เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1288ประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560

ปฏิทินข่าว

มาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตามที่เกิดอุทกภัยในภาคใต้ 12 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พัทลุง ยะลา ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีผลทำให้ประชาชนจำนวนมากประสบความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหาย และต้องการความช่วยเหลือเป็นจำนวนมากนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ ได้เห็นว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วนไม่ได้ทอดทิ้งกันตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ในส่วนของกระทรวงการคลังนั้นได้ระดมทุกภาคส่วน และทุกความช่วยเหลือ พร้อมระดมสติปัญญาในการช่วยกันขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อกำกับดูแล และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เป็นระบบมากที่สุด หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ มีรายละเอียด ดังนี้

1. กรมบัญชีกลาง

1) ขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากเดิมที่มีวงเงิน 50 ล้านบาท เพิ่มเติมอีก 150 ล้านบาท รวมวงเงินทดรองราชการที่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีอุทกภัยในพื้นที่ 12 จังหวัด จำนวน 200 ล้านบาท

2) ขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากเดิมที่มีวงเงิน 20 ล้านบาท เพิ่มเติมอีกจังหวัดละ 80 ล้านบาท (รวมกับวงขยายเดิม 30 ล้านบาท) เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีอุทกภัยในพื้นที่ 12 จังหวัด โดยรวมวงเงินทดรองราชการที่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีอุทกภัยในครั้งนี้ได้ จำนวน 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ยังคงมีความต่อเนื่องและก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเงินทดรองราชการมีคงเหลือไม่เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือ ให้ส่วนราชการขอขยายเพิ่มเติมกับกระทรวงการคลังได้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้ 12 จังหวัด ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานอื่นๆ ที่มีวงเงินทดรองราชการสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด และปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ดังกล่าวได้

2. กรมสรรพากร

1) มาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้มีการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–31 มีนาคม 2560 มาหักภาษี ได้ 1.5 เท่า

l กรณีบุคคลธรรมดาจะหักเป็นค่าลดหย่อนได้เฉพาะกรณีบริจาคเป็นเงินเท่านั้น และเมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่นแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้

l บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งกรณีการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินแต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะฯ แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

ทั้งนี้ การหักค่าลดหย่อนของบุคคลธรรมดาใช้สำหรับปีภาษี 2560 และการหักค่าใช้จ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2560

2) ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากร สำหรับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ที่จะต้องยื่นในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2560 โดยให้นำไปยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560

3) การหักลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านซ่อมรถที่เสียหายจากน้ำท่วม

l กรณีซ่อมบ้าน ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร หรือที่อยู่ในเขตอาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดกับตัวอาคารหรือในเขตอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด ซึ่งได้รับ ความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559-31 พฤษภาคม 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ทั้งนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องมีการจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560

l กรณีซ่อมรถ ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถ หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559-31 พฤษภาคม 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ทั้งนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท โดยต้องมีการจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560

3. ธนาคารกรุงไทย

1) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยในเดือนที่ 1-3 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนที่ 4-12 หลังจากนั้นเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงินฉบับเดิม

2) สำหรับลูกค้าสินเชื่อ Home for Cash ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงินฉบับเดิม

4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

พักชำระหนี้ต้นเงินเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นระยะเวลา 1 ปี และงดคิดดอกเบี้ยปรับ

5. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2560

1) กรณีลูกค้าเดิมของธนาคารที่หลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) เสียหาย จะได้รับการลดภาระดอกเบี้ยเหลือเพียง 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก ส่วนเดือนที่ 4-12 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-2.50 ต่อปี

2) กรณีลูกค้าใหม่ หรือ ลูกค้าเดิมของธนาคารที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหาย สามารถขอกู้เพิ่ม หรือ กู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี

6. ธนาคารออมสิน

1) ให้กู้ฉุกเฉินตามความจำเป็นในวงเงินครอบครัวละ 50,000 บาท เพื่อนำไปบรรเทาปัญหา เป็นทุน หมุนเวียนในอาชีพหรือเป็นเงินทุนค้าขาย ผ่อนชำระ 5 ปี ปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน สามารถเลือกใช้บุคคล, หลักทรัพย์ หรือ บสย.ค้ำประกัน และสามารถยื่นขอใช้บริการได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560

2) บรรเทาภาระลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม สามารถพักชำระหนี้เงินต้นไม่เกิน 2–3 ปี โดยระหว่างพักชำระเงินต้น ให้ชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยปกติ 100% หรือชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 50% ทั้งนี้การขยายระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาพักชำระเงินต้น หรือไม่เกิน 2 เท่า ของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญากู้หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่ต้องไม่เกิน 20 ปี

7. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

1) พักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 6 เดือน

2) ให้วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ วงเงินต่อรายสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการ SME ลูกค้าเดิมของธนาคารใน 12 จังหวัดภาคใต้ ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace period) ไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน MLR ตลอดอายุสัญญา

8. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

พักชำระหนี้เงินต้น โดยชำระเฉพาะกำไร ระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน หลังจากนั้นให้ชำระเงินต้นและกำไร ตามสัญญาเดิม สำหรับลูกค้าธนาคารที่อยู่ในประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึง จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560

9. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

1) ขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินได้สูงสุดถึง 360 วัน

2) ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อหมุนเวียนและเงินกู้เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นให้เป็นอัตราปกติ -0.5% และส่วนเงินกู้ระยะสั้น-ยาว สามารถพักชำระหนี้เงินต้นได้สูงสุด 1 ปี

3) ลูกค้าสินเชื่อหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออกที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากอุทกภัยในภาคใต้ครั้งนี้ เนื่องจากน้ำท่วมโรงงานผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามระยะเวลา จะได้รับการขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอมที่ธนาคารอนุมัติได้สูงสุดถึง 360 วัน

10. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

1) ผ่อนผันเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ ได้แก่ มาตรการในการขยายระยะเวลาการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยจากเดิม 31 วัน เป็นไม่เกิน 91 วัน

2) มาตรการในการยกเว้นดอกเบี้ยและงดการตรวจสุขภาพในกรณีต่ออายุกรมธรรม์เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่กรมธรรม์ประกันภัยหมดอายุ

3) มาตรการในการยกเว้นดอกเบี้ยการชำระคืนเงินกู้ชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ครบกำหนดชำระ

4) อนุญาตให้ตัวแทนประกันชีวิต ตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต นายหน้าประกันวินาศภัยในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดเหตุอุทกภัยที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 สามารถขอขยายระยะเวลาพร้อมขอต่ออายุใบอนุญาตได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เหตุการณ์ที่จำเป็นสืบเนื่องจากเหตุอุทกภัยนั้นได้สิ้นสุดลง

-------------------------------------------------------

ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง รวบรวมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง มอบแก่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงาน “ประชารัฐร่วมใจช่วยอุทกภัยภาคใต้” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

อ่านคอลัมส์อื่นๆใน เนชั่นสุดสัปดาห์ : ปฏิทินข่าว

อ่านฉบับย้อนหลัง

เรื่องยอดนิยมในฉบับที่ 1288

  1. ไม่มี ‘ดีล’ ไม่เอาการเมืองนำ
  2. สินบนโรลส์-รอยซ์ สังคมจับตา อย่าให้คอยเก้อ..(ต่อ)
  3. ‘สหพันธรัฐไทย’ ก๊วนวิทยุใต้ดินและการเมือง 2 ฝั่งโขง
  4. “ขอให้มีธรรมะในใจกันให้มากๆ หน่อย เราก็จะมีอภัยทานให้กันมากขึ้น” สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (หลวงปู่อัมพร อมฺพโร)
  5. ‘ลุงตู่’ สยบดีลปรองดอง หัวใจสำคัญของ ‘ป.ย.ป.’
  6. ศึกแห่งมง-มิสยูนิเวิร์ส 2017 สวย ฉลาด จิตใจดี และโหวต?
  7. สะใจได้..แต่ให้เตรียมใจรับกับสิ่งที่จะตามมา
  8. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้นำลาวปราบโกงพุ่งพรวด
  9. แด่ รศ.วราพร สุรวดี สตรีผู้อุทิศทั้งชีวิต ให้กับ ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’
  10. พ ร ะ ร า ช า ไ ม่ เ ส ด็ จ เมืองนี้ อีกแล้ว

ข่าวด่วนเนชั่น

เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1288

สมัครสมาชิกวันนี้

ฉบับออนไลน์1,200 บาท/ปี