เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1289ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

ปฏิทินข่าว

พร้อมเพย์ พลิกโฉมระบบชำระเงินของไทย

กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย พร้อมกันเปิดบริการ “พร้อมเพย์ (PromptPay)” ให้บริการรับเงินและโอนเงินทางเลือกใหม่โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือเลขประจำตัวประชาชนแทนเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร ในส่วนธุรกรรมระหว่างบุคคล เพิ่มความสะดวก และประหยัด ในการรับเงินและโอนเงินให้กับประชาชน เป็นก้าวสำคัญสู่การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีแถลงข่าว กล่าวว่า “การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ยุค 4.0 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดังนั้นภาครัฐจึงมีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนทุกภาคส่วน โดยการจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ การเปิดใช้บริการพร้อมเพย์ เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการเงินของประเทศ เพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน ลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ ส่งเสริมธุรกิจ SMEs และ e-Commerce ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในที่สุด”

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อมาว่า การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment เป็นงานที่กระทรวงการคลังให้ความสำคัญมาก ประกอบด้วย 6 โครงการย่อย ซึ่งพร้อมเพย์เป็นโครงการแรก นอกจากนี้ยังมีโครงการการขยายการใช้บัตรเดบิตและการติดตั้งเครื่องรับบัตร (EDC) การปรับปรุงระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การบูรณาการสวัสดิการและ e-Payment ภาครัฐ การสื่อสารให้ความรู้กับประชาชน และสุดท้ายเป็นโครงการพัฒนาตลาดทุน วันนี้บริการพร้อมเพย์สำหรับการโอนเงินระหว่างบุคคล สามารถให้ประชาชนที่รอใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบได้แล้ว

“ปัจจุบันการพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น สะดวก ปลอดภัย รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ National e-Payment จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยได้ในระยะยาว”

ดร. วิรไท สันติประภพ  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมสนับสนุนและผลักดันแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment โดยรับผิดชอบหลักใน 2 โครงการคือ โครงการพร้อมเพย์ และโครงการขยายการใช้บัตรเดบิต ในขั้นตอนการพัฒนาระบบพร้อมเพย์นั้น ทุกฝ่ายได้ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของระบบเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนของระบบกลาง ระบบงานของธนาคารแต่ละแห่ง และการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า โดย ธปท. ได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้ซักซ้อมและเตรียมการให้ธนาคารต่างๆ สามารถดูแลและให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการได้อย่างถูกต้อง มีวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และได้มีการประสานความร่วมมือกันหน่วยงานกำกับดูแลอื่น เช่น กสทช. กำหนดมาตรฐานและแนวปฏิบัติเพื่อให้การใช้บริการพร้อมเพย์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

“จากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินต่างๆ นี้ ธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปริมาณการใช้ e-Payment จะเพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนให้การทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับระบบการเงินไทย”

ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้รับนโยบายนี้มาบูรณาการกระบวนการทำงานต่างๆ ดังจะเห็นจากโครงการที่ 3 เกี่ยวกับระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนวิธีการส่งข้อมูลและยื่นเอกสารต่างๆ ให้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการคืนเงินภาษีเงินได้ เพิ่มทางเลือกให้สามารถรับเงินคืนผ่านบริการพร้อมเพย์ โดยกรมสรรพากรจะโอนเงินคืนภาษี โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนของผู้มีเงินได้ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

“ในส่วนโครงการที่ 4 ได้มีการบูรณาการข้อมูลสวัสดิการประเภทต่างๆ ให้มีศูนย์รวมที่สามารถตรวจเช็คความถูกต้องครบถ้วน ก่อนการนำเงินจ่ายด้วยการใช้ e-Payment ทำให้การจ่ายเงินสวัสดิการมีความถูกต้องไม่ตกหล่น การโอนเงินสวัสดิการผ่านพร้อมเพย์ได้เริ่มใช้แล้วกับสวัสดิการเงินช่วยเหลือการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเงินสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อเดือนธันวาคม 2559 และในปีนี้จะขยายไปยังการจ่ายเบี้ยคนชรา และเบี้ยยังชีพผู้พิการ ฯลฯ การเปิดให้บริการพร้อมเพย์นี้ เป็นจุดเริ่มสำคัญที่สนับสนุนให้ประชาชนมีทางเลือกที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้เงินสดมาเป็นการใช้ e-Payment”

