เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1267ประจำวันที่ 9 กันยายน 2559

จับกระแสออนไลน์

"ประยุทธ์" เปิดใจ ผลงาน 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 59 จะมีการแถลงผลงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสที่รัฐบาลเข้าบริหารประเทศครบ 2 ปี รัฐบาลได้จัดทำหนังสือรวบรวมผลงาน 2 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยหนังสือผลงานรัฐบาลดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้เขียนบทส่งท้ายด้วยตัวเอง ซึ่งมีเนื้อหาเปรียบประเทศไทย เป็น “บ้าน” มีประชาชนเป็น “ผู้อยู่อาศัย” และมีรัฐบาลเป็น “พ่อบ้าน” ซึ่งบ้านจะแสนสุขได้ผู้อยู่อาศัยทุกคนต้องรู้รักสามัคคี และอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

โดยบทส่งท้ายของหนังสือผลงาน 2 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒ ปี การดำเนินงานของรัฐบาล หากเปรียบประเทศเป็น “บ้าน” และประชาชนเป็น “ผู้อยู่อาศัย” ดังนั้น “บ้านแสนสุข” ก็คือบ้านที่ผู้อยู่อาศัยทุกคนมีความรู้รักสามัคคี และอยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติสุข ตามวิสัยทัศน์ของเรา ที่ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” ดังนั้นรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่เหมือน “พ่อบ้าน” ย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้สมาชิกทุกคนในบ้าน ทั้งคนในครอบครัว คนสวน คนขับรถ คนรับใช้ แม่ครัว ยามฯลฯ ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด ไม่ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ไม่สร้างความขัดแย้ง และไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ เป็นต้น

ดังนั้น ไม่เพียงพ่อบ้านที่จะต้องมี“ธรรมาภิบาล” แต่ทุกคนก็ต้องมี “จิตสำนึก”ด้วย และเมื่อหลายบ้าน หลายครอบครัว รวมกันเป็นหมู่บ้าน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และประชาคมโลก เราย่อมต้องมีกติกาในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้ทุกคน ทุกบ้าน อยู่ร่วมด้วยอย่างผาสุก อย่างไรก็ตาม ทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนเลว ผสมปนเปกันไป แต่ถึงอย่างไร ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันเท่านั้น ไม่มีทางเลือกให้เป็นอย่างอื่น

หลักการข้างต้นเป็นหลักพื้นฐานที่รัฐบาลยึดถือเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา แต่การที่รัฐบาลในฐานะ “พ่อบ้าน” จะแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ความไม่เป็นธรรมในสังคมและความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ที่สั่งสมมา เป็นระยะเวลายาวนานนับ ๑๐ ปี ให้สำเร็จได้นั้น จำต้องอาศัยเวลา ความร่วมมือและการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ต่างกับการฟื้นฟู “ผู้ป่วย” ให้เป็น “นักกีฬา”

ทั้งนี้ “แผนที่นำทาง” (Roadmap) ของเรากำหนดไว้ ๓ ระยะ เพื่อให้ทุกคนเห็นที่หมาย เส้นทาง และวิธีการปฏิบัติ ในการ “เดินไปข้างหน้า” ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยระยะเร่งด่วนคือการ “คืนความสุข” ยุติ ความขัดแย้ง แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างกลไกในการแก้ปัญหาในระยะยาว จากนั้นระยะที่ ๒ คือการ “สร้างความหวัง” ด้วยการวางรากฐานการพัฒนา เตรียมการปฏิรูป และกำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวในทุกมิติ เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมือง ลดความเหลื่อมล้ำและรักษาความยุติธรรมในสังคม รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในระยะที่ ๓ เพื่อ “เติมรอยยิ้ม” ให้กับสังคมไทย ประเทศไทย

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา “การเปลี่ยนผ่านประเทศ” นี้ เราจะต้องเอาชนะอุปสรรคและความท้าทายที่สำคัญ คือ (๑) “แรงปะทุจากภายใน ” ได้แก่ ความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ และการทุจริตคอร์รัปชัน และ (๒) “แรงกดดันจากภายนอก” ได้แก่ กระแสโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เป็นต้น

แนวทางสำคัญที่รัฐบาลยึดถือปฏิบัติ อันเป็น “ กุญแจสู่ความสำเร็จ ” ได้แก่ (๑) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งยึด “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” และเน้น “การระเบิดจากข้างใน” สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2030) ขององค์การสหประชาชาติ (๒) กลไกประชารัฐ นอกจากจะเป็นการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ในการขับเคลื่อนประเทศแล้ว ยังเป็นการสร้างความสามัคคี ในทุกระดับ เป็นที่มาของ “ พลังอำนาจของชาติ ” ที่ไม่มีตัวตน แต่ทรงพลานุภาพ และ (๓) เทคนิคการบริหารราชการแบบบูรณาการ ทั้งแผนงาน ทรัพยากร และงบประมาณ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบราชการไทย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ” โดยที่ต้องเข้มแข็งไปด้วยกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังความสำเร็จจากการบริหารราชการ ๒ ปีของรัฐบาล เกิดจากการทำงาน อย่างบูรณาการและประสานสอดคล้องของ ๕ เสาหลัก ได้แก่ ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การต่างประเทศ รวมทั้งกฎหมายและระบบราชการ จนประเทศไทยของเรา ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อาทิ ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่ประธานกลุ่มประเทศ G77 และมีผลการจัดอันดับที่สำคัญของโลกในทิศทางที่ดี ได้แก่ (๑) การจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน(CPI) “ ดีขึ้น ” เกือบ ๓๐ อันดับ (๒) การประเมินสถานการณ์คอร์รัปชัน ในสายตาชาวต่างชาติ “ดีที่สุด” ในรอบ ๖ ปี และมีความโปร่งใส “ ดีที่สุด ” ในรอบ ๑๐ ปี

(๓) การจัดอันดับประเทศที่มี “ความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก” หรือมีความสุขมากที่สุดในโลก ๒ ปีต่อเนื่อง (๔) การจัดอันดับ ๖๐ ประเทศที่ดีที่สุด ไทยอยู่ในอันดับแรกในอาเซียน (๕) การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศของสถาบันการจัดการนานาชาติ (IMD) “ดีขึ้น” ๒ อันดับ และ (๖) การจัดอันดับดัชนี e-Government ขององค์การสหประชาชาติ (UN) “เลื่อนขึ้น” ๒๕ อันดับ นอกจากนี้ รัฐบาลแสดงความจริงใจในการ แก้ปัญหาตามแนวทางสากล และสามารถแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยถือเป็น“วาระแห่งชาติ” มีความคืบหน้าจนสหรัฐอเมริกาได้ปรับระดับในรายงานการค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี ๒๕๕๙ “ดีขึ้น” เป็นระดับ 2 Watch List ซึ่งอาจส่ง “ผลดี” ต่อการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing)ของสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันอีกด้วย

ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ ๒ ของ RoadMap ของเราและรัฐบาลนี้ คงเหลือเวลาในการบริหารราชการแผ่นดินอีกเพียงปีเศษ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปจนถึงการส่งมอบภาระหน้าที่ให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งนี้การเปลี่ยนผ่านประเทศในครั้งนี้ เราต้องเอาชนะ “แรงปะทุจากภายใน” ของประเทศ และ“แรงกดดันจากภายนอก” ของโลกให้จงได้ หาก “สำเร็จ” ก็สามารถนำพาประเทศไปสู่การเป็น “ประเทศในโลกที่ ๑” แต่หาก “ไม่สำเร็จ” เราจะตกอยู่ใน “ทศวรรษแห่งความมืดมน”ดังนั้น สิ่งที่ประเทศชาติ “ต้องการ”

ในวันนี้ คือ ความเข้าใจ ความร่วมมือและความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ ทั้งนี้ เพื่อนำพาประเทศของเราไปสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ” เป็น“บ้านแสนสุข” ของทุกคนในวันนี้และสำหรับลูกหลานไทยในอนาคตด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

(ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์)

อ่านคอลัมส์อื่นๆใน เนชั่นสุดสัปดาห์ : จับกระแสออนไลน์

อ่านฉบับย้อนหลัง

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1267

สมัครสมาชิกวันนี้

ฉบับออนไลน์1,200 บาท/ปี