 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
โสภณ องค์การณ์
ดับเบิลโมฆะแล้วมั้ง
ในยุคสมัยซึ่งเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูง นักการเมือง นำวิชาศรีธนญชัยศาสตร์มากใช้ควบกับดันทุรังศาสตร์เพื่อความอยู่รอด จนชาวบ้านพูดไม่ออก ได้แต่กรอกลูกตาด้วยความงงงวยเมื่อเห็นความด้านหนานั้น เราน่าจะใช้หนามยอกเอาหนามบ่งเป็นการแก้เกม
ประเด็นสมควรพิจารณาด้วยความจริงจัง อาศัยหลักการตะแบงดื้อๆ ในรูปแบบความถนัดของพรรคใหญ่พรรคหนึ่งนั้น คือสถานภาพล่าสุดของ 'โมฆะชน' 485 คนนั้น ที่แท้แล้วเป็นอย่างไร
ต้องย้อนรำลึกถึงวันที่ครอบครัวอิทธิพลคับประเทศได้ขายทรัพย์สินเป็นหุ้นมูลค่า 7.3 หมื่นล้านบาทให้กลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์ หวังจะได้นั่งบนกองเงินกองทองให้สมกับความเหนื่อยยากในการทำมาหากิน
ท่ามกลางเสียงติฉินนินทาเรื่องการไม่จ่ายเงินภาษีก้อนมหาศาล เพราะมีการใช้วิธีพิสดาร โอนถ่ายไปมาระหว่างบริษัทบนเกาะฟอกเงิน และลูกๆ
ไม่ได้คำนึงเลยว่าประเทศไทยได้เสียสละอย่างมากมายให้ตระกูลอิทธิพลมั่งคั่งมากกว่าใครในแผ่นดิน ญาติโกโหติกาได้พึ่งพากันเต็มที่
เมื่อเสียงนินทาขยายตัว ลุกลามเป็นก่นด่าประณาม มวลชนทนพฤติกรรมไร้จริยธรรมและยางอายไม่ไหว รวมตัวกันเดินขบวนขับไล่
ก็เลยหาเรื่องยุบสภา 500 ทั้งๆ ที่ยังไม่อยู่ในสมัยประชุม เป็นการโยนบาปให้สภา หลังจากเลือกตั้งมาไม่นาน
หัวหน้ารัฐบาล อยู่ในสภาพ 'รักษาการ' ยังมีสภาพตามกฎหมาย พอรับได้ แต่หลังจากการต่อต้านประท้วงเพิ่มความร้อนแรง ผู้รักษาการ หาทางลงชั่วคราว แล้วให้บุคคลซึ่งไม่ได้เป็น ส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการแทนตำแหน่งผู้นำ
นอกจากรักษาการนายกฯ แล้ว ยังรักษาการรองนายกฯ อีกด้วย! ลำพังนั่งเก้าอี้รองนายกฯ ก็ไม่มีผลงานอะไรเข้าตาประชาชน อยู่ไปวันๆ นั่งเก้าอี้ให้อุ่น ไม่ให้ฝุ่นเกาะเท่านั้น
การเว้นวรรค ขอพักยาว บอกป่าวให้ชาวบ้านรับรู้กันทั้งเมืองว่าเป็น 'คนว่างงาน' บ้าง 'ตกงาน ต้องขอเงินเมียใช้' บ้าง สักแต่จะคิดหาถ้อยคำใดมาเล่นลิ้นเพราะรักษากระแสความนิยมไม่ให้โลกลืม
อ้างว่าจะกลับมาหลังจากได้ผู้นำประเทศคนใหม่! แล้วประกาศเลือกตั้ง 2 เมษายน ท่ามกลางความฉาวโฉ่ เมื่อคนอื่นไม่ยอมเล่นตามเกมมัดมือชก
ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้ง 'โมฆะ' เพราะมีการทำอะไรไม่เข้าท่าหลายอย่าง จะปูทางไปสู่ศาลและคุกตะรางหรือไม่นั้น ยังรอวันตัดสินชะตากรรม ซึ่งไม่น่าจะนานเกินรอ
ประเด็นน่าฉงนก็คือ การ 'เว้นวรรค-ลาพักยาว' ไม่ได้เป็นไปตามนั้น มีการแวะเวียนไปมาหาสู่เก้าอี้ในตึกไทยคู่ฟ้า ด้วยข้ออ้างไม่เข้าท่า น่าหัวร่อ เด็กอมมือยังรู้ทันว่าความกระสันทางการเมืองยังไม่สิ้นสุด
นี่ เป็นการผิดสัญญา คำมั่น คำประกาศ ปฏิญญาไทยคู่ฟ้า หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ในการพรรณนาพฤติกรรมชักเข้าชักออก เห็นเก้าอี้ผู้นำประเทศเหมือนส้วมสาธารณะ จะเข้าหรือออกเมื่อไรก็ได้
ถ้ามียางอาย ย่อมไม่หน้ามืด ทำอะไรให้น่าดูหมิ่นดูแคลนเช่นนี้!
