เนชั่นสุดสัปดาห์

บรรณาธิการ O
จากผู้อ่าน O
สุทธิชัย หยุ่น O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O

ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
สัมภาษณ์พิเศษ O
เหตุเกิดที่..อู่ทองใน O
แม่ไม้การเมือง O

สุนันท์ ศรีจันทรา O
เรื่องโม้ๆ นักเรียนนอก O
โสภณ องค์การณ์ O
เทพชัย หย่อง O
ปักกลดกลางป่ากระดาษ O
เล่าเรื่องจากโรงเรียน O
คิดจากความว่าง O
พลวัตจีน O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O

สิงห์สนามหลวง O

ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O
เรื่องเล่าของคนเดินทาง O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 

เรื่องจากปก / ทีมข่าวการเมือง

แผลใหม่ในรอยเก่า นาทีวิกฤติ..ที่กูจิงลือปะ

ก่อนเกิดเหตุการณ์ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจับสองครูสาว จูหลิง ปงกันมูล และ สิรินาถ ถาวรสุข แห่งโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นตัวประกัน โดยหวังใช้แลกตัวกับสองผู้ต้องหา คดีฆ่าสองนาวิกโยธิน ที่ตำรวจจับกุมตัวไปก่อนหน้านั้น

น่าสนใจว่า เมื่อลำดับเหตุการณ์ต่างๆ แล้วก็พบว่า มีสิ่งที่ต้องนำมาพิเคราะห์พิจารณากันหลายประเด็น ถึงการใช้ 'วิธีการ' และ 'กระบวนการ' ของกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ยุยงชาวบ้านให้ก่อเหตุประทุษร้าย จนกลายมาเป็นเรื่องเศร้าที่ผู้คนทั้งประเทศต่างส่งแรงใจมาช่วยครูสาวทั้งสองคน ซึ่งกำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยายาบาล โดยเฉพาะครูจูหลิง ที่มีอาการเป็นตายเท่ากัน

หากย้อนไปก่อนหน้านี้ วันที่ 17 พฤษภาคม เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม มะตอเฮ มูนะ และบือราเฮง ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ ได้ที่บ้านเลขที่ 206 หมู่ที่ 1 บ้านกอตารานอ ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.อ.ยะรัง มีชาวบ้านกว่า 100 คน เข้าทำการปิดล้อมและกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาออกจากหมู่บ้าน มีการนำเศษขวดแก้วและตะปูเรือใบโรยตามถนน ทั้งยังนำท่อซีเมนต์ขนาดใหญ่รวมทั้งท่อนไม้จำนวนมาก มาวางกีดขวางทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อปิดกั้นเส้นทาง จนท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลาย

ลำดับต่อมา เช้าวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิกุล ผกก.สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รวมกำลัง 3 ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกว่า 200 นาย เข้าบุกตรวจค้นบ้านเป้าหมายกว่า 10 หลังคาเรือนในพื้นที่บ้านกูจิงลือปะ หมู่ที่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 2 คน ในคดีใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่หน่วยนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ เสียชีวิต 2 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ รปภ. สถานีรถไฟลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

โดยผู้ต้องทั้งสองคนประกอบด้วย อับดุลการิม มาแต และ มูฮำหมัดสะแปอิง มือรี อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมาสอบปากคำขยายผลที่ สภ.อ.ระแงะ

เวลา 10.30 น. มีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านกูจิงลือปะ ไม่พอใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงได้รวมตัวกว่า 300 คน โดยหวังจะบุกปิดล้อมโรงเรียน และจับกุมครูเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองให้ปล่อยผู้ต้องหาทั้งสองคนดังกล่าว

แล้วเหตุการณ์ที่ว่านั้นก็เกิดขึ้นจริง แต่กว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางเข้าไปเจรจากับชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว ก็ใช้เวลานานมาก ซึ่งทางการอ้างว่ามีการปล่อยข่าวลวงมากมาย ทำให้ทางการต้องตระเตรียมกำลังพลอยู่หลายชั่วโมง ซึ่งกว่าจะเข้าไปช่วยครูทั้งสอง ก็เกือบจะสายเกินไป

0 0 0

ดังที่ครูสิรินาถ เล่าเหตุการณ์ถึงนาทีระทึกนั้นว่า วันเกิดเหตุ เวลาประมาณเที่ยง เธอและเพื่อนครูคนอื่นๆ ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักยานยนต์ เพื่อไปรับประทานอาหารที่ร้านก๋วยเตี่ยวไม่มีชื่อหน้าโรงเรียน

ขณะกำลังรับประทานอาหารก็สังเกตเห็นว่ามีชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้หญิง รวมประมาณ 50 คน ได้ออกมารวมตัวกัน โดยอยู่ห่างจากกลุ่มครูไปประมาณ 40 เมตร ในขณะนั้นเธอยังบอกว่าไม่มีใครสนใจอะไร เพราะเข้าใจว่าชาวบ้านคงมารวมตัวเพื่อละหมาดตามปกติในวันศุกร์

