 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
รายงานพิเศษ / อัญชลี เฉลียวชาติ : เรื่อง / อุทร ศรีพันธ์ : ภาพ
"เราจะเลี้ยงลูกให้มีใจเป็นเพื่อน" พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ
ณ สวนธรรม..เสถียรธรรมสถาน แหล่งธรรมะอันยั่งยืน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีธรรมชาติและเด็กเป็นครู โดยการนำของ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต สตรีผู้ซึ่งรดน้ำพรวนดินเมล็ดพันธุ์แต่ละเมล็ด ด้วยใจที่มุ่งมั่นที่จะช่วยให้เด็กเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น เข้มแข็ง เป็นกระบวนการสร้างครอบครัวแห่งสันติอย่างแท้จริง
โดยเริ่มตั้งแต่การปฏิสนธิจิต ตามโครงการ 'จิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์' ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2547 ในวันล้ออายุท่านพุทธทาสภิกขุ ครูบาอาจารย์ที่แม่ชีเคารพรัก และมุ่งมั่นที่จะก้าวย่างตามรอยคำสอนของท่านที่ว่า... จะสร้างโลกนี้ให้ดีได้ ต้องสร้างโดยผ่านเด็ก หรือนัยหนึ่งคือ โครงการสร้างโลกโดยผ่านเด็ก
โครงการ 'จิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์' เป็นโครงการที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้สนใจพระทัยเข้าร่วมโครงการอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อทรงอธิษฐานจิตก่อนทรงพระครรภ์ เพื่อเป็นการเตรียมตัวที่จะเป็นแม่ที่ดีปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อวันที่ 1 และ 3 กรกฎาคม 2547 ณ เสถียรธรรมสถาน กับแม่ชีศันสนีย์
แรงอธิษฐานจิตบันดาลให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงพระครรภ์และประสูติพระโอรส เจ้านายพระองค์น้อยพระนามว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
ในวันล้ออายุท่านเพุทธทาสภิกขุ เวียนมาบรรจบครบ 100 ปี (27 พฤษภาคม 2549) เสถียรธรรมสถาน ได้ร่วมจัดงานเสวนาในหัวข้อ 'ศิลปะเป็นเครื่องประเล้าประโลมใจ-ธรรมเป็นเครื่องประเล้าประโลมใจ' เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ และพระองค์เจ้าทีฯ ทรงเสด็จร่วมงาน โดยมีแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต และอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ดำเนินรายการ และช่อผกา วิริยานนท์ เป็นพิธีกร
ในงานเสวนาดังกล่าว พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ทรงสนพระทัยคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ทรงทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ที่เสถียรธรรมสถานจัดขึ้นอย่างใส่พระทัย ในการนี้ทรงมีพระปฏิสันถารกับพระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) แห่งวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ซึ่งเป็นสหายธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ
แม้ว่าอากาศในวันนั้นจะอบอ้าว บางช่วงมีฝนตกปรอยๆ แต่พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ทรงพระสรวล และทรงอุ้มพระโอรสตลอดเวลา เพียงรับสั่งให้ผู้ติดตามนำร่มมาถวายให้เท่านั้น
นอกจากนี้ยังประทับร่วมกับเด็กๆ ที่เฝ้ารับเสด็จฯ และทรงให้พระโอรสทรงเล่นกับ 'น้องปังปอนด์' (ด.ช.รุ่งคุณ บุญสรรค์สร้าง วัย 11 เดือน พร้อม สุริยาวุธ บุญสรรค์สร้าง และ กมลา ตั้งคุณาพันธุ์ บิดา-มารดาของน้องปังปอนด์ ตามเสด็จเป็นครั้งแรก) อย่างไม่ถือพระองค์อีกด้วย
การเสด็จฯ ครั้งนี้ เห็นได้ว่าพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ทรงตั้งพระทัยในการเรียนรู้พระศาสนา แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้ขยายความถึงความสนพระทัยว่า ท่านเสด็จมาที่เสถียรธรรมสถาน เป็นการส่วนพระองค์บ่อยครั้ง ตั้งแต่ยังไม่มีพระโอรส เพื่อที่จะมาตามประทีปในห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และปฏิบัติภาวนาธรรม ล่าสุด ยังรับสั่งว่าทรงอยากเสด็จไปสวนโมกขพลาราม ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วย
