 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
รายงานพิเศษ / ทิศทางครู
ทิศทาง-การต่อสู้ขององค์กรครูและพันธมิตร
ถึงแม้จะโดนล็อบบี้โดยการเปิดห้องพักติดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ว่าจะเป็นที่ อุดรธานี หรือบุรีรัมย์ องค์กรครู 4 ภูมิภาค และพันธมิตร ก็สามารถรวมพลครูเสื้อเหลืองได้นับหมื่นคน เพื่อร่วมกันจัดงานวันครู 16 มกราคม 2549 ณ บึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด ได้สำเร็จ
หากทว่า การต่อสู้ในครั้งนี้ได้เกิดประเด็นใหม่ในองค์กรครู 4 ภูมิภาค นั่นก็คือ การเสนอคำประกาศที่ว่า... 'ออกไป'
อันเป็นยุทธวิธีในการเชื่อมโยงกับองค์กรพันธมิตรอื่นๆ ที่กำลังขับเคลื่อนแนวทางในการล้มรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
หลังจากที่องค์กรครูทั่วประเทศได้เคลื่อนไหวคัดค้านการถ่ายโอนการศึกษาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีการรวมพลครูเสื้อเหลืองที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เป็นต้นมา
จนกระทั่งวันนี้ วันที่ 'องค์กรครู 4 ภูมิภาค' โดยการนำของ อวยชัย วะทา และเพื่อนพ้องน้องพี่ เช่น สมยงค์ แก้วสุพรรณ ตวง อันทะไชย ประภาส ศาสตร์แก้ว และ เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูทั่วประเทศ ได้ขับเคลื่อนองค์กรครู ภายใต้แนวทางการต่อสู้ที่ว่า... 'ไม่ย้าย ไม่ถ่าย ไม่โอน ไม่สมัครใจ'
ในการเตรียมงานวันครูที่บึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด ค่ำคืนของวันที่ 15 มกราคม องค์กรครู 4 ภูมิภาคและพันธมิตร ก็ได้ซักซ้อมคำประกาศใหม่เพื่อความสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาแก้จนที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด
จากการพูดคุยกับผู้นำครู และเครือข่ายวิชาชีพครูที่เดินทางร่วมวันครูในครั้งนี้ ได้มองเห็นแนวทางในการขับเคลื่อนการต่อสู้ขององค์กร 4 ภูมิภาค ภายใต้การนำของ อวยชัย วะทา และเพื่อนพ้องน้องพี่ครูทั่วประเทศ ว่าทิศทางการต่อสู้ในอนาคต จะต้องมีการเชื่อมโยงเข้ากับองค์กรพันธมิตรอื่นๆ เพื่อเป็นการยกระดับการต่อสู้มิให้โดดเดี่ยว
ดังนั้น การปรากฏตัวขึ้นของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ไชยวัฒน์ สินธุวงค์ ชิงชัย มงคลธรรม วีระ สมความคิด เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และคนอื่นๆ
บุคคลเหล่านี้ล้วนได้ขับเคลื่อนและมีบทบาทอยู่ในกระแสของสังคมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็อยู่ในลักษณะที่ตรงกันข้ามกับแนวทางประชานิยม ที่รัฐบาลทักษิณ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
การเสนอแนวทางการขับเคลื่อนขององค์กรครู 4 ภูมิภาค และพันธมิตรในวันครูที่บึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด ตามคำประกาศใหม่... 'