 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 765 วันที่ วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
เทพชัย หย่อง
เมื่อผู้นำหลงภาพที่สร้างให้ตัวเอง
เคยมีนักคิดทางด้านการเมืองบอกไว้ว่า ประชาชนควรจะเริ่มเป็นกังวลได้แล้ว ถ้าผู้นำประเทศแสดงอาการหลงเชื่อในคำโฆษณาชวนเชื่อของตัวเอง
หรือถ้าจะพูดให้สอดคล้องกับภาวะการเมืองบ้านเราก็ต้องบอกว่า ชาวบ้านควรที่จะเริ่มเป็นห่วงบ้านเมืองได้แล้ว ถ้าผู้นำเราชักเริ่มเคลิ้มไปกับภาพที่พยายามสร้างให้กับตัวเอง
จนถึงขั้นหลงเชื่อว่าตัวเองเป็นเทวดา แค่ย่างกรายเข้าไปในหมู่บ้านไหน ก็สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างของชาวบ้านได้
หรือนั่งลงคุยกับครอบครัวไหนในหมู่บ้าน ก็สามารถเนรมิตให้ครอบครัวนั้นพ้นจากความยากจนในบัดดล
หรือแค่อบรมสั่งสอนชาวบ้านที่พบระหว่างทางเพียงสองสามประโยค ก็ทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นหูตาสว่าง เห็นหนทางพ้นจากความยากจนได้
ดูจากคำพูดและทีท่าของท่านผู้นำ บวกกับคำป้อยอของคนรอบข้าง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับว่า คุณทักษิณกำลังหลงภาพที่ตัวเองและทีมงานช่วยกันสร้างขึ้นมา
และไม่ใช่ตัวท่านผู้นำเองหลงอยู่คนเดียวนะครับ ยังพยายามหว่านล้อมทั้งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ให้ชาวบ้านชาวช่องพลอยหลงเชื่อไปด้วย
ไปหยุดท่านนายกฯ ก็คงยาก เพราะท่านเชื่อของท่านไปแล้ว ยิ่งมีบรรดา 'ลิ่วล้อ' คอยพูดกรอกหูทุกวันว่าท่านเก่งเหนือมนุษย์ทั่วไป มีหรือที่ท่านผู้นำจะไม่เคลิ้ม
สงสารก็แต่บรรดาข้าราชการทั้งหลายที่ถูกบังคับให้นั่งหน้าจอทีวีสี่ห้าวันติดๆ กันเพื่อเรียนรู้จากท่านผู้นำ
ยิ่งเห็นท่านนายกฯ บนหน้าจอมากเท่าไร ก็ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่า 'เรียลลิตี้โชว์' ที่ อ.อาจสามารถเที่ยวนี้ มันเหมือนกับเป็นการตบหน้าข้าราชการทั้งหลายฉาดใหญ่
ถ้าขนาดต้องให้คนระดับผู้นำประเทศ ที่เป็นถึงอดีตมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ ถอดสูทพับแขนเสื้อลงลุยพื้นที่ด้วยตัวเอง ก็เท่ากับเป็นการฟ้องว่าที่ผ่านมาทั้งข้าราชการและบรรดาองค์กรปกครองท้องถิ่น จนถึงหน่วยงานระดับชาติทั้งหลาย ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน
หรือไม่ก็รัฐมนตรีที่เวียนกันเข้ามานั่งหน้าสลอนอยู่ใน ครม. กี่ชุดต่อกี่ชุดของท่านต่างก็ไร้ซึ่งความสามารถในการดูแลชาวบ้าน
มันก็น่าประหลาดใจเหมือนกันที่ไม่มีใครสักคนที่กล้าพอจะกระซิบบอกท่านผู้นำ ว่าความยากจนเป็นปัญหาที่ต้องแก้กันที่โครงสร้าง เป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความจริงใจและความทุ่มเทในการแก้ระยะยาว
ต่างพลอยเห็นดีเห็นงามกับการแสดงละครฉากใหญ่นี้ไปหมดทุกคน
ไม่ต้องให้ผู้รอบรู้ หรือผู้เชี่ยวชาญมาบอกก็รู้ว่า สาเหตุหนึ่งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังยากจนทุกวันนี้ก็เพราะถูกนักการเมืองทุกยุคทุกสมัยมองเป็นของเล่นทางการเมือง
ถูกนักการเมืองเลี้ยงไว้เพื่อเป็นฐานเสียงคอยค้ำจุนอำนาจทางการเมือง
แต่บังเอิญในยุค 'คิดใหม่ ทำใหม่' การสร้างภาพของฝ่ายการเมืองมันก้าวหน้าไปเยอะ แค่ไปนั่งล้อมวงกินข้าวกับชาวบ้าน หรือเอาเงินเอาทองไปแจกแบบเงียบๆ เหมือนเมื่อก่อนมันไม่สะใจพอ มันต้องประโคมข่าวให้ชาวบ้านชาวช่องรู้กันทั่วประเทศ
ยิ่งคนในเมืองมีอาการไม่พออกพอใจรัฐบาลมากเท่าไร ผู้นำการเมืองที่ห่วงแต่ความอยู่รอดของตัวเองก็ยิ่งต้องวิ่งไปหาชาวบ้านที่พร้อมจะอ้าแขนรับ
ตื่นเต้น ชาวบ้านต้องตื่นเต้นแน่ มีชาวบ้านที่ไหนไม่ตื่นเต้นหรือดีใจที่มีคนใหญ่คนโตจากเมืองกรุงไปเยี่ยมถึงบ้าน แถมยกขบวนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน จนวัวควายต้องหนีกันกระเจิง
ยิ่งถ้ามาพร้อมกับของแจกของแถม มีหรือที่ชาวบ้านที่ไหนจะไม่วิ่งเข้ากอด
แต่ทั้งหมดนั้นก็เพียง 'เรียลลิตี้โชว์' จริงๆ เพราะเนื้อหาที่แท้จริงก็คือ การแสดงละครทางการเมือง
เพราะถ้าปัญหายากจนมันแก้ง่ายอย่างที่ท่านนายกฯ คิด ป่านนี้คนไทยทั้งประเทศคงรวยไม่แพ้คนในตระกูลชินวัตรไปหมดแล้ว
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เสร็จจากงานนี้ ท่านผู้นำก็น่าจะจัด 'เรียลลิตี้โชว์' ชุดต่อไป
คราวหน้าลองสั่งสอนข้าราชการให้รู้วิธีปราบนักการเมืองโกง การแก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน การจัดการกับการเอื้อประโยชน์ให้ลูกเมียและพวกพ้อง และการเล่นพรรคเล่นพวก
ทำกันสดๆ แบบไม่ต้องตัดต่อ รับรองได้ ชาวบ้านนั่งหน้าจอแบบตาไม่กะพริบแน่
|
|
|
|
|
|
|
|