เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1305ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2560

ปฏิทินข่าว วันที่ 20 ต.ค. 2560

ผลการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก - IMF

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2560 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 12 - 14 ตุลาคม 2560 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา สาระสำคัญของการประชุมสรุปได้ดังนี้

1. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี2560เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ว่าการธนาคารโลกและผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จากสมาชิก 189 ประเทศทั่วโลก ในปีนี้ นาย Imad Najib Fakhoury ผู้ว่าการธนาคารโลกของจอร์แดน ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นาย Jim Yong Kim ประธานธนาคารโลก และนาง Christine Lagarde กรรมการผู้จัดการ IMF ได้กล่าวสุนทรพจน์ 3 ประเด็นหลักเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนประกอบด้วย การระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์โดยมุ่งเน้นถึงการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ IMF ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกขึ้นจาก 3.2% ในปี 2559 มาอยู่ที่ 3.6% ในปี 2560 และเพิ่มเป็น 3.7% ในปี 2561 ซึ่งสะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจากการเติบโตของการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์

สำหรับประเทศไทย IMF ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ขึ้นจาก 3.2% เป็น 3.7% และได้เพิ่มประมาณการสำหรับปี 2561 จาก 3.3% เป็น 3.5% อนึ่ง ธนาคารโลกและ IMF ได้เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกเร่งปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และกฎระเบียบภายในประเทศ เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ทั้งนี้ รมว.คลังในฐานะผู้ว่าการธนาคารโลกของไทยได้นำเสนอถ้อยแถลงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของไทย ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงมาตรการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยผ่านระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (National e-Payment) นอกจากนี้ ยังได้ให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับทั้ง 2 องค์กรเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

2. การประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าการของประเทศสมาชิกกลุ่มออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของธนาคารโลกและIMF(Joint Meeting of the World Bank-IMF Southeast Asia Group (SEA Group)) ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของกลุ่มออกเสียง SEA Group ในรอบปีที่ผ่านมาและแนวทาง การดำเนินงานที่สำคัญในอนาคต พร้อมยืนยันสนับสนุนแผนการเพิ่มทุนของธนาคารโลกเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารโลกและ IMF เกี่ยวกับบทบาทของนวัตกรรมทางการเงินในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการจ่ายเงิน การโอนเงิน การออมเงิน การขอสินเชื่อ และการบริหารความเสี่ยง ประกอบกับนวัตกรรมทางการเงินสามารถช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมสำหรับผู้มีรายได้น้อยได้ และเพิ่มความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัยในการทำธุรกรรมแก่ผู้ใช้ พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนการให้บริการทางการเงิน และเพิ่มฐานข้อมูลแก่ผู้ประกอบการอีกด้วย

3. การประชุมคณะกรรมการพัฒนาการของธนาคารโลก ครั้งที่96(96thDevelopment Committee Meeting) เป็นการประชุมของผู้ว่าการธนาคารโลกที่เป็นผู้แทนจากกลุ่มออกเสียงของประเทศสมาชิกจำนวน 25 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะแนวนโยบายต่อผู้บริหารธนาคารโลก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและเกิดการพัฒนาในประเทศสมาชิก โดยครั้งนี้รมว.คลังของไทยในฐานะผู้แทนของกลุ่มออกเสียง SEA Group ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1) ความสำคัญของการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง เพราะการศึกษานอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมได้แล้ว คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

2) การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการลงทุนเพื่อการพัฒนา โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนความเชื่อมโยงในภูมิภาค

3) ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเร่งหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางเพิ่มทุนของธนาคารโลกให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2561 เพื่อให้ธนาคารโลกมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งในการดำเนินการตามพันธกิจได้ และ

4) ได้กระตุ้นให้ธนาคารโลกเป็นองค์กรที่มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการสนับสนุนประเทศสมาชิกทั้งในด้านเงินทุนและความช่วยเหลือทางวิชาการ

4. การประชุมทวิภาคีรมว.คลังได้หารือทวิภาคีกับนาง Victoria Kwakwa รองประธาน ธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างไทยและธนาคารโลกภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างการจัดทำ โดยรมว.คลังได้ชี้แจงถึงพันธกิจของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง และการเพิ่มความเข้มแข็งของโครงข่ายความคุ้มครองด้านสวัสดิการพื้นฐานให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ รมว.คลังได้หารือทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินต่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น ธนาคารมิซูโฮ จำกัด ฯลฯ โดยสถาบันการเงินต่างประเทศเล็งเห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคและอาเซียน ประกอบกับมีระบบการเงินและตลาดทุนที่แข็งแกร่ง และได้แสดงความสนใจในการสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย (Eastern Economic Corridor: EEC)

อ่านคอลัมส์อื่นๆใน เนชั่นสุดสัปดาห์ : ปฏิทินข่าว

อ่านฉบับย้อนหลัง

คลิปวันนี้

จับตาพายุลูกแรกเข้าไทยกลางกันยายน