 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
บทความพิเศษ / วันครู
วันครูกลางฝุ่นควันการถ่ายโอน
เป็นที่ทราบกันว่า 16 มกราคมของทุกปี นอกจากเป็นวันหวยออกแล้ว ยังเป็นวันครูแห่งชาติ วันครูอันเรียบง่ายและปกติอย่างยิ่ง จนมีเสียงตะโกนถามว่าครูมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อมองไปเห็นวันสำคัญของส่วนราชการหรือองค์กรอื่น ซึ่งจัดได้ยิ่งใหญ่ สมเกียรติสมศักดิ์ศรีกว่าเป็นไหนๆ ขนาดวัน อบต. ยังทิ้งวันครูไม่เห็นฝุ่น คำตอบ คือ
0 0 0
ต่างคนต่างมีเหตุผล ที่ผ่านมาขอให้ผ่านไป ปีนี้ ปี 2549 ขอให้ครูเราตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง แสดงออกซึ่งพลังของความเป็นครู ถึงวันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า ไม่มีใครจริงใจต่อครู เข้าใจครูมากไปกว่าครูด้วยกัน โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ ไม่อาจฝากผีฝากไข้ใดๆ ได้เลย ครูถูกหลอก ถูกบั่นทอนขวัญกำลังใจมาเป็นระยะๆ จนวันนี้ไม่มีความมั่นใจในสถานะตนเองหลงเหลืออยู่เลย
วันครูปีนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้จะจัดในนามข้าราชการครู..!?
คำกล่าวข้างต้นปลุกเร้า สร้างความตระหนักและความเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดขึ้นในหมู่ครูได้เป็นอย่างยิ่ง สังเกตจากแต่งตัว การมาร่วมงานวันครูที่แผกแตกต่างจากปีก่อนๆ เฉพาะการแต่งตัวก็แปลกแล้ว กล่าวคือ แทนที่จะใส่ชุดสีกากีมาร่วมงานวันครู กลับเหลืองอร่ามเต็มห้องประชุม จริงอยู่ มีบางคนเลือกที่จะแต่งตัวสุภาพตามปกติของตนเอง แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์น่าจะมากกว่า 80%
20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นครูจากโรงเรียนมัธยม (เดิม)
เมื่อก่อนแม่งานในการจัดงานวันครู จะเป็นคณะกรรมการคุรุสภาอำเภอ ปัจจุบันหน้าที่ดังกล่าวเปลี่ยนมาเป็นของ สมาคมครูฯ สมาคมครูที่ผู้เขียนสังกัดอยู่ได้ร่วมกันจัดงานสำคัญๆ หลายครั้งหลายหน ทุกครั้งก่อนจัดงานจะมีการประชุมหารือกันก่อนเสมอ โดยยึดมติเสียงข้างมากเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ครั้งนี้ที่ประชุมสมาคมครู (5 ม.ค. 49) มีมติให้คณะครูทุกคนแสดงความประสงค์สั่งซื้อเสื้อยืดสีเหลืองในราคาตัวละ 200 บาท โดยจะนำรายได้จากกำไรส่วนหนึ่งมาจัดงานวันครู และกันอีกส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนในการจัดกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป ปรากฏว่าครูสายประถมศึกษา (เดิม) สั่งซื้อกันทุกโรงและทุกคน
สีเสื้อและการแต่งตัวมางานวันครูปีนี้ จึงมีนัยสำคัญชัดเจน
กระนั้นวันครูปีนี้ไม่ได้พูดหรืออภิปรายประเด็นเรื่อง 'การถ่ายโอนโรงเรียนไปให้ อปท.' แม้ว่าตัวแทนครูส่วนหนึ่งจะเดินทางไปร่วมแสดงพลังต่อต้านการถ่ายโอนฯ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ประเด็นหรือเรื่องที่เชิญวิทยากรมาบรรยายในวันครูปีนี้จึงอยู่ที่เรื่อง 'การยื่นขอวิทยฐานะ' หรือการทำผลงานเข้าแท่งฯ ของอาจารย์ 2 ระดับ 7 (เดิม) ซึ่งทั่วประเทศมีกว่า 280,000 ราย
จากการบรรยายของวิทยากรทำให้ทราบว่า ผลงานอาจารย์ 3 เชิงประสบการณ์ (บางคนเรียกว่า เชิงประสาท) ได้รับการพิจารณาตัดสินอนุมัติและไม่อนุมัติมาแล้วจำนวนหนึ่ง มีครูที่ผ่านการพิจารณาไม่ถึง 10% เรื่องที่รัฐบาลบอกว่าจะให้เป็นของขวัญแก่ครู จึงเป็นเรื่องโกหกพกลมทั้งเพ
หลังจากพิธีการสำคัญๆ ผ่านไปแล้ว ช่วงบ่ายจัดให้มีการแข่งขันกีฬาครู ภาคค่ำมีการกินเลี้ยงอาหารโต๊ะจีน ภายใต้การขับกล่อมของดนตรีแสนไพเราะ สนุกสนานแต่ราคาถูก 7 ปีมาแล้วที่อำเภอเราห่างหายจากการจัดงานภาคค่ำเยี่ยงนี้ วันครู 2549 เราจึงถือโอกาสแสดงความรักความสามัคคีให้ปรากฏ เปิดโอกาสให้ครูได้แสดงออกอย่างเต็มที่
