 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
ข่าวต่างประเทศ (2) / พัฒนายุ ทารส
'สภาสิทธิมนุษยชน' ปมขัดแย้ง (ใหม่) ยูเอ็น
เมื่อไม่นานมานี้ มีการนำเสนอร่างแผนก่อตั้ง สภาสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะเป็นองค์กรดูแลกิจการด้านสิทธิมนุษยชนใหม่ของยูเอ็น เข้ารับการพิจารณาจากสมัชชาใหญ่ยูเอ็น โดยหากร่างข้อเสนอดังกล่าวผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนยูเอ็น ที่ได้รับการก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 50 จะยุติบทบาทโดยปริยาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นไปตามมติของที่ประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกยูเอ็น เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประสบปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ จากการปล่อยให้ชาติที่มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรงบางชาติ ใช้ฐานะความเป็นสมาชิกปกป้องกันเองจากการถูกประฌาม ซึ่งสมาชิกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในช่วงที่ผ่านมา มีอาทิ ซูดาน ลิเบีย ซิมบับเว และคิวบา
ร่างข้อเสนอใหม่ ที่ผู้แทนยูเอ็นใช้เวลาหารือนาน 5 เดือน ภายใต้การนำของ แจน เอเลียสสัน ประธานสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ได้กำหนดให้สภาสิทธิมนุษยชนตั้งใหม่ มีสมาชิกรวม 47 ชาติ เทียบกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่มีสมาชิก 53 ชาติ การเลือกสมาชิกต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสมัชชาใหญ่ยูเอ็นอย่างน้อย 96 ชาติ จากทั้งหมด 191 ชาติ และหากสมาชิกสภาฯ ล้มเหลวในการดูแลปัญหาสิทธิมนุษยชน สมัชชาใหญ่สามารถลงมติขับให้พ้นจากสมาชิกภาพ ด้วยเสียง 2 ใน 3 ส่วน นับตามจำนวนชาติสมาชิกสมัชชาใหญ่ที่ร่วมการประชุมในขณะนั้น
ข้อเสนอระบุด้วยว่า สภาสิทธิมนุษยชนจะทำหน้าที่ปกป้อง ดูแล และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงจะจัดให้มีการประเมินประวัติด้านสิทธิมนุษยชนของทุกประเทศทั่วโลกเป็นประจำ และประเมินการดูแลปัญหาสิทธิมนุษยชนของสมาชิก 47 ชาติตลอด 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง โดยสมาชิกต้องรักษามาตรฐานการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนในระดับสูงสุด
อย่างไรก็ตาม แผนตั้งสภาสิทธิมนุษยชนกำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เมื่อนายจอห์น โบลตัน ทูตสหรัฐประจำยูเอ็นประกาศว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างข้อเสนอฉบับดังกล่าว และเรียกร้องให้มีการหารือระหว่างชาติสมาชิกยูเอ็นต่อไป เพื่อแก้ไขเนื้อหาบางส่วน
สหรัฐเห็นว่าเนื้อหาในร่างข้อเสนอนี้ ไม่ได้ให้หลักประกันเพียงพอว่า สมาชิกสภาฯ จะดูแลปัญหาสิทธิมนุษยชนอย่างที่ให้คำมั่นไว้ อีกทั้งต้องการให้การเลือกสมาชิกสภาฯ ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ในสัดส่วน 2 ใน 3 ส่วน เพื่อรับประกันว่า ชาติที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนจะถูกกันออกไป
นอกจากนั้น สหรัฐยังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอจำกัดสิทธิการเป็นสมาชิกภาพในสภาฯ ไว้ที่ชาติละไม่เกินสองสมัย
ขณะเดียวกัน ชาติอิสลามและอาหรับจำนวนหนึ่ง ได้เรียกร้องให้แก้ไขถ้อยคำในร่างข้อเสนอ เนื่องจากไม่ต้องการให้มีถ้อยคำว่า "ขาดความอดกลั้น เลือกปฏิบัติ และยุยงให้เกิดความเกลียดชังจากการดูหมิ่นศาสนา คำพยากรณ์ และศรัทธา" เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำหนิ ในกรณีเกิดเหตุการณ์รุนแรง เช่น เหตุประท้วงต่อต้านภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดาของศาสนาอิสลาม ที่มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน
ท่าทีของสหรัฐและชาติอาหรับ สวนทางกับสมาชิกยูเอ็นส่วนใหญ่ที่สนับสนุนร่างข้อเสนอตั้งสภาสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ โดยยุโรปและญี่ปุ่น เป็นชาติล่าสุดที่ลงนามรับรองร่างข้อเสนอ โดยเห็นว่ามีการกำหนดเนื้อหาที่สะท้อนความจริงจังในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั่วโลกมากขึ้น แม้ยอมรับว่าองค์กรใหม่คงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกยูเอ็นได้ทั้งหมด
สหรัฐยืนยันว่า หากประเด็นที่ท้วงติงไม่ได้รับการแก้ไข สหรัฐจะโหวตคัดค้านอย่างแน่นอน ทำให้นานาชาติต้องกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ขณะที่นายโคฟี อันนัน เลขาธิการใหญ่ยูเอ็นถึงกับยอมรับว่า ไม่รู้จะแก้ปมขัดแย้งนี้อย่างไร
นักวิเคราะห์มองว่า มีโอกาสน้อยที่นานาชาติจะสนับสนุนให้เปิดการประชุมสมัชชาใหญ่เพื่อทบทวนร่างข้อเสนออีกครั้ง และสหรัฐอาจหน่วงเหนี่ยวการก่อตั้งสภาสิทธิมนุษยชนออกไปอีกหลายเดือน หรืออาจตัดสินใจผลักดันให้มีการลงมติระหว่างชาติสมาชิก
ด้านนายเอเลียสสัน ประธานสมัชชาใหญ่ยูเอ็นยืนยันว่า เขาต้องการเห็นสภาสิทธิมนุษยชนได้รับการก่อตั้งก่อนวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนยูเอ็นเริ่มการประชุมประจำปี นาน 3 สัปดาห์ โดยเขาจะยังเดินหน้าหารือกับสมาชิกยูเอ็น ก่อนเริ่มกระบวนการรับรองร่างข้อเสนอก่อตั้งสภาสิทธิมนุษยชน ที่ต้องได้รับมติอย่างเป็นเอกฉันท์
คำถามก็คือ หากสหรัฐดื้อแพ่งจริงๆ สภาสิทธิมนุษยชนที่ปราศจากสหรัฐจะเป็นเช่นไร จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือยูเอ็นจะยังต้องพึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เมื่อแผนก่อตั้งสภาสิทธิมนุษยชนยืดเยื้อออกไป
|
|
|
|
|
|
|
|