เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1269ประจำวันที่ 23 กันยายน 2559

จับกระแสออนไลน์

“สุภา” ของแสลง “ยิ่งลักษณ์”

ในจังหวะเร่งของคณะกรรมการป.ป.ช.ที่นำโดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ในฐานะประธาน กำลังเร่งเคลียร์คดีให้ได้ตามเป้า หลายเรื่อง เลยได้เห็นความคืบหน้าแบบผิดหูผิดตา ผลออกมามีทั้งถูกใจและไม่ถูกใจสังคม

ล่าสุด คณะกรรมการป.ป.ช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น กรณีมีหน้าที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในการกักเก็บ ควบคุมระบายหรือบริหารจัดการน้ำ เป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัย ในปี 2554

โดยป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งให้นางสาวยิ่งลักษณ์ทราบ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า คนที่จะมานั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ เรื่องนี้ คือ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.

ร้อนถึงเจ้าตัว น.ส ยิ่งลักษณ์ จะอยู่เฉยได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงส่งนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจเข้ายื่นหนังสือถึงประธานป.ป.ช. เพื่อคัดค้านการแต่งตั้ง น.ส.สุภา ในกรณีถูกกล่าวหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 คดี ที่ น.ส สุภา นั่งหัวโต๊ะไต่สวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับนางสาวยิ่งลักษณ์

สิ่งที่น่าสนใจ คือ นายนรวิชญ์ บอกว่า การยื่นคัดค้านครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 แล้ว โดย 7 ครั้ง ก่อนหน้านี้เป็นการยื่นตามระบบของป.ป.ช. แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆโดยการยื่นครั้งนี้ล่าสุด ทีมทนายได้นำประเด็นรายละเอียดการเบิกความของนางสาวสุภาในฐานะพยานโจทก์ ในคดีโครงการรับจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มายื่นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาคัดค้านนางสาวสุภาเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนฯด้วย

"ในสมัยที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น.ส.สุภา เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและเป็นประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ก็มีเหตุให้ข้อมูลการปิดบัญชีหลุดออกไปถึงมือนักการเมืองฝ่ายค้านในขณะนั้น นอกจากนี้ น.ส.สุภาและนายวิชา ยังเคยไปเป็นพยานเบิกความในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งถือเป็นคู่ขัดแย้งอย่างชัดเจน น.ส. ยิ่งลักษณ์ จึงเห็นว่าจากข้อเท็จจริงดังกล่าว หากปล่อยให้นางสาวสุภา เป็นประธาน อนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง และนายวิชาที่พ้นตำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. ไปแล้วกลับมาเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงอีก จะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไต่ส่วนข้อเท็จจริง ทั้งๆ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีทั้งหมดถึง 9 ท่าน แต่เหตุใด ถึงให้นางสาวสุภาเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ถึง6คดี " นายนรวิชญ์ กล่าว

จากนี้ คงต้องติดตามต่อไปว่า ประธานป.ป.ช.เมื่อพิจารณาคำร้องคัดค้านของนางสาวยิ่งลักษณ์ แล้ว จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลโดยให้กรรมการป.ป.ช.รายอื่นมาเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนฯแทนนางสาวสุภา หรือไม่

ถ้าหากคำขอคัดค้านรับฟังไม่ขึ้น กระบวนการทำงานของ ป.ป.ช.ก็จะเดินหน้าต่อไปทันที โดยขั้นตอนหลังจากนั้นป.ป.ช.จะได้ไต่สวนพยานหลักฐาน ทั้งในส่วนรายละเอียดเอกสารพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวผู้ร้องเรื่องดังกล่าวมายังป.ป.ช.

หากพบว่า คำร้องมีมูล ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องก่อน ถึงขั้นตอนให้ผู้ถูกกล่าวหา เข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หากบุคคลดังกล่าวมีข้อมูลสามารถหักล้างพยานหลักฐานของป.ป.ช.ที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ เมื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ สรุปเรื่องแล้วชงเข้าที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ เรื่องก็อาจถูกตีตกก็ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถ แก้ข้อกล่าวหาได้ ก็มีโอกาสสูงที่ที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ จะพิจารณาชี้มูลความผิดหรืออาจมีความเห็นแย้งกับสำนวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนฯที่เสนอเข้ามา

โดยตีกลับสำนวนให้ไปไต่สวนในประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้ามีคนจำนวนไม่น้อย รวมถึงตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมองว่า น.ส. สุภา ถือเป็นของแสลงสำหรับตน

(ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์)

อ่านคอลัมส์อื่นๆใน เนชั่นสุดสัปดาห์ : จับกระแสออนไลน์

อ่านฉบับย้อนหลัง

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1269

สมัครสมาชิกวันนี้

ฉบับออนไลน์1,200 บาท/ปี