กระทั่งกินเวลาผ่านไปหลายสิบนาที เพื่อนครูที่มาด้วยกันบอกว่า ชาวบ้านพูดภาษามลายูผ่านเสียงตามสายของมัสยิดว่า ให้มารวมตัวกัน และจะจับครูไทยพุทธเป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัว

ระหว่างนั้นเพื่อนครูได้นำผ้าคลุมศีรษะมาให้สวมเพื่อพรางตัว แต่ก็ไม่ทัน เพราะเป็นจังหวะเดียวกันกับที่กลุ่มชาวบ้านหญิงเดินเข้ามาที่ร้าน พร้อมทั้งกระชากผ้าคลุมศีรษะออก และได้จับแขนลากออกไปนอกร้านทันที

ครูสิรินาถ เล่าต่ออีกว่า ระหว่างที่ถูกลากตัวไปนั้นบังเอิญเธอสะดุดล้ม เพื่อนครูมุสลิมที่นั่งด้วยกันได้ออกมาช่วยขอร้องกลุ่มชาวบ้านผู้หญิงว่า "อย่าทำรุนแรง ค่อยพูดค่อยจากันก็ได้" กลุ่มชาวบ้านไม่พอใจ ผลักเพื่อนครูมุสลิมจนล้มไปอีกคน

ขณะเดียวกันตัวเธอถูกลากและถูกตบตีด้วยมือจากผู้หญิงจำนวนมาก เพื่อนำตัวขึ้นไปบนอาคารเรียนชั้น 2 เพื่อพบกับครูจูหลิง ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคกระเพาะ แต่กลุ่มชาวบ้านผู้หญิงก็ไม่สนใจ ยังลากครูจูหลิงลงมาชั้นล่างพร้อมกับเธอ

หลังจากนั้น ได้นำตัวเธอและครูจูหลิงมากักขังไว้ที่ห้องเก็บของของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 400 เมตร ในเวลาเดียวกันกับที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ามาล็อกกุญแจขังเธอและครูจูหลินไว้

เวลา 15.00 น. ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว นำโดย การีม๊ะ มะสาและ ภรรยาผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านั้น ได้ยื่นข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวสองผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุฆ่าสองนาวิกโยธิน หลังจากถูกจับตัวไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ไม่ทันที่จะมีการเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง บริเวณที่กักขังครูสาวก็มีชายวัยรุ่นประมาณ 10 คน งัดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับใช้ไม้ที่ถือมาด้วยกระหน่ำตีทั้งคู่จนสะบักสะบอม ด้วยความเจ็บปวดครูจูหลิงจึงต่อสู้ปกป้องตัวเอง กลุ่มวัยรุ่นจึงตีเข้าที่ศีรษะและตามลำตัวอย่างไม่ยั้งมือ กระทั่งแขนหัก ศีรษะแตกเลือดอาบโชก และนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น

ทันใดนั้น กลุ่มชาวบ้านจากบ้านกูจิงลือปะจำนวนหนึ่ง พยายามช่วยเหลือและห้ามปราม นำโดย อารง ยูโซ๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน, นิสกรี นิเฮาะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ นิโซ๊ะ อีเดอเระ สมาชิก อบต.เฉลิม ซึ่งเป็นผู้ที่นำทีมเข้าให้การช่วยเหลือครูสาวทั้งสองคนที่ถูกชาวบ้านรุมทำร้ายออกมาได้

จากนั้นได้นำครูทั้งสองคนส่งโรงพยาบาล อ.ระแงะ ถึงได้ทราบว่าครูจูหลิงอาการหนักสุด และโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก เนื่องสภาพบาดแผลมีร่องรอยกระทำอย่างรุนแรง เนื้อสมองส่วนใหญ่บวม เลือดคั่งในสมอง ทำให้ระบบการหายใจผิดปกติ อีกทั้งม่านตาขยายมาก ไม่ตอบสนองต่อแสงซึ่งเป็นสัญญาณบ่งว่าสมองไม่ทำงาน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวมีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะแบบซ้ำซากกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะเป็นพฤติกรรมการลอกเลียนแบบของกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ และถูกปลุกระดมจากกลุ่มมือที่สาม เพราะหากมองย้อนไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสองนาวิกโยธินที่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อปีที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับกุมตัวส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนนอกพื้นที่แทบทั้งหมด

เมื่อใดไฟใต้จะมอดดับ? เป็นคำถามเดิมๆ และยังมีคำถามที่ผู้บริสุทธิ์ต้องการคำตอบจากรัฐไทย!

 

 

 
copyright @ 2000 Nation Weekend / Produced & Designed by : Nation Weekend Internet All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com