เนชั่นสุดสัปดาห์

บรรณาธิการ O
จากผู้อ่าน O
สุทธิชัย หยุ่น O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O

ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
สัมภาษณ์พิเศษ O
เหตุเกิดที่..อู่ทองใน O
แม่ไม้การเมือง O

สุนันท์ ศรีจันทรา O
เรื่องโม้ๆ นักเรียนนอก O
โสภณ องค์การณ์ O
เทพชัย หย่อง O
ปักกลดกลางป่ากระดาษ O
เล่าเรื่องจากโรงเรียน O
คิดจากความว่าง O
พลวัตจีน O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O

สิงห์สนามหลวง O

ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O
เรื่องเล่าของคนเดินทาง O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 

ในประเทศ / ทวน ลำปาว

อย่ามองข้ามเงื่อนไข 'คัมแบ็ค' ที่แท้จริง

ดูเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะรอคอยจังหวะโอกาสอยู่แล้ว ก่อนที่จะหอบความหวังของผู้คน ประชาชน กลับเข้ามาทำงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เห็นได้จากท่าทีตอบรับเสียงเรียกร้องของ 'ป๋าเติ้ง' บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่เรียกร้องให้กลับมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาน้ำมันราคาแพง หลังเลือกตั้งใหม่จึง 'เว้นวรรค'

ท่าทีขึงขังจริงจัง เมื่อประชาชนภายใต้ชื่อ 'เครือข่ายคนได้ลูกคืน' มาปักหลักเรียกร้องให้กลับมาทำหน้าที่ เพราะปัญหายาเสพติดกลับมาแล้ว บางครอบครัวบุตรหลานเริ่มกลับไปเสพยาเสพติด หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ขาดความต่อเนื่องในการทำงาน จึงทำให้ขบวนการยาเสพติดอาศัยจังหวะทีเผลอ กลับมาแพร่ระบาดสู่ชุมชนและสังคมอีกครั้ง

ก่อนที่ในวันเดียวกัน (19 พ.ค.) เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ว่า "ต้องทำงาน เพราะยังอีกหลายเดือนกว่าจะเลือกตั้ง ถ้าไม่ทำเดี๋ยวบ้านเมืองจะแย่..."

แน่นอน เรื่องนี้ย่อมสร้างกระแสต่อต้านคัดค้านและสนับสนุนในเวลาต่อมา ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดูเหมือนไม่สนใจอะไรมากไปกว่าความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่

ถามว่า เรื่องนี้เป็นที่สังเกตหรือไม่ คำตอบดูเหมือนประชาธิปัตย์จะมีให้แล้ว โดยตั้งข้อสังเกตว่าการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นการปูทางไปสู่การใช้อำนาจรัฐในการหาเสียงให้พรรคการเมืองใหญ่ ตัวอย่างกรณีกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย เรียกผู้ว่าฯ มาประชุมเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนให้เข้มแข็ง (เอสเอ็มแอล) ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคไทยรักไทย

อีกอย่าง 'ทักษิณก็คือไทยรักไทย ไทยรักไทยก็คือทักษิณ' นั่นหมายถึง การกลับมาทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เสมือนการช่วยหาเสียงให้พรรคไทยรักไทย นั่นเอง

รวมถึงข้อสงสัยว่าจะมีการเดินเกมให้ประชาชนเรียกร้อง พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา โดยพยายามที่จะทำให้งานไม่เดิน รัฐมนตรีไม่ตั้งใจปฏิบัติราชการ อาจจะแกล้งทำงานไม่เป็น ซึ่งการเดินหมากเช่นนี้ไม่ถูกต้องสำหรับการบริหารราชการแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าวิเคราะห์อย่างยิ่ง

ที่สำคัญ เป็นที่ทราบกันดีว่า พรรคไทยรักไทยประกอบไปด้วย ส.ส.หลายกลุ่มก๊วนการเมือง ขณะเดียวกัน นอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นตัวประสานได้แล้ว คนอื่นแทบมองไม่เห็น เพราะต่างก็ไม่ยอมรับ หรือไม่เชื่อถือซึ่งกันและกัน

ด้วยเหตุนี้ หากขืน พ.ต.ท.ทักษิณ ปล่อยให้เหตุการณ์เนิ่นนานถึง 5 เดือน (ที่ประเมินเอาไว้เบื้องต้นว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่) ไม่แน่ปัญหาภายในอาจรุนแรงปั่นป่วนขึ้นมาผสมโรงกับปัญหาภายนอก ที่กำลังกดดันตัวเองอยู่อย่างมากก็เป็นได้

รวมถึงหากปล่อยเอาไว้นาน ภาวะขาดความเชื่อมั่นในผู้นำ กรณีถูกกดดันให้ 'เว้นวรรค' ทางการเมือง และตามติดด้วยการฟ้องร้องกดดัน อาจนำไปสู่การย้ายพรรค หรือถูกดูดโดยพรรคการเมืองอื่น

ในทางตรงกันข้าม หากกลับมา ไม่เพียงจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับ ส.ส.ลูกพรรคเท่านั้น ยังอาจอาศัยช่วงจังหวะที่การเลือกตั้งใหม่ยืดเยื้อ เร่งสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชน อันยิ่งจะทำให้ประชาชนเห็นว่า ขาด พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้

ประเด็นต่อมา มีรายงานข่าวอ้างการเปิดเผยของแกนนำพรรคไทยรักไทย ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หวั่นเกรงจะมี 'รองนายกฯ' บางคนวัดรอยเท้า

เรื่องนี้เกิดขึ้นขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ นัดแกนนำใกล้ชิดร่วมรับประทานอาหารที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมระบายความในใจหลายเรื่องบนโต๊ะอาหาร หนึ่งในนั้นมีประเด็น 'รองนายกฯ' บางคนทำตัววัดรอยเท้าด้วย

กล่าวคือ มีการกล่าวอ้างคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณ ทำนองว่า มีบางคนคิดจะวัดรอยเท้า เกาะกระแสเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ หาก พ.ต.ท.ทักษิณต้องเว้นวรรค โดยมีคน (ในพรรค) อีกคน ซึ่งคุมกระทรวงด้านความมั่นคงคอยให้การสนับสนุน

พร้อมยังบอกว่า เมื่อครั้งที่คนๆ นี้ป่วยไม่สบาย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ไปเยี่ยมพร้อมกับมอบเช็คเงินสดให้ 5 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าพยาบาล

โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า หากเว้นวรรคจริงๆ ไม่มีทางยอมให้คนๆ นี้เป็นนายกฯ เด็ดขาด แต่จะให้รองนายกฯ คนหนึ่งที่ตั้งเป้าจะโกอินเตอร์ เป็นนายกฯ แทน เพราะเป็นคนที่ไว้วางใจที่สุด และทำงานร่วมกันมานาน

ก่อนจบการสนทนา ยังพูดถึงการเตรียมบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีสมัยหน้าไว้หมดแล้ว ยกเว้น กระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม...?

จึงเป็นไปได้ว่า การกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เพื่อที่จะสยบเรื่องนี้ด้วย

ทั้งยังน่าจับตามองไปถึงประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื้อ 'ลาออก' แถมดูเหมือนมีความพยายามเดินหน้าไม่ยอมลาออกด้วย อันสอดรับกับกระแสข่าวที่ สุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา เตรียมที่จะเสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อสรรหา กกต. ที่หมดสมาชิกภาพไป 2 คน เข้าไปทดแทน

เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การที่ กกต. ยื้อลาออก ก็เพื่อสะสางปัญหาบางอย่าง และอุ้มพรรคการเมืองใหญ่ให้หลุดพ้นจากคดีพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็ก ซึ่งความผิดร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรค

ประเด็นนี้ก็นับว่ามีความสำคัญ เพียงพอที่จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อาจปล่อยปละละเลยได้

แต่การกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ คราวนี้ ใช่ว่าเส้นทางการทำงานที่ตระเตรียมเอาไว้จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ อย่างน้อยที่สุด จะต้องเจอคดีที่ การุณ ใสงาม รักษาการ ส.ว.บุรีรัมย์ กับพวก ร่วมกันยื่นฟ้อง ครม. และ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ นับแต่วันที่ 5 เมษายน 2549 เป็นต้นไป

และยื่นคำขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่การบริหารราชการแผ่นดินของ ครม. และนายกฯ ในการทำหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการ หรือนำพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา และประกาศราชกิจจานุเบกษาต่างๆ ขึ้นเสนอเพื่อทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย

โดยผู้ฟ้องระบุว่า นายกฯ ลาพักการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 215 วรรค 2 จนกว่า ครม.ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เมื่อนายกฯ ประกาศลาพักแล้ว ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 215 (1) เพราะการลาออก และความเป็นรัฐมนตรีของ ครม. ย่อมสิ้นสุดลง ตามมาตรา 215 วรรค 2 ซึ่ง ครม.ไม่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป ดังนั้น การที่นายกฯ แต่งตั้งมอบหมายให้ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกฯ รักษาราชการแทน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 41 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2549 จึงเป็นคำสั่งแต่งตั้งที่มิชอบด้วยกฎหมาย

เรื่องนี้ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งว่าจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ต่อไป แล้ว

ถามว่า กับดักเรื่องนี้ มีหรือคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ซึ่งมือกฎหมายชั้นหนึ่งของประเทศห้อมล้อมเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร

หากแต่ 'เงื่อนไข' ที่อยู่เหนือเสียงเรียกร้องต้องการให้กลับมาเป็นฉากบังหน้า มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเหนืออื่นใด?

 

 

 
copyright @ 2000 / Produced & Designed by : IT Center Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com