เนชั่นสุดสัปดาห์

บ.ก. บอกกล่าว O
จดหมายถึงบรรณาธิการ O
สุทธิชัย หยุ่น O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O
เรื่องจากปก3 O
เรื่องจากปก4 O

รายงานพิเศษ O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
รายงานพิเศษ (4) O
สัมภาษณ์พิเศษ O

หมายเหตุการณ์ O
โสภณ องค์การณ์ O
คิดอย่างไท O
เทพชัย หย่อง O
โรงเรียนนอกหน้าต่าง O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O

เรื่องสั้น O

โหราศาสตร์ O
ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 

คิดอย่างไท / กวี บ้านไท

นโยบายไทยต่อพม่า...จนตรอก!?

ประธานาธิบดี สุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน คนเก่งของอินโดนีเซีย เริ่มโชว์ฟอร์มสดในเวทีภูมิภาคแล้ว ด้วยการแสดง 'จุดยืน' ในเรื่องพม่า ว่าอยากจะเข้าไปมีส่วนส่งเสริมประชาธิปไตยในพม่า

ฟังแล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า แล้วนโยบายไทยต่อพม่านั้นเป็นอย่างไร? มีผลอย่างไร? ทำไมไทยไม่มีบทบาทในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน?

จะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ ต้องสำรวจนโยบายไทยต่อพม่าในช่วงรัฐบาลทักษิณ 5 ปีที่ผ่านมาก่อน คอลัมน์นี้ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายไทยต่อพม่ามาตลอดเสมอว่ามันเป็นนโยบายที่ใช้ไม่ได้ เพราะสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าอย่างแข็งขัน เพื่อกดขี่ประชาชน มุ่งทำลายพลังประชาชนและประชาธิปไตยในพม่า รวมทั้งพลังประชาธิปไตยตามตะเข็บชายแดนไทย-พม่าด้วย

รัฐบาลทักษิณเป็นปากเสียงให้กับรัฐบาลทหารพม่าด้วยสาเหตุหลายประการ ประเด็นหลัก คือความต้องการตัวทักษิณและอาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่ (ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์แล้ว กรณีขายหุ้นชินคอร์ป) กับผลประโยชน์ตอบแทนส่วนตัวที่ได้จากสายสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับผู้นำทหารพม่า

ผลประโยชน์ทักษิณจึงเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนนโยบายไทยต่อพม่า โดยไม่มีใครทัดทาน ยิ่งวันก็ยิ่งเน่า ประเด็นรองลงมา คือไทยต้องการความร่วมมือของพม่าในการสกัดการผลิตและนำเข้ายาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าไม่ให้ผ่านไทย ซึ่งประเด็นนี้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อความจริงใจของพม่ามากไป จนกลายเป็นว่าความกระตือรือร้นของไทยกลายเป็นดาบสองคม ถูกพม่านำมาหลอกล่อหลอกใช้เพื่อให้ไทยตายใจ ทำให้ไทยต้องยอมทำตามสิ่งที่ผู้นำทหารพม่าต้องการ

5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยยอมให้ผลประโยชน์ส่วนตัวทักษิณเข้ามาเบียดผลประโยชน์แห่งชาติในนโยบายไทยต่อพม่า ในอนาคต ชาติไทย-คนไทยต้องรับเคราะห์กรรมต่อไป เพราะประชาธิปไตยในพม่าต้องเกิดขึ้นแน่นอน กระแสลมประวัติศาสตร์การพัฒนาประชาธิปไตย กำลังโหมกระหนํ่ามาบริเวณภูมิภาคนี้ จนไม่มีใครสามารถหยุดมันได้

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่อาวุโสระดับผู้อำนวยการกองต่างๆ ของกระทรวงต่างประเทศ ได้มีการระดมความคิดกันในเรื่องนโยบายไทยต่อพม่า ว่าจะทำอย่างไรดี ตอนนี้หลายคนมีความรู้ว่ามันไม่ไหวแล้ว นโยบายนี้ถึงทางตัน ถ้าขืนยังดื้อดึงเอานโยบายทักษิณมาใช้มีหวังการทูตไทยต้องขายหน้า

น่าเสียดาย การระดมความคิดเห็นครั้งนี้นั้นไม่มีผลทางด้านปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะสาเหตุใหญ่ประการหนึ่ง คือ ต้องการหาทางออก เพื่อช่วยหาเสียงสนับสนุนการเข้าชิงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เจ้าหน้าที่เหล่านี้มีความเห็นตรงกันว่า นโยบายไทยต่อพม่าขณะนี้มีผลเสียต่อเสียงสนับสนุนของไทย เพราะทั้งโลกกำลังต้องการเห็นพม่าเป็นประชาธิปไตย แต่รัฐบาลไทยกลับมาขัดขวาง

ก่อนทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯ นโยบายไทยมีแนวทางแน่ชัดว่าไม่เล่นกับรัฐบาลทหารพม่า คุณชวน หลีกภัย ไม่ยอมเดินทางเยือนพม่าเด็ดขาดเพื่อแสดงจุดยืนว่า ไทยสนับสนุนแรงดลใจประชาธิปไตย ช่วงนั้นประชาคมโลกได้อาศัยแนวโยบายไทยเป็นเสาหลัก

อย่าลืมว่าไทยเป็นประเทศด่านหน้าของประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาสารพัด ฉะนั้น นโยบายไทยต่อประเทศเหล่านี้ จะเป็นแม่บทสำคัญสำหรับต่างประเทศที่จะนำมาใช้ หรือปรับ ดัดแปลงนโยบายของเขาต่อไป

ช่วงสงครามกัมพูชาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ไทยได้รับคำสรรเสริญและแรงสนับสนุนอย่างท่วมท้น บทบาทไทยมีมาก เพราะกระทรวงต่างประเทศภายใต้การนำของรัฐมนตรีต่างประเทศ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา มีแนวทางการทูตชัดเจน เอาผลประโยชน์แห่งชาติเป็นหลัก ใครๆ ก็สนับสนุน

ที่สำคัญมากๆ คือ ไม่มีใครกล้าท้าทายจุดยืนทางการทูตไทย เพราะมีความถูกต้องเป็นหลักการเที่ยงแท้แน่นอน ตอนนี้มาดูนโยบายต่างประเทศไทยซิ เกือบทุกเรื่องมีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามายุ่งเกี่ยว

ตอนนี้เกิดมาสำนึกว่านโยบายพม่ากำลังเป็นพิษ เพราะกระแสในหมู่ประชาคมระหว่างประเทศกำลังแรงที่ต้องกดดันรัฐบาลทหารพม่าให้เปิดกว้างและปล่อยนางออง ซาน ซูจี

ที่น่าทุเรศที่สุดคือ ในขณะทั่วโลกกำลังกล่าวสดุดีและให้กำลังใจแก่นางซูจี นายกฯ ทักษิณกลับอวดเก่ง อ้างชื่อซูจีและการเลือกตั้ง มาประชดฝ่ายค้านที่ไม่เข้าร่วมการเลือกตั้ง ไม่รู้เกิดบ้าจี้อะไรขึ้นมา

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่นโยบายพม่าทำให้ไทยถูกโดดเดี่ยวในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอย่างน่าสมเพศที่สุด ทั้งๆ ที่ไทยไม่เคยต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากแบบนี้มาก่อน ใครๆ ก็รู้ว่าภาพลักษณ์ไทยในเวทีต่างประเทศนั้น ดีมาตลอด โชคดีที่มีบุญเก่าสะสมไว้มากเพียงพอ

นโยบายไทยต้องเปลี่ยนอย่างฉับพลัน มิฉะนั้นแล้วจะสายเกินแก้ ประวัติศาตร์พม่าในอนาคตจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังคนไทย เฉกเช่นคนกัมพูชา เวียดนามและลาวกว่าแสนคน ที่เคยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย ก่อนไปอยู่ประเทศที่สาม มีใครบ้างหนอที่ระลึกถึงคุณงามความดีของไทยตอนนั้นบ้าง

อย่าให้ประวัติศาสตร์ซํ้ารอยอีกครั้ง ทั้งที่ที่เห็นกันชัดๆ ตําตา

 

 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com