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวในตอนท้ายว่า สมาคมธนาคารไทย และธนาคารทั้ง 21 แห่งที่เข้าร่วมโครงการมีความยินดีและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment และขณะนี้ธนาคารทุกแห่งมีความพร้อมให้บริการพร้อมเพย์อย่างเต็มที่ โดยสามารถให้บริการโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ ตู้ ATM, Mobile Banking และ Internet Banking ซึ่งทีมงานได้ทดสอบระบบจนมั่นใจว่าสามารถให้บริการได้อย่างปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว และรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมากได้

ในด้านการให้บริการกับประชาชนนั้น ได้เตรียมการทั้งในส่วนของ call center และพนักงานสาขา ให้สามารถให้คำแนะนำการใช้งานและข้อควรระวังแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม และหากมีปัญหาเกี่ยวกับการโอนเงินสามารถแจ้งได้ที่ธนาคารต้นทาง โดยสมาคมธนาคารไทยได้มีการกำหนดกระบวนการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกันไว้แล้ว ประชาชนที่ต้องการใช้บริการรับเงินผ่านพร้อมเพย์ สามารถมาลงทะเบียนผูกบัญชีด้วยเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้ที่ธนาคารที่ท่านสะดวก โดยไม่มีกำหนดปิดลงทะเบียน

หลังจากที่บริการพร้อมเพย์สำหรับบุคคลเปิดใช้แล้วนั้น ต่อไปจะเข้าสู่การเปิดใช้ในส่วนของนิติบุคคล ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และให้บริการโอนเงินตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 เป็นต้นไป ซึ่งนิติบุคคลสามารถลงทะเบียนได้ด้วยเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อรับประโยชน์จากบริการรับเงินและโอนเงิน ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กร  โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารที่ท่านสะดวก

“สมาคมธนาคารไทย มั่นใจว่าบริการพร้อมเพย์นี้จะช่วยตอบโจทย์ให้กับทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน, ธุรกิจ SME, ธุรกิจขนาดใหญ่, e-Commerce รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ให้มีการชำระเงินที่สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนการจัดการเงินสดให้กับประเทศ และช่วยสนับสนุนการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

# # #

 

ล้อมกรอบ (ปูพื้นสีต่างจากสีเนื้อหาหลัก)

พร้อมเพย์ เป็นบริการรับเงินและโอนเงินทางเลือกใหม่ที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยบริการพร้อมเพย์จะช่วยให้ประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และหน่วยงานต่างๆ สามารถโอนเงินและรับเงินได้อย่างสะดวก ประหยัด ง่าย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับเงินแทนเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารได้ ทั้งนี้ ระบบพร้อมเพย์มีระบบจัดเก็บและป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่เข้มงวด และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยของแต่ละธนาคารคอยดูแลเป็นอย่างดี

พร้อมเพย์เป็นบริการทางเลือกให้แก่ประชาชนทุกคน โดยไม่มีข้อบังคับให้ลงทะเบียนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้ที่รับเงินและโอนเงินบ่อยๆ ควรลงทะเบียนพร้อมเพย์ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากค่าธรรมเนียมที่ถูกลงมากอย่างเห็นได้ชัด

 

_____________________

อ่านคอลัมส์อื่นๆใน เนชั่นสุดสัปดาห์ : ปฏิทินข่าว

อ่านฉบับย้อนหลัง

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1289

สมัครสมาชิกวันนี้

ฉบับออนไลน์1,200 บาท/ปี