 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
รายงานพิเศษ / นภาพร แจ่มทับทิม
ที่เป็นมากกว่า 'สินค้ากู้ชาติ'
มองไปทางไหนบริเวณท้องสนามหลวง ก็เต็มไปด้วยสีสันของบรรดาม็อบกู้ชาติ ที่มีผู้คนจำนวนมาก ต่างมุ่งหน้ามานัดพบ ณ ที่แห่งนี้
ไม่ใช่เพียงแค่ร่วมกดดันพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจในทางมิชอบของผู้นำรัฐบาลเท่านั้น
หากแต่มีจุดยืนและการแสดงเจตนารมณ์การปฏิรูปการเมือง การตรวจสอบทางการเมืองร่วมกัน
สังเกตได้จากสัญลักษณ์ทางวัตถุและข้อความที่ปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ แผ่นพับ หรือวีซีดี ล้วนบอกเล่าพลังมวลชนในการแสดงออกทางสิทธิ เสรีภาพทางการเมือง
สัญลักษณ์การต่อสู้ที่มาพร้อมกับม็อบชนชั้นกลาง ที่มีทั้งแจกฟรี อย่างเช่น ผ้าพันคอ, หมวกกระดาษ, ผ้าโพกหัว, ธงชาติและธงแบบต่างๆ
ที่น่าสนใจคือ สัญลักษณ์เหล่านี้ได้กลายมาเป็นสินค้าให้กับบรรดานักสะสม และกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม ซื้อหากันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว
อุดมศักดิ์ วัฒนวรชัยวาสนิช ผู้ประสานงานกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมือง ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของการจำหน่ายผ้าพันคอสีสันสดใส ที่มีทั้ง สีแดง ขาว น้ำเงิน เขาเริ่มยกตัวอย่างข้อความบนผ้าพันคอ
"เจ้าซื่อต่อความคด ทรยศต่อความจริง มวลชนจะครวญยิ่ง ที่เจ้าทิ้งอุดมการณ์"
"ข้อความบทนี้ หมายถึงสิ่งที่เราต้องการสื่อถึงคนในเดือนตุลาที่อยู่ในรัฐบาลทักษิณ คือช่วงที่เราลำบาก เราสู้กับเผด็จการมาตลอด แต่สหายที่เคยต่อสู้กับเรามา เขาไม่ได้เป็นพวกเราแล้ว เพื่อสื่อให้รู้ว่าหมายถึงคนเดือนตุลาที่เคยเข้าป่าด้วยกันมา
"ข้อความที่มีอยู่หลากหลายบนผ้าพันคอนี้ ล้วนเป็นถ้อยคำอมตะที่เคยถูกใช้เมื่อ 14 ตุลา เราสู้กับเผด็จการ ที่เคยร่วมเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ทางการเมืองตั้งแต่เหตุการณ์ตุลา 2516 เหตุการณ์ตุลา 2519 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ"
"ทางกลุ่มเราต้องการสื่อให้กับประชาชน และผู้ที่มาร่วมในงานนี้ ผ่านทางวัตถุ จากที่คุณได้มาเข้าร่วม เราก็อยากจะให้คุณได้อะไรกลับไปเป็นที่ระลึก ที่สื่อความหมายของการต่อสู้"
นอกจากนี้ ชายสูงวัยผู้นี้ยังได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และเปรียบเทียบเหตุการณ์พฤษภาทมิฬซึ่งเขาได้เคยสัมผัสมาแล้ว
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ค่อนข้างมีความเหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กลางวันพวกเราจะไปทำงาานกัน แต่ว่าพอ 4-5 โมงเย็นคนก็จะเริ่มทยอยมาถึง 4-5 ทุ่ม แต่ครั้งนี้คิดว่าจะไม่ยืดเยื้อ เพราะว่าทุกคนมีภาระ หน้าที่ประจำที่ต้องทำ
"แต่เท่าที่รู้ก็คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีการประเมินกำลังก่อนว่าประชาชนที่มาเข้าร่วมมันสุกงอมพอหรือยัง"
เมื่อถามถึงสินค้าที่นำมาขายว่าขายดีหรือเปล่า เขาตอบอย่างอารมณ์ดีว่า
"จำนวนของผ้าพันคอที่นำมาขายก็มีเพียงแค่ 100 ผืนเท่านั้น โดยขายในราคา 25 บาท จะได้กำไรผืนละ 8 บาท เป็นงานแฮนด์เมด เราสกรีนลายบนผืนผ้าเอง และเป็นกิจกรรมที่ทำโดยเครือข่าย สมาชิกที่ทำเพื่อเผยแพร่ การเรียนรู้การเมืองภาคประชาชนด้วยสัญลักษณ์ที่เป็นวัตถุเหล่านี้ จากการที่เราทำมาหลายปี ทำให้เราเห็นการเมืองภาคประชาชนมีการพัฒนามากขึ้น"
ด้าน นโรดม เขม้นเขตวิทย์ เครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย อาชีพศิลปินอิสระ เขาเริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า จากเดิมทางกลุ่มของพวกเขาก็จะมาช่วยกิจกรรมที่นี่ ด้วยการเขียนคัตเอาท์ และป้ายต่างๆ อยู่แล้ว
"แต่เมื่อมีการชุมนุมทุกวัน พวกเขาไม่มีรายได้ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งถือเป็นการเผยแพร่และสื่อสารผลงานของเรา ที่มีทั้งโปสเตอร์ ภาพพิมพ์ เสื้อยืด สติ๊กเกอร์ เข็มกลัด ซึ่งก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังจะนำรายได้มาเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย"
โดยก่อนหน้าเขายังมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนตามพื้นที่ที่ความขัดแย้งเกี่ยวกับนโยบายของรัฐ และคนหนุ่มรุ่นใหม่ยังกล่าวต่ออีกว่า
"สมาชิกที่มาเข้าร่วมในครั้งนี้ก็ล้วนมาด้วยความรู้สึกอย่างเดียวกัน คือต้องการแสดงออกทางการเมือง ความคาดหวังที่อยากให้ภาพที่ปรากฏเห็นว่าเรามาทำงานตรงนี้เพื่ออะไร อยากให้คนส่วนใหญ่ได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ อย่าหลงเชื่อภาพต่างๆ ที่เขาพยายามสร้างให้เราได้เห็น"
ใครที่ไปร่วมชุมนุม หรือใครที่ผ่านไปทางสนามหลวง อยากอุดหนุนซื้อ 'สินค้ากู้ชาติ' ในรูปแบบต่างๆ ก็เชิญตามอัธยาศัย!
|
|
|
|
|
|
|
|