"เป็นเรื่องที่ท่านสนพระทัย จะมีชีวิตอย่างไร แล้วมีความตระหนักรู้เท่าทันปัจจุบันขณะ อย่างคนที่ไม่ปฏิเสธความเป็นจริงของโลก มองโลกตามความเป็นจริง และเข้าใจโลก"
แม่ชีศันสนีย์ เล่าถึงพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ด้วยแววตาปลื้มปีติว่า ทรงสนพระทัยในกิจกรรมวันนี้ โดยเฉพาะการเสวนาธรรม โดยแม่ชีศันสนีย์ ร่วมถ่ายทอดความหมายจากคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ว่ามนุษย์โดยทั่วไปยังต้องการความสนุกสนานและความบันเทิง แต่ความบันเทิงไม่ควรเป็นไปเพื่อให้เกิดตัณหา แต่ควรเป็นไปเพื่อให้เกิดปัญญา
"ทรงให้ความสนพระทัยในเรื่องจิตใจ สนพระทัยในเรื่องที่จะทำหน้าที่ของพระมารดาที่จะทำให้พระโอรสแข็งแรง ทั้งทางพระวรกายและพระหทัย มีสังคมที่ปลอดภัย จะเห็นว่าวันนี้มีเด็กที่ตามเสด็จฯ เยอะ คนที่โตกว่าบ้าง คนที่เล็กกว่าบ้าง คนที่มาก็เป็นลูกหลานของพระสหาย ของพระญาติ และน้องปังปอนด์นั่นเล็กสุดเลย แต่เป็นเด็กที่ท่านทรงเมตตา ท่านไม่ถือพระองค์ ท่านเป็นอะไรที่สม่ำเสมอ"
แม่ชีชวนนึกย้อนให้ดูการใส่พระทัยของพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ด้วยแววตาอ่อนโยน
"การดูแลพระโอรส ถือเป็นการปฏิบัติธรรมของพระองค์หญิงนะ วันนี้ท่านให้ความใส่พระทัยกับเด็กคนอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่พระโอรสเท่านั้น ทรงเรียกเด็กคนนั้นคนนี้มาเรียนรู้ไปพร้อมกับพระโอรส ให้สังเกตให้ดีว่าท่านไม่ได้เลี้ยงพระโอรสตามลำพัง ท่านเลี้ยงเด็กคนอื่นๆ ไปด้วย เป็นเด็กทุกชนชั้นเลยนะ...
"ท่านเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา และมีความอ่อนโยนในการที่จะเรียนรู้ คือพูดกันจริงๆ ท่านเลี้ยงพระองค์ทีฯ ด้วยการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ท่านไม่เคยบอกว่าท่านรู้อยู่แล้ว แต่ท่านบอกว่าจะเรียนรู้และอยากเรียนรู้เรื่อยๆ" แม่ชีกล่าวสรุป
สมดังคำจารึกความตั้งพระทัยของพระองค์ลงบนแผ่นทองแดง เพื่อนำไปหลอมรวมเป็น 'อนุสาวรีย์ 60 ปี 60 ล้านความดี น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ความว่า...
"จะทำตัวเป็นคนดี และเป็นแม่ที่ดี และจะเป็นแม่ที่เลี้ยงพระองค์ทีฯ ให้เป็นคนดี สมกับที่ประชาชนทุกคนให้ความรักและความเอ็นดู"
เสด็จพระองค์หญิง ทรงมีรับสั่งกับแม่ชีศันสนีย์ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสารสาวิกา ฉบับที่ 73 ประจำเดือนพฤษภาคม 2549 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงสอนว่า อย่าไปประคบประหงมพระองค์ทีฯ มาก ปล่อยให้ท่านได้เล่นเหมือนเด็กธรรมดา ให้ท่านมีภูมิคุ้มกัน เพราะต่อไปในอนาคตพระองค์ทีฯ ต้องอยู่ด้วยตัวเอง ต้องดูแลตัวเองได้
"เราจะเลี้ยงลูกให้มีใจเป็นเพื่อน ความหมายคือ การสร้างที่เริ่มจากภายในจิตใจ สร้างให้ลูกมีจิตใจที่มั่นคง มีความมั่นใจในตัวเอง..."
ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 60 ปีนี้ พระองค์ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง จะทำอะไรเพื่อถวายพระองค์ท่านอย่างเป็นรูปธรรม
เสด็จพระองค์หญิง ทรงรับสั่งว่า จะเลี้ยงพระองค์ทีฯ ให้ดีที่สุด ทั้งในฐานะหลาน และในฐานะที่เป็นประชาชนด้วย และจะเลี้ยงให้พระองค์ทีฯ เป็นคนดี ให้เป็นคนที่คิดดี ทำดี มีจิตใจที่เกื้อกูล มีความเมตตา เหมือนกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ และพระราชทานพระเมตตาแก่ประชาชนตลอดมา
|
|
|
|
|
|
|
|