีของประเทศ การสอนเด็กรุ่นใหม่ นอกจากสร้างพื้นฐานวิชาต่างๆ ทั้งภาษาไทย สังคม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์แล้ว ต้องทำให้เขามีทักษะชีวิต รู้จักตัวตนของตนเองอีกด้วย” ครูติ๊ก กล่าว

 

 

          หลังจากที่มอบรางวัลที่ 1 ยกชั้นเรียนแล้ว ครูติ๊ก กล่าวต่อไปว่า ตอนที่เด็กได้รับประกาศอันดับ 1 ทุกคน นักเรียนเกิดคำถามว่า ทำไมทุกคนถึงได้ที่ 1 หมด จึงถามกลับไปว่าทำไมเขาอยากรู้อันดับ ซึ่งทุกคนตอบเหมือนกัน คือ พ่อแม่อยากรู้ จึงได้อธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่าทุกคนแตกต่างกัน มีความสามารถเก่งไม่เหมือนกัน อย่างเด็กคนหนึ่งเก่งประดิษฐ์เครื่องบิน จะให้เขาไปทำงานเกี่ยวกับไม้ คงไม่ถนัด ซึ่งเมื่ออธิบายอย่างนี้พวกเขาเข้าใจ และรู้ว่าตัวเองสนใจอะไร เคยทำอะไรได้ดี พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจ ไม่กดดันว่าทำไมตัวเองอ่อนกว่าคนอื่น ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ได้ค้นพบศักยภาพ ความสามารถของลูกด้วย

          “องค์ความรู้สามารถค้นหาได้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กไทยมักจะค้นหาไม่เจอ ได้แก่ ค้นหาตัวเอง เพราะการสอน หลักสูตร กระแสสังคม ทำให้พวกเขาเหมือนกันหมด นึกถึงการแข่งขัน การจัดลำดับ ซึ่งไม่ใช่ว่าการจัดลำดับไม่ดี แต่หากมองย้อนกลับมา การจัดลำดับทำไปเพื่ออะไรทั้งที่เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน และการจัดลำดับเป็นเหมือนปลายยอด สิ่งสำคัญในการสอนเด็ก ให้ความรู้เด็ก คือกระบวนการเรียนรู้ ครูต้องมองว่าอยากสอนหนังสือหรืออยากสอนนักเรียน ถ้าสอนหนังสือง่ายมากเพียงเปิดหนังสือก็สอนได้แล้ว แต่ถ้าสอนนักเรียนในขณะนี้ ต้องแปรรูปเนื้อหา จัดกระบวนการเรียนการสอน เน้นการลงมือปฏิบัติ เรียนรู้จากของจริง เพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการคิด การตั้งคำถาม ความอยากรู้ และอยากหาคำตอบ เรียนรู้อยากสนุก” ครูติ๊ก กล่าว

 

 

          ครูติ๊ก บอกว่า โชคดีที่ตัดสินใจกลับมาเป็นครูในบ้านเกิด ทำให้รู้จักและสนิทสนมกับคนในหมู่บ้าน เป็นเสมือนญาติพี่น้อง กิจกรรมการสอนต่างๆ จึงบูรณาการเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ขอความร่วมมือจากแม่ ป้า ย่าในหมู่บ้านมาช่วยสอนเด็ก เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความใกล้ชิดระหว่างเด็กกับคนในชุมชน ให้เด็กๆ ได้เห็นถึงคุณค่าบ้านเกิดของตนเอง ปลูกฝังจิตสำนึกฮักบ้านเกิด ซึ่งเมื่อพวกเขาโตขึ้นจะได้กลับมาเพื่อพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง การจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แก่เด็ก ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งครูในโรงเรียน ผู้บริหาร ชุมชน หน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมผลักดันฮักบ้านเกิด

          “สิ่งสำคัญที่จะมาเป็นครู ต้องคิดว่าเป็นครูให้ได้ทั้งกาย และจิตใจ โดยเฉพาะจิตใจที่เป็นครูจริงๆ ไม่ใช่สอนเฉพาะในโรงเรียนแล้วกลับบ้าน แต่หน้าที่ครูต้องเป็นไปตลอดชีวิต เพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหนถ้าเขารู้ว่าเราเป็นครู ทุกคนต่างก็ให้ความเคารพและคำว่าครูก็เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ดังนั้น ครูต้องทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้า หาสิ่งใหม่โดยไม่ลืมสิ่งเก่าดีงามที่มี และพยายามคิดสร้างสรรค์ต่อยอด กล้าทำในสิ่งต่างๆ กล้าเดินออกไปจากโรงเรียน กล้าแลกเปลี่ยน ทำงานร่วมกับบริบทต่างๆ ครูต้องสร้างกิจกรรม เป็นวิชาชีวิตแก่เด็ก” ครูติ๊ก กล่าว

 

 

          ก่อนจะมาเป็น“ครูติ๊ก”
          ครูติ๊ก ชินกร พิมพิลา อายุ 32 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร จบปริญญาตรีจากคณะศึกษาศาสตร์ การสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกำลังศึกษาปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต เอกภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          เคยรับราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนน้ำโสมพิทยาคม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ย้ายมารับราชการครู ตำแหน่ง ครู คศ.1 โรงเรียนบ้านนาสีนวล อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร

 

 

          ผลงาน อาทิ เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาพัฒนาเยาวชน บำเพ็ญประโยชน์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ปี2552, รางวัลเหรียญทอง ผู้ฝึกสอนการประกวดสุนทรพจน์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับจังหวัด ครั้งที่ 61 ณ จังหวัดอุดรธานี, ผู้ฝึกสอนการแข่งขันตอบปัญหาภาษาไทย เนื่องในสัปดาห์วิชาการราชภัฏวิชาการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประจำปี 2555 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, ผู้ฝึกสอนการแข่งขันตอบปัญหาภาษาไทย เนื่องในสัปดาห์วิชาการราชภัฏวิชาการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประจำปี 2556 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นต้น

Share: