 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
โรงเรียนนอกหน้าต่าง / ครูแสงดาว
สาวกระโปรงเหี่ยนและถุงยางอนามัย
พฤติกรรมของสาววัยรุ่นยุค 2006 ไม่ได้แตกต่างจากบทเพลงของหนุ่มพี สะเดิด ที่กำลังโดนใจใครต่อใครในยามนี้ ดูเหมือนว่าสังคมจะยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มันเป็นบทเพลงที่นำเสนอภาพสะท้อนความเป็นจริงทางสังคมได้แสบๆ คันๆ เหลือเกิน
ผิดกับบทเพลงผู้บ่าวกินแมว หรือนักเลงอกหัก ของครูสัญญาลักษณ์ ดอนศรีของเราที่คุณนายระเบียบออกมาเฉ่งเสียยับเยิน ทั้งๆ ที่เนื้อหาของบทเพลงที่เขียนขึ้นมาก็เป็นการสะท้อนสังคมในลักษณะเสียดเย้ยเหมือนๆ กัน
จะว่าไปแล้ว เรื่องราวของเด็กหนุ่มเด็กสาวในยุคไหนๆ ก็สร้างความปวดเศียรเวียนหัวให้กับผู้ปกครองและสังคมมานานแล้ว ถ้ามองอย่างเปิดใจแบบกว้างๆ เข้าใจในวัยของพวกเขาและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีผลอย่างมากต่อวิถีชีวิตและมุมมองของเด็กหนุ่มเด็กสาวของสังคมไทย
หากทว่า ด้วยความห่วงใยและในฐานะที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน เส้นทางที่พวกเขาและเธอก้าวเดินไปนั้น มันมีความหายนะรอคอยอยู่เบื้องหน้า กว่าจะเรียกเอาสติกลับคืนมาได้ พ่อแม่ผู้ปกครองตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ก็แทบจะเสียผู้เสียคนไปตามๆ กัน
อาจจะเป็นเพราะรากฐานและการบ่มเพาะของหลักสูตรการศึกษาที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง หรือเอาเด็กเป็นสำคัญหรือเปล่า? การเข้มงวดของครูและผู้ปกครองจึงไม่เข้มแข็งเข้มข้นเหมือนในสมัยอดีตที่ผ่านมา เพราะอยากฝึกเด็กให้กล้าแสดงออก ยอมรับความคิดเห็นของพวกเขาและเธอ โดยไม่นำพาต่อศีลธรรมจรรยา มารยาท หรือพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์
เพราะว่าคุณครูและผู้ปกครองทั้งหลายพากันหวาดกลัวว่าเจตนารมณ์ทางการศึกษาของชาติไทยจะผิดเพี้ยน เด็กๆ จะได้เติบโตอย่างอิสระ เราปล่อยให้อารยธรรมตะวันตกหลากไหลไม่ขาดสาย มันก็เลยพัดกระหน่ำสังคมไทยไม่มีชิ้นดี
ถ้าเราไม่ยึดมั่นในพฤติกรรมที่พวกเขาและเธอกำลังปฏิบัติอยู่นี้ แล้วไปยอมรับกระบวนทัศน์ของพวกเขาและเธอมากกว่า โดยมีความเชื่อมั่นว่าคนเรากว่าจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ มันต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน คิดอย่างนี้เหมือนคนไร้สติเป็นแน่แท้
สำมะหาอันใดกับชีวิต ขนาดคนเดือนตุลาแท้ๆ ผ่านการต่อสู้กับอำนาจรัฐในความไม่ถูกต้อง เมื่อได้อำนาจทางการเมือง ก็กอดเก้าอี้จนแน่นหนึบ แม้ว่าเรือที่ตัวเองนั่งอยู่ในเวลานี้มันเปื่อยเน่าและมีรูรั่วจนยากจะอุดไว้ได้ แต่คนเดือนตุลาหน้าใสๆ ก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอันใดเลย
จึงยังคงไม่แปลกใจที่วันนี้ที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังผุดไอเดียในเรื่องการตั้งโต๊ะขายถุงยางอนามัยให้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ นี่ถือว่าสุดยอดจริงๆ เป็นนวัตกรรมใหม่ในการแก้ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเลยทีเดียวล่ะ
หากทว่า ถ้าหากคุณมีลูกสาว แม้ว่ามันจะนิยมชมชอบในการนุ่งกระโปรงสไตล์เหี่ยนๆ เห็นโคนขาขาวๆ อวบๆ แล้วในกระเป๋าเรียนของลูกสาวคุณมีถุงยางอนามัย พร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่มช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกเรียนก่อนกลับบ้านมานอนท่องตำราวาเลนไทน์พร้อมๆ กับเปิดวิทยุชุมชนฟังเพลง เสียตัวอย่าเสียใจของหนุ่มบาวสาวปาน
คุณคิดว่ามันมีความสุขนักหรือในฐานะที่คุณเป็นพ่อแม่ของพวกเขาและเธอ ขนาดครูแสงดาวไม่มีลูกสาว ยังบอกลูกชายสุดหล่อเลยว่าอย่าไปทำลูกสาวเขานะโว้ย แม่มึงเอาตายแน่
คิดอย่างนี้เหมือนมีจิตใจคับแคบแบบอนุรักษนิยมพันธุ์จมูกชมพู่ หากทว่า สุภาษิตไทยๆ ที่ว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีนี่ มันก็ยังใช้ได้อยู่สำหรับคนที่รู้จักความชั่วดีของชีวิต แม้เราจะบอกว่าโลกยุคใหม่ 2006 ต้องรักวัวให้ผูกกับรถสิบล้อ รักพ่อรักแม่ให้ดูแลถุงยางอนามัยในกระเป๋าเรียนให้ดีๆ ก็ตาม หากทว่า หัวอกของพ่อแม่คงจะไม่ปล่อยให้ลูกสาวถูกใครๆ สวมถุงยางอนามัยชักเข้าชักออกแน่ๆ ใช่ไหมท่าน
|
|
|
|
|
|
|
|