ใครมีความสามารถในด้านดนตรี ขึ้นไปวาดลวดลายได้เลย ใครอยากระบายความอัดอั้นตันใจอะไร พูดออกมา โดยเฉพาะประเด็นปัญหาการถ่ายโอนฯ แต่แปลกที่คืนนั้นไม่มีใครขึ้นไปพูดเรื่องนี้เลย
นอกจากมีครูหนุ่มคนหนึ่งขึ้นไปร้องเพลง "บักเบิดหัวแป ไม่ไป ไม่ถ่าย ไม่โอน" ชะรอยครูต่างสำนึกถึงเรื่องหัวอกเขาหัวอกเรา และจริงๆ แล้วครูไม่เคยผิดพ้องหมองใจกับใคร ไม่ว่าจะเป็นครูด้วยกันเอง (ประถม กับมัธยม) หรือองค์กรท้องถิ่น (อบจ. อบต. เทศบาล) รวมถึงประชาชน ผู้ปกครองนักเรียน หากแต่ที่ต้องเคลื่อนไหวก็ด้วยครูไม่เข้าใจ ไม่มั่นใจในรัฐบาลเท่านั้น
ระหว่างการจัดกิจกรรมวันครู ผู้เขียนได้เดินเข้าไปทักทายเพื่อนสนิทมิตรสหายที่นานๆ ทีได้พบกันครั้ง และได้ถือโอกาสถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการถ่ายโอนฯ ได้รับคำตอบพอเป็นสังเขป ดังนี้
"เป็นครูมา 25 ปี 30 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีจะเกษียณ ขอเกษียณในนามข้าราชการครูดีกว่าเกษียณในนามพนักงานส่วนท้องถิ่น"
คำว่า 'ดี' ของครูท่านนี้ หมายถึง ดีในความรู้สึกส่วนตัว
"ฉันล่ะกังวลจริงว่าถ้าโอนไปอยู่กับ อบต.แล้วเขาจะตัดเงินประจำตำแหน่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นคงทุกข์ลำบากแสนสาหัส เชื่อไหมคุณ เงินเดือนใช้หนี้แต่ละเดือนหมดแล้ว เหลือพอใช้จ่ายเฉพาะเงินค่าประจำตำแหน่งนี้ล่ะ"
อาจารย์ 3 ระดับ 8 หรือครู คศ.3 ท่านนี้ ดูวิตกกังวลจริงๆ จนต้องปลอบไปพลางว่าคงไม่โชคร้ายถึงปานนั้นหรอก ถ้าเป็นจริงๆ พวกผู้บริหาร ผอ.ต่างๆ ต้องเดือดร้อนไม่แพ้เรา หรือบางทีอาจจะหนักกว่า เพราะงานบริหารเป็นงานที่ต้องใช้เงินมากไม่น้อย (การใช้จ่ายส่วนตัวและฐานะทางสังคม)
"ผมว่าปีหน้าอย่ามาจัดโรงเรียนนี้เลยนะ ไปจัดโรงเรียนประถมพวกเราดีกว่า คนเห็นต่างหรือไม่รักกันแล้วจะมาร่วมให้เขาดูถูกดูแคลนทำไม" ครูชายผู้ใช้เวลาว่างตอนปิดเทอม ไปทำงานก่อสร้างแถวเกาะสมุย กล่าวขึ้น
ผู้เขียน กล่าวออกตัวแทนเพื่อนครูมัธยม ว่าหาใช่เป็นอย่างที่เข้าใจ เพราะผลสำรวจออกมาแล้วว่าครูมัธยมแห่งนี้มีที่สมัครใจย้ายไปอยู่กับ อบจ. เพียง 20 คน ไม่ไป 30 กว่าคน จริงอยู่ล่ะในส่วนผู้บริหารต่างต้องการไปจากเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพราะมีหลายเรื่องหลายประเด็นที่สร้างความอึดอัดใจให้แก่พวกเขา เช่นปรากฏในผลการวิจัยปัญหาโรงเรียนมัธยม (ศิวพร อ่องศรี : มติชนรายวัน 17 ม.ค. 49) ซึ่งสรุปออกมาว่า น่าที่จะจัดตั้งสำนักงานมัธยมขึ้นเพื่อความเป็นเอกภาพ และประสิทธิภาพในการบริหารงานการศึกษา
จากการติดตามข่าวสารความคืบหน้าเกี่ยวกับความพร้อมของ อปท.ที่ขอรับโอนสถานศึกษา ทำให้ทราบว่า อปท.314 แห่ง แจ้งความจำนงขอรับโอนสถานศึกษาแล้ว 914 โรงเรียนใน 100 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เฉพาะเขตพื้นที่การศึกษาที่ผู้เขียนสังกัดอยู่ (สพท.ชัยภูมิ เขต 1) มี อปท.ขอรับโอน 32 แบ่งเป็น อบจ.11 แห่ง อบต.21 แห่ง แสดงว่าจำนวนไม่มากอย่างที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่ว่าครูสังกัดใด ย่อมเกิดความหวั่นไหวไม่มั่นใจในสถานะของตัวเอง รวมถึงไม่เชื่อมั่นในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าได้มาตรฐานและมีคุณภาพอย่างกล่าวอ้าง
อนึ่ง การศึกษาเป็นเรื่องบริสุทธิ์เกินกว่าจะแปดเปื้อนด้วยการเมืองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นดังเป็นข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน
วันครูปี พ.ศ. 2549 เต็มไปด้วยสีสันและความขัดแย้งระหว่างครูกับรัฐบาล ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วันครูปีนี้สร้างจิตสำนึกและความสำเหนียกแก่ครูได้อย่างเอกอุ โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้ง ส.ส. เลือกพรรคการเมืองในอนาคต ข้อสำคัญ ครูอย่าเป็นคนลืมอะไรง่ายๆ เป็นเด็ดขาด
เจ็บแล้วต้องรู้จำ.!
|
|
|
|
|
|
|
|