 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
เทพชัย หย่อง
ลิ่มแห่งความแตกแยกที่ชื่อว่า 'ทักษิณ'
เป็นปรากกฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทยมาก่อนครับ
เมืองไทยของเรากำลังมีภาพของการถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ และชาวบ้านแตกเป็นสองฝักสองฝ่าย
'รักทักษิณ' อยู่ฟากหนึ่ง 'เกลียดทักษิณ' อยู่อีกฟากหนึ่ง
ความจริงจะรักจะเกลียดผู้นำประเทศ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่รักและเกลียดจนถึงขั้นแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย จนทะเลาะกันแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่
และคนที่เป็นต้นเหตุให้คนไทยฮึ่มๆ ใส่กันทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คุณทักษิณ ชินวัตร คนที่อ้างเช้าอ้างเย็นว่าทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ อ้างในทุกเวทีว่าทุกลมหายใจเข้าออก มีแต่ประชาชนอยู่ในใจ
แต่คำพูดกับการกระทำ สวนทางกันตลอดเวลา
เป็นผู้นำที่ดูจะมีความสุขกับการได้เห็นคนในสังคมเผชิญหน้ากัน มีความสะใจที่ได้ใช้ความแตกแยกของคนในประเทศ เป็นเครื่องมือตอบสนองตัณหาทางการเมืองของตัวเอง
คนนับแสนที่ออกมาชุมนุมและเดินขบวนกันอย่างสันติในกรุงเทพฯ และในหัวเมืองหลายจังหวัด ถูกประณามว่าพวก 'กุ๊ย' เป็น 'กลุ่มสูญเสียผลประโยชน์' เป็น 'คนไม่เคารพกติกา' เป็นพวก 'คนโง่'
ซึ่งตรงกันข้ามกับกลุ่ม 'คนรักทักษิณ' ถูกชูภาพว่าเป็นคนเคารพกฎหมาย และเป็นคนรักความถูกต้อง
ทุกเวทีที่คุณทักษิณขึ้นปราศรัย และเกือบทุกครั้งที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว คุณทักษิณไม่เคยลดละที่จะตอกลิ่มของความแตกแยกลงสู่สังคม ราวกับว่าไม่แคร์ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ขอให้ได้กลับมานั่งเก้าอี้นายกฯ อีกรอบเท่านั้นเป็นพอ
ผู้โดยสารถูกคนขับแท็กซี่ไล่ลงจากรถ เพราะดันไปวิจารณ์ทักษิณ ผัวเมียทะเลาะกัน เพราะคนหนึ่งเชียร์ทักษิณและอีกคนหนึ่งด่า
เพื่อนฝูงเลิกคุยกันเพราะทักษิณ ชาวบ้านต่างจังหวัดโกรธคนในเมืองที่เดินขบวนขับไล่ทักษิณ คนในเมืองผิดหวังที่คนชนบทยังหลงในมนต์เสน่ห์ของเงินที่ทักษิณเอาไปหว่าน
แม้แต่ในหมู่ทหารและข้าราชการก็แตกออกเป็นกลุ่มเป็นก้อน ระหว่าง 'พวกทักษิณ' กับ 'ไม่ใช่พวกทักษิณ' เพราะผลพวงจากการเข้าไปแทรกแซงการโยกย้าย และการแต่งตั้งทั้งหลายของคุณทักษิณและพรรคพวก
สื่อมวลชนเองก็ไม่เว้น ถูกอำนาจเงินและอำนาจการเมืองเข้าไปแทรกแซงและแทรกซึม จนแบ่งออกเป็น 'พวกรับเงินทักษิณ' และ 'พวกไม่เอาเงินทักษิณ'
อาจจะบอกได้ว่า ไม่มีส่วนไหนของสังคมไทยที่ไม่ถูกอำนาจเงินและอำนาจการเมืองของคุณทักษิณปั่นจนแตกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย
ยิ่งคุณทักษิณเดินสายหาเสียงตามจังหวัดต่างๆ มากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความแตกแยกให้กับคนในสังคมมากขึ้น
เพราะทุกที่ที่คุณทักษิณไปถึง ชาวบ้านก็จะถูกกรอกหูให้เกิดความรู้สึกว่าคนที่เดินขบวนขับไล่คุณทักษิณ คือคนที่ไม่มีความเอื้ออาทรต่อคนยากคนจน และทนไม่ได้ที่เห็นคุณทักษิณทำงานแก้ปัญหาให้ชาวไร่ชาวนา
คุณทักษิณคิดแบบเข้าข้างตัวเองสุดๆ ว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังได้รับการฟอกตัวในการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน
บรรดาพวกที่ออกมาเดินขบวนขับไล่ ก็จะเก็บเวทีม้วนเสื่อกลับบ้านกลับช่อง
คนที่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนก็คงหุบปาก
ชาวบ้านที่มีความรู้สึกว่าถูกผู้นำประเทศทรยศเอาสมบัติของชาติไปประเคนขายให้สิงคโปร์ ก็คงหลงๆ ลืมๆ ไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
สื่อมวลชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และเปิดโปงความเลวร้ายทางการเมืองทั้งหลาย ก็คงลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่สนามหลวง และกลับไปสนใจข่าวปล้นฆ่า ข่าวข่มขืนเหมือนเดิม
ชาวบ้านที่ถูกแบ่งเป็นพวก 'รักทักษิณ' และพวก 'เกลียดทักษิณ' ก็คงกลับมาสมานฉันท์กันเหมือนก่อน
แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ของคุณทักษิณ เพราะความแตกแยกและกระแสต่อต้าน 'ระบอบทักษิณ' มันหยั่งรากลึกเกินกว่าการเลือกตั้งแบบ 'ปาหี่' จะเยียวยาและสยบได้
ที่แน่ๆ ก็คือ ไม่ว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนจะเกิดขึ้นหรือไม่ สังคมไทยถูกแยกขั้วเรียบร้อยไปแล้ว
และไม่ว่าคุณทักษิณอยู่หรือไป มรดกทางการเมืองชิ้นนี้ของคุณทักษิณ ก็ยังจะอยู่หลอกหลอนสังคมไทยไปอีกนานทีเดียว
|
|
|
|
|
|
|
|