 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
จดหมายถึงบรรณาธิการ
หลังฉาก... 'ม็อบ' เชลียร์!
แถลงการณ์กลุ่มพี่น้องมหิดล ฉบับที่ 2/2549
สืบเนื่องจากที่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่ง จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเมือง เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปฏิเสธที่จะทำตามข้อเรียกร้อง ก่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน ทำให้เกิดมีกระแสข่าวการทำรัฐประหาร ซึ่งจะมีผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย และสภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในระยะยาว กลุ่มพี่น้องมหิดลในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความเป็นไปดังกล่าวของบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น กลุ่มพี่น้องมหิดล จึงขอเรียกร้อง ดังนี้
1) ขอสนับสนุนแนวคิดของเครือข่ายแพทย์อาวุโส ที่เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงความเสียสละด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเว้นวรรคทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติของชาติ เพื่อให้การพัฒนาประชาธิปไตยสามารถเดินหน้าต่อไปได้
2) สนับสนุนการปฏิรูปทางการเมือง ที่นำโดยองค์กรที่เป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจอิทธิพลทางการเมือง
3) คัดค้านการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่าย และการรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ
กลุ่มพี่น้องมหิดล
4 มีนาคม 2549
แถลงการณ์จากเครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์เดือนพฤษภา 2535
(ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อต้านนายกฯ ที่มาจากการแต่งตั้งและกระบวนการนอกรัฐสภา สนับสนุนการปฏิรูปการเมืองของประชาชน)
ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ปรากฏเด่นชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หมดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 'เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์เดือนพฤษภา 2535' ขอสนับสนุนการใช้สิทธิทางการเมืองของประชาชนในการชุมนุมเคลื่อนไหวเพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมา กลไกของรัฐสภาและองค์กรอิสระล้วนถูกรัฐบาลพรรคไทยรักไทยควบคุมครอบงำจนไม่สามารถทำงานได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะปกป้องเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของการต่อสู้เดือนพฤษภาคม 2535 เอาไว้ เครือข่ายฯ มีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้
ประการที่หนึ่ง การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ต้องวางอยู่บนฐานของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ เครือข่ายฯ จึงขอคัดค้านการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่ง 'นายกรัฐมนตรี' หรือ 'รัฐบาลจากการแต่งตั้ง' เพราะนายกฯ หรือรัฐบาลจากการแต่งตั้งมิใช่เป้าประสงค์ของประชาชนที่ออกมาขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เครือข่ายฯ ขอเรียนย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นผลผลิตของการต่อสู้ทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย บุคคลหรือคณะบุคคลใดไม่มีสิทธิละเมิดหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งไม่มีใครมีอำนาจจะแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ได้โดยอำเภอใจ
นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้ง เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจนอกระบบ ทำให้เจตนารมณ์ประชาธิปไตยของประชาชนถูกปล้นไปซึ่งๆ หน้า
ประการที่สอง แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะบิดเบือนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการแสดงเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน ให้กลายเป็นกระบวนการฟอกตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณเอง ซึ่งเครือข่ายฯ ขอประณามไว้ ณ ที่นี้
แต่เครือข่ายฯ ก็เห็นว่า การเป็นปฏิปักษ์กับการเลือกตั้งอย่างสุดขั้ว จนโน้มเอียงให้สังคมหันไปแสวงหารัฐบาลใหม่โดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง ก็ย่อมไม่ใช่วิถีทางคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง และขัดต่อหลักการประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ข้อบกพร่องของการเลือกตั้งและระบบรัฐสภาที่เป็นอยู่ เป็นเรื่องที่แก้ไขได้โดยวิถีทางของประชาธิปไตย และควรจะต้องที่แก้ไขได้โดยวิถีทางของประชาธิปไตย
แม้เครือข่ายฯ จะเข้าใจดีถึงข้อจำกัดของการเลือกตั้งในภาวการณ์ปัจจุบัน แต่เครือข่ายฯ เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นหนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตย และเป็นการแสดงออกถึงสิทธิ และเจตจำนงของประชาชนในการเลือกรัฐบาล ตามหลักการประชาธิปไตย อีกทั้งประชาชนก็ยังสามารถแสดงพลังและเจตจำนงของตนเองผ่านกระบวนการเลือกตั้งได้ในหลากหลายวิธีการ
ประการที่สาม เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้ประชาชนรวมตัวผลักดันให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น - ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่ 2 เมษายน 2549 - เปลี่ยนแปรจาก 'การเลือกตั้งที่ถูกบิดเบือน' เป็น 'การเลือกตั้งเพื่อปฏิรูปการเมือง' และเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้การปฏิรูปการเมืองต้องเกิดขึ้นทันทีเมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง
เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์เดือนพฤษภา 2535 ขอเน้นย้ำว่า ปัญหาทางการเมืองในยุครัฐบาลไทยรักไทย เกิดขึ้นเพราะกลไกพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งโครงสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม เปิดโอกาสให้เกิดการบิดเบือนอำนาจไปในทางมิชอบ
ดังนั้น การปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่จำเป็นต้องเป็นการปฏิรูป ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่การปฏิรูปที่นำโดยชนชั้นนำหรือนักกฎหมายมหาชนไม่กี่ราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้นำและระบบการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้อีก ทั้งนี้ การปฏิรูปครั้งใหม่ไม่ควรจำกัดอยู่แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น หากควรขยายรวมไปถึงการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายทางเศรษฐกิจสังคมอย่างรอบด้าน
ท้ายที่สุดนี้ เครือข่ายฯ ขอยืนยันว่า การต่อสู้เพื่อเป้าหมายประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นั้น ย่อมไม่มีทางลัด มีแต่ต้องอาศัยการขับเคลื่อนพลังของประชาชนที่กว้างขวางโดยยึดกุม 'วิถีทางประชาธิปไตย' เป็นเครื่องมือเท่านั้น
เชื่อมั่นในพลังประชาชน
เรียน บรรณาธิการ เนชั่นสุดสัปดาห์
ผมรับราชการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล รู้สึกอึดอัดใจมากที่ต้องทนทำในสิ่งที่ขัดความรู้สึก ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกอิจฉาพวกท่านที่ทำงานด้วยความมีอิสระ สามารถทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ผมเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย จึงต้องทนทำตามนโยบายที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง ผมอยากให้ท่านทราบว่า ทำไมจึงมีม็อบสนับสนุนนายกรัฐมนตรี เขามีวิธีดำเนินการ ดังนี้-ครับ
1.แจ้งให้ ส.ส.ในพื้นที่จ้างราษฎรมาชุมนุมให้กำลังใจเพื่อเชียร์นายกฯ (เน้นว่าทุก อบต.ที่อยู่ในสายต้องทำ) ให้นายก อบต.เป็นผู้รับผิดชอบแต่ละตำบล หัวละ 100-200 บาท แล้วแต่ว่ามีการหักหัวคิวมากน้อยแค่ไหน?
2.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จัดส่งไปรษณียบัตรไปที่ตู้ ปณ.888 เพื่อให้กำลังใจนายกฯ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดให้นายอำเภอเขียนอำเภอละ 1,000 ฉบับ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 4 มีนาคม 2549
3.การดำเนินการตามข้อ 1 และ 2 ใช้การสั่งทางโทรศัพท์หรือด้วยวาจา เพื่อไม่ให้มีหลักฐาน หากจังหวัดใด อำเภอใดไม่ได้ตามเป้า ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ อาจโดนสั่งย้าย
4.ผมไม่เข้าใจว่าข้าราชการทุกวันนี้ มีสักกี่คนที่ทำงานอย่างมีเกียรติและน่าภาคภูมิใจ ทุกคนมุ่งแต่สรรหาความก้าวหน้า มองข้ามจริยธรรม คุณธรรม ความถูกต้อง กลัวแต่ตัวเองจะตกจากเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ มีใครในประเทศนี้ที่รักชาติอย่างจริงใจ มีใครที่จะทำเพื่อลูกหลานในวันข้างหน้า ผมว่ามันคงน่าอายมากหากลูกหลานในวันข้างหน้าถามว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้มัวทำอะไรอยู่ จึงปล่อยให้มีการขายชาติ หรือทุกคนขานรับอำนาจนายกฯ หมด อาชีพข้าราชการช่างต่ำต้อย แต่ไม่ใช่ข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่ทราบความไม่ชอบมาพากลที่ผมกล่าวมาข้างต้นนะครับ... เราทราบแต่ไม่อาจทำอะไรได้
ผมขอให้ 'เนชั่นสุดสัปดาห์' อยู่คู่สังคมไทยไปตลอด (สำหรับผมเสพติดครับด้วยความจริงใจ) ดำรงความเป็นกลางไว้อย่างนี้ตลอดไปนะครับ
Banchai
...............................................
|
|
|
|
|
|
|
|