เนชั่นสุดสัปดาห์

บรรณาธิการ O
จากผู้อ่าน O
สุทธิชัย หยุ่น O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O

ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
สัมภาษณ์พิเศษ O
เหตุเกิดที่..อู่ทองใน O
แม่ไม้การเมือง O

สุนันท์ ศรีจันทรา O
เรื่องโม้ๆ นักเรียนนอก O
โสภณ องค์การณ์ O
เทพชัย หย่อง O
ปักกลดกลางป่ากระดาษ O
เล่าเรื่องจากโรงเรียน O
คิดจากความว่าง O
พลวัตจีน O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O

สิงห์สนามหลวง O

ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O
เรื่องเล่าของคนเดินทาง O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 

ข่าวต่างประเทศ / วิโรจน์ ภัทรทีปกร

3 ปีแห่งการรอคอย 'รัฐบาลอิรัก'

หลังการเจรจาเพื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรียืดเยื้อมา 5 เดือน นับตั้งแต่จัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมกราคม ในที่สุด อิรักก็ได้รัฐบาลถาวรจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นับตั้งแต่การโค่นล้มรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 2546

"ผมจะวางกรอบเวลาเพื่อโอนถ่ายภารกิจความมั่นคงมาสู่กองกำลังอิรัก โดยยุติบทบาทของกองกำลังนานาชาติ" นายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกิ กล่าว พร้อมย้ำว่า การเสริมสร้างเสถียรภาพในอิรัก ถือเป็นภารกิจอันดับแรกของรัฐบาล

สมาชิกรัฐสภาอิรักจำนวน 275 คน ได้ลงมติรับรองคณะรัฐมนตรี 39 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยนายกรัฐมนตรีอัล-มาลิกิ ซึ่งเป็นชาวชีอะต์ อย่างไรก็ดี แกนนำการเมืองฝ่ายชีอะต์ สุหนี่ และเคิร์ด ยังไม่สามารถเห็นพ้องในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งใน 3 กระทรวงสำคัญได้

นายอัล-มาลิกิ เสนอชื่อตัวเองควบตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย และให้รองนายกรัฐมตรีซาลาม อัล-ซาอูไบ ซึ่งเป็นชาวสุหนี่ คุมกระทรวงกลาโหมเป็นการชั่วคราว ส่วนนายบาร์ฮาม บาเลห์ ซึ่งเป็นชาวเคิร์ด และกำลังจะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีฝ่ายวางแผน ได้รับเลือกให้เป็นรักษาการรัฐมนตรีกิจการความมั่นคงแห่งชาติ จนกว่าจะสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งที่เหมาะสม และไม่มีความเกี่ยวพันกับกองกำลังพลเรือนในอิรัก

เดิมทีนั้น การหารือยังไม่ลงรอยกัน เนื่องจากฝ่ายสุหนี่ต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยซึ่งคุมฝ่ายตำรวจ ส่วนฝ่ายชีอะต์ต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งคุมกำลังทหาร

นายกรัฐมนตรีอิรักยังแต่งตั้งให้นายฮุสเซน อัล-ชาห์รีสตานี นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ซึ่งเคยถูกจำคุกสมัยอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ขึ้นเป็นรัฐมนตรีน้ำมัน แม้เขาจะถูกมองว่ายังขาดความรู้เรื่องแหล่งน้ำมันในอิรัก แต่ก็ได้รับการยกย่องในฐานะนักการเมืองที่ซื่อสัตย์

รัฐมนตรีน้ำมันคนใหม่ ให้คำมั่นว่า ชาวอิรักจะได้รับส่วนแบ่งจากทรัพยากรน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ โดยกระทรวงน้ำมันจะเปิดการเจรจากับบริษัทต่างชาติในระดับกว้างเพื่อกระตุ้นการลงทุน

คณะรัฐมนตรียังมีตัวแทนสตรี 2 คน ได้แก่ วิจดาน มิคาเอลี รัฐมนตรีสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นชาวคริสต์เพียงคนเดียวที่ได้รับเลือก อีกรายคือ ฟาติน อับเดล-ราห์มาน รัฐมนตรีกิจการสตรี

หลังทราบข่าวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของอิรัก ผู้นำทั่วโลกต่างออกมาแสดงความยินดี ขณะที่หลายฝ่ายเริ่มแสดงความคาดหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะช่วยให้สถานการณ์รุนแรงในอิรักสงบลง และกองกำลังพันธมิตรซึ่งนำโดยสหรัฐ น่าจะแถลงกรอบเวลาในการถอนทหารออกจากอิรักได้แล้ว

ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐ ให้คำมั่นว่า สหรัฐจะยืนเคียงข้างรัฐบาลใหม่ของอิรักซึ่งมาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย และเป็นหนึ่งในพันธมิตรของสหรัฐในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย พร้อมย้ำเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า จะประเมินความจำเป็นรอบใหม่เกี่ยวกับการคงทหารในอิรัก

ด้านนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ของอังกฤษ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งของอิรัก เพราะตั้งขึ้นจากความเป็นเอกภาพของชาติ โดยผู้นำอังกฤษยังได้เดินทางไปยังอิรักเพื่อแสดงความยินดีกับนายอัล-มาลิกิด้วยตัวเอง โดยหารือแผนส่งคืนอำนาจดูแลให้กองกำลังอิรักในการดูแลบางจังหวัด แต่ยังไม่มีการวางกรอบเวลา

สื่ออังกฤษรายงานว่า บุชและแบลร์จะเริ่มหารือการเร่งถอนทหารจากอิรักในเดือนกรกฎาคม ขณะทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า ไม่น่าจะมีการถอนทหารครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้

สำหรับผู้นำรายอื่นที่ร่วมแสดงความยินดี ได้แก่ นายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นายแฟรงค์ วอลเทอร์ สไตน์มายเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี นายกรัฐมนตรีโรมาโน โปรดี แห่งอิตาลี รวมถึงนายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิ แห่งญี่ปุ่น

นายมัสซิโม ดาเลมา รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี เผยว่า อิตาลีจะเริ่มถอนทหารจากอิรักในสัปดาห์หน้า ส่วน พล.อ.ฟิลิเบอร์โต เชคชี ผู้บัญชาการทหารอิตาลี ระบุว่า จำเป็นต้องคงทหารในอิรักราว 800 คน เพื่อคุ้มครองพลเมืองอิตาลี จากปัจจุบันที่มีทหารประจำการในภารกิจฟื้นฟูราว 3,000 คน ขณะสื่อญี่ปุ่นคาดว่า ญี่ปุ่นจะเริ่มถอนทหาร 600 นายที่ปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูจากเมืองซามาวา ในเดือนหน้า

แม้ทุกฝ่ายจะตั้งความหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่นี้จะนำความสงบสุขมาสู่อิรัก แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ยังว่างอยู่อันเนื่องมาจากความไม่ลงรอยกันของนักการเมืองแต่ละฝ่าย นับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเอกภาพของอิรักยังไม่สมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เหตุนองเลือดรายวันยังคร่าชีวิตผู้คนไม่หยุดหย่อน ไม่เว้นแม้แต่วันที่มีการลงมติรับรองรัฐบาลชุดใหม่เลยทีเดียว

หน่วยปฏิบัติการช่วยเหลือในอิรักของยูเอ็น เปิดเผยรายงานในสัปดาห์นี้ว่า สถานการณ์ความรุนแรงในเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 2,500 คน และทำให้อีกกว่า 85,000 คน ต้องหลบหนีจากถิ่นฐานเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย

 

 

 
copyright @ 2000 Nation Weekend / Produced & Designed by : Nation Weekend Internet All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com