การชักเข้า ชักออก ถือว่าเป็นการตระบัดสัตย์หรือไม่? สาธุชนอย่าไปใส่ใจ เพราะถึงแม้จะใช่ เจ้าตัวต้องไม่ขอยอมรับเด็ดขาด
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เราจึงมี 485 'โมฆะชน' ซึ่งรวมทั้งคณะรักษาการซึ่งไม่ทำงานอะไรอยู่แล้ว เว้นแต่ไปนั่งเก้าอี้ให้เปลืองแอร์ ไม่ให้ฝุ่นเกาะ หรือเกิดหยากไย่แมงมุมในห้อง
ถ้าเราใช้วิชาศรีธนญชัยศาสตร์ควบคู่กับตะแบงศาสตร์ จะทึกทักได้หรือไม่ว่าการเป็น 'โมฆะชน' ย่อมทำให้สภาพการรักษาการต้องหมดสิ้น ระงับไปด้วยเช่นกัน
คิดง่ายๆ ตัดสินใจผิดพลาดครั้งแรกในการยุบสภา ผิดซ้ำสองเมื่อเว้นวรรค ผิดซ้ำสามเมื่อชักเข้าชักออก ผิดซ้ำสี่เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ผิดซ้ำห้าเมื่อกลับมานั่งเก้าอี้เต็มก้น ทำเป็นขยัน ประชุมยาว 11 ชั่วโมงรวดในวันแรก ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง และได้ผู้นำรัฐบาลคนใหม่
อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้เห็นสภาพความเป็นโมฆะอยู่ 2 ขั้นตอน นั่นคือ การเว้นวรรคนาน จนตีความจากจดหมายได้ว่าเป็นการลาถาวรจนการเลือกตั้งเสร็จสิ้น จะมาอ้างว่าการไม่มีเลือกตั้งสมบูรณ์ทำให้เงื่อนไขอื่นๆ ไม่สมบูรณ์ไปด้วยเช่นกันนั้น ฟังไม่ขึ้น
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าสภาพ 'ว่าที่' ส.ส.จากการเลือกตั้ง 2 เมษายน เป็นโมฆะ การนำสถานภาพรัฐบาลรักษาการเข้าสู่สภาพเลือกตั้ง ย่อมเป็นโมฆะไปทั้งหมด
ป่านนี้จะยังมีสภาพอะไรเหลืออยู่อีก นอกจากความด้านรั้น?
มีเสียงตะแบงตะแคงในลักษณะเอาสีข้างเข้าถูว่า 'เงื่อนไขเปลี่ยนไปแล้ว' ถ้าเว้นวรรคพักงานนาน ประเทศชาติจะเสียหาย!!
เสียหายธรรมดายอมไม่ได้ ต้องให้เสียหายแบบสิ้นชาติ ขายสมบัติแผ่นดินจนไม่เหลือให้รุ่นลูกหลาน ว่างั้นเถอะ?
กลับมาทำงานทั้งๆ ที่มีเสียงเตือนว่าเป็นการซ้ำเติมวิกฤติชัดๆ ทุกวันนี้ไม่มีอะไรจะเป็นประเด็นให้สงสัยอีกแล้วว่าใครเป็นตัวปัญหา นำพาชาติเข้าสู่จุดอับเพราะความหน้าด้าน ไร้จิตสำนึกของคนเพียงหยิบมือเดียว
ใครเตือน หรือพูด ไม่ยอมฟัง ต้องรอให้ศาลสั่งอีกไม่นาน
ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงของการตีความวิเคราะห์ตามหลักตะแบงศาสตร์ พอจะเข้าใจบ้างมั้ยนิ! อิอิอิ!!!
|
|
|
|
|
|
|
|