"บิ๊กป้อม"สั่งเก็บฐานข้อมูลต่างชาติแก้อาชญากรรม

"บิ๊กป้อม"สั่งเก็บฐานข้อมูลชาวต่างชาติในไทย ให้เป็นระบบเดียวกัน ป้องกันปัญหาอาชญากรรม สั่งจัดการคืนพื้นที่ป่า ใช้กฏหมายกับนายทุนรุกปลูกยางพารา



 

          16 พฤษภาคม 2561  พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการระชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ครั้งที่ 4/2561 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน 

 

            โดยกล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานการปฏิรูประบบด้านความมั่นคง การจัดเก็บข้อมูลต่างด้าวที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย

 

          โดยขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงกำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการติดตามชาวต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว นักลงทุน รวมถึงแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ซึ่งจะทำการเชื่อมโยงระบบจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบเดียวกัน ตั้งแต่ที่เดินทางเข้าเมือง ที่พักอาศัย และอื่นๆ

    

          ในระหว่างการพัฒนาระบบจัดเก็บฐานข้อมูลนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้กระกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ให้คำแนะนำด้านเทคนิคการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย เร่งรัดติดตามชาวต่างด้าวที่ไม่อยู่ในระบบ เพื่อมาดำเนินการให้ถูกต้อง ทั้งนี้ยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปสำรวจการพักอาศัยของชาวต่างด้าวด้วย

  

          ในส่วนประเด็นการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไทยจะสามารถให้สัตยาบันเกี่ยวแรงงานบังคับฉบับที่ 29 ได้ในเดือน มิ.ย. นี้ โดย พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้กระทรวงแรงงานและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เข้มงวดการบังคับใช้กฎพร้อมกำชับว่ารัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยให้มีการค้ามนุษย์เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เป็นที่ยอมรับแก่ต่างชาติ โดยจะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม 

 

          "บิ๊กป้อม"สั่งจัดการคืนพื้นที่ป่า ใช้กฏหมายกับนายทุนรุกปลูกยางพารา

 

          พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการระชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ครั้งที่ 4/2561 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานว่า จากที่รัฐบาลเร่งรัดคืนพื้นที่บุกรุกป่า โดยเฉพาะในส่วนที่มีการบุกรุกเพื่อปลูกยางพารานั้น พล.อ.ประวิตร ได้เร่งรัดการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ให้นำคืนพื้นที่เพื่อการปลูกป่าที่อุดมสมบูรณ์

 

          โดยจะดำเนินการอย่างรอบครอบ ตามกฎหมาย ให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการลดปริมาณน้ำยางพาราที่ออกสู่ตลาด โดยเฉพาะน้ำยางพาราที่มาจากการบุกรุกป่า ทั้งนี้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติ และภาวะโลกร้อน ได้รายงานความคืบหน้าแนวทางการบริหารจัดการยางพาราในกำกับดูแลของรัฐบาลประมาณ  30 ล้านไร่เศษ โดยมีพื้นที่ถูกบุกรุกที่ดำเนินคดีแล้ว 226,000 ไร่

    

          ขณะเดียวกัน จะบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มนายทุนที่มีการบุกรุกอย่างเคร่งครัด โดยวางเป้าหมาย 1.2 ล้านไร่เศษ ให้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2564 โดยร่วมมือกับกระทรวงทรัพย์ฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมกันนี้จะควบคุมพื้นที่ที่ตรวจยึดได้จากนายทุน ป้องกันไม่ให้เข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีก นอกจากนี้จะเข้าสำรวจการถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ผู้บุกรุกเป็นผู้ยากไร้ เพื่อจัดระเบียบให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามแนวทางกฎหมาย และจะส่งเสริมลดการปลูกควบคู่การเกษตรผสมผสาน โดยวางเป้าหมายในพื้นที่ 7 ล้านไร่

 

             

Share: