เนชั่นสุดสัปดาห์

บ.ก. บอกกล่าว O
จดหมายถึงบรรณาธิการ O
สุทธิชัย หยุ่น O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O
เรื่องจากปก3 O
เรื่องจากปก4 O

รายงานพิเศษ O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
รายงานพิเศษ (4) O
สัมภาษณ์พิเศษ O

หมายเหตุการณ์ O
โสภณ องค์การณ์ O
คิดอย่างไท O
เทพชัย หย่อง O
โรงเรียนนอกหน้าต่าง O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O

เรื่องสั้น O

โหราศาสตร์ O
ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 

รายงานพิเศษ / นิติราษฎร์ บุญโย

คืนนั้น..บนถนนราชดำเนิน

กองทัพนักข่าวจะเหยียบกันตายเสียให้ได้!!

พลันที่ สนธิ ลิ้มทองกุล, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, สมศักดิ์ โกศัยสุข, พิภพ ธงไชย และสุริยะใส กตะศิลา กลุ่มแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศตอน 3 ทุ่ม

ว่าจะเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเคลื่อนขบวนต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล อันเป็นเป้าหมายสำคัญของการชุมนุมในค่ำคืนนั้น (5 มีนาคม)

เพียงแค่กลุ่มแกนนำก้าวลงจากเวทีปราศรัยมุ่งสู่ถนนราชดำเนิน ทำให้บรรดา 'เหยี่ยวข่าว' จากสำนักข่าวต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างกรูกันเข้ามาทำข่าว เพื่อเกาะติดรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นี่ไม่ใช่ภาพที่เพิ่งเคยพบเห็น และไม่ใช่ภาพที่หาชมได้อย่างชินตา แต่เป็นภาพของ 'หน้าที่' และ 'ความมุ่งมั่น' ที่ไม่ย่อท้อแห่งวิชาชีพที่เลือกแล้ว อย่างอาชีพ 'หาข่าว' โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'นักข่าวสนาม' ที่หวังจะเก็บภาพและเหตุการณ์อันเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการเคลื่อนไหวภาคประชาชนทางการเมืองไทย เพื่อนำมารายงานต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา

0 0 0

ราว 3 ทุ่ม 40 นาทีแล้ว การเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังไม่เป็นเอกภาพนัก ท่ามกลางรถราที่วิ่งผ่านถนนราชดำเนิน ทั้งขาเข้าและขาออกต่างหยุดชะงัก ทำให้การจราจรติดขัดอยู่พักใหญ่ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมก็เคลื่อนไปไม่ได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเคลียร์ทางให้โล่งว่าง จึงเคลื่อนตัวได้สะดวกขึ้น

ขณะนั้นทิวธงชาติได้ปกคลุมถนนราชดำเนินเรียบร้อยแล้ว โดยมีเหล่าผู้ชุมนุมจากกองทัพธรรมแบกธงเป็นแถวหลายแถวร่วมร้อยคน ซึ่งถูกจัดให้เป็นทัพหน้า และเครือข่ายเกษตรกรฯ จำนวนหลายพันคน เป็นทัพหลังปิดขบวน

การเคลื่อนขบวนไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น เป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่มเห็นจะได้ ซึ่งเป็นไปอย่าง 'อารยะขัดขืน' โดยสันติ พร้อมเสียงตะโกนปลุกใจว่า 'ทักษิณ..ออกไป' ดังอยู่เป็นระยะ ขณะที่ท้ายขบวนยังเคลื่อนออกจากสนามหลวงไม่หมด

ส่วนด้านหน้าอนุสาวรีย์ฯ ฝั่งหันหน้าไปทางสนามหลวง มีรถ 6 ล้อจอดรอไว้แล้ว และตั้งเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราว ซึ่งมีโฆษกพันธมิตรฯ อธิบายการเคลื่อนขบวนอยู่เป็นระยะๆ ในขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ปีนป่ายขึ้นไปตรงกลางอนุสาวรีย์ฯ เพื่อโบกธงชาติ ส่วนผู้ชุมนุมอื่นๆ ต่างนั่งฟังการปราศรัยอีกรอบหนึ่ง ทำให้บริเวณนั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเรือนแสนจนเต็มไปหมด

'สนธิ' ได้ขึ้นปราศรัยพร้อมกลุ่มแกนนำที่อนุสาวรีย์ฯ อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดนานนัก จึงเชิญชวนผู้ชุมนุมมุ่งหน้าไปด้วยกันที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวว่ามีหลายเรื่องและอีกหลายคน จะมาบอกเล่าความเลวร้ายในระบบทักษิณอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ชุมนุมบางส่วน ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มหลักในพันธมิตร ต่างช่วยกันถือน้ำดื่มคนละขวดสองขวด ติดไม้ติดมือมาแจกจ่ายขณะเดินขบวนอีกด้วย

ทุกคนต่างมุ่งหน้าเดินอย่างรู้หน้าที่ ขณะที่ผู้สื่อข่าวเกาะติดสถานการณ์อยู่ข้างหน้าม็อบโดยตลอดแล้ว จะเห็นว่าเบื้องหน้ามีเจ้าหน้าตำรวจยืนรักษาความปลอดภัยอยู่เป็นระยะๆ จนกระทั่งบริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จึงได้ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนเป็นแถวกั้นจำนวน 3-4 แถวพร้อมกระบองไฟสีแดง แต่ก็ไม่ได้ห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินมาก่อนไว้ชนิดเด็ดขาด เพราะใครอยากข้ามก็ให้ข้ามไปได้

ทันทีที่ทัพหน้าของกองทัพธรรมไปถึง ต่างหยุดรอตามที่นัดหมาย แต่มวลชนส่วนหนึ่งไม่หยุด ทำให้เกิดความวุ่นวายอยู่พอสมควรในวินาทีนั้น เพราะเสียงประกาศจากแกนนำอย่างดุดันว่าไม่ให้ผู้ชุมนุมข้ามตำรวจไป เพราะอยากให้ไปพร้อมๆ กัน โดยบอกให้ผู้ชุมนุมปรบมือเป็นสัญญาณให้นั่งลง

จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครฟังใครแล้ว เพราะในวินาทีนั้น ทุกคนต่างจับจ้องสนธิ และพล.ต.จำลอง ที่เดินจับมือกันมากับด้วยสีหน้าขึงขัง และนั่งลงเพื่อหยุดการเคลื่อนมวลชน ณ ที่แห่งนั้นทันที ซึ่งมี 'การ์ด' รักษาความปลอดภัยอยู่ไม่ห่าง พร้อมด้วยสื่อมวลชนทุกแขนงที่ล้อมหน้าล้อมหลังทำข่าวกันอย่างน่าตื่นเต้น

การเจรจาได้เกิดขึ้นตรงสะพานแห่งนั้น และคู่เจรจาภายหลังคือ พล.ต.ต.ปราโมทย์ ปทุมวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยระบุว่า เนื่องจากบริเวณที่อยู่ถัดจากสะพานผ่านฟ้าฯ ไปเป็นสถานราชการที่สำคัญ จึงต้องการคุยกับแกนนำผู้ชุมนุมก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการก่อเหตุในลักษณะต่างๆ

เวลาผ่านไปพอสมควร ทุกคนต่างลุ้นระทึกว่า แกนนำทั้งสองคนจะทำอย่างไร จะบุกฝ่าหรือจะนั่งรอต่อไป แต่สุดท้ายการเจรจา ฝ่ายตำรวจต้องยอมถอยให้มวลชนเคลื่อนทัพต่อไปได้

ชัยชนะด่านแรกของ 'กลุ่มพันธมิตรกู้ชาติ' สามารถลดความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี เพราะท่ามกลางความกลัวว่าจะเกิดเหตุวุ่นวาย เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จนลุกลามกลายเป็นจลาจลก็เป็นได้ แต่ทุกคนต่างพยายามยับยั้งชั่งใจไม่คะนองในอารมณ์รักชาติจนเกิดเหตุ จนเกิดเป็นความสูญเสียได้

มวลชนทุกฝ่ายมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนัดพบกันที่ประตูทางเข้าฝั่งตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพราะที่แห่งนั้นถูกตระเตรียมเวทีชั่วคราวที่จะให้แกนนำพันธมิตรฯ ปราศรัย ไว้ล่วงหน้าแล้ว และผู้ชุมนุมบางส่วนได้มาถึงก่อนนานพอสมควรแล้ว

จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคอนโทรลฝูงชนจำนวนมากให้มีธงนำผืนเดียวกัน มีภารกิจอันเดียวกัน คือ ขับไล่ผู้นำรัฐบาล แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคอนโทรล 'พลังคนเบื่อแม้ว' ให้มุ่งสู่จุดหมายอย่างเป็นรูปธรรมเช่นเดียวกัน

และยังมีความงดงามตลอดทางสายราชดำเนินถึงพิษณุโลก ที่สะพรั่งสวยด้วยชุดอาภรณ์เหลืองอร่ามของผู้ชุมนุมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ซึ่งถนนเส้นนั้นในคืนนั้น ได้เห็นมิตรภาพของผู้คนที่ต่างไม่รู้จักกันมาก่อนและรู้จักกันมาก่อนก็ตาม ทุกคนต่างพูดคุย 'เล่ห์เหลี่ยมกลโกง' ของ 'ทั่นผู้นำ' อย่างออกรส ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอย่างซึ้งใจ ซึ่งหาชมและสัมผัสได้ยากยิ่ง

กระทั่งเวลาเที่ยงคืนล่วงมา ทางทัพมวลชนเคลื่อนถึงทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ทำให้ถนนพิษณุโลกเนืองแน่นแคบลงไปถนัดตา ทุกคนนั่งลงพักอย่างสงบ และแกนนำต่างผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัยบนรถ 6 ล้อที่เป็นเวทีชั่วคราวอย่างถึงพริกถึงขิง ท่ามกลางกระแสว่าจะมีการชุมนุม ณ ที่แห่งนั้นต่อไป ไม่กลับไปชุมนุมต่อที่สนามหลวง

แต่สุดท้าย ทางแกนนำก็ออกมาสรุปว่า ต้องกลับไปชุมนุมต่อที่สนามหลวงต่ออย่างแน่นอน โดยไม่มีเหตุการณ์ก่อความวุ่นวายแต่ประการใด

อย่างไรก็ดี แม้ว่าทางกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ จะออกมาชื่นชมยินดีต่อการร่วมไม้ร่วมมือของเหล่าผู้ชุมนุมที่ไม่ก่อความวุ่นวาย แต่สิ่งที่อยากเห็น และอยากให้เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

นั่นคือ 'อหิงสา' การต่อสู้อย่างสันติ จึงจะเป็นครรลองอันเป็น 'อารยะ' ที่น่าชื่นชมและปฏิบัติยิ่ง!!

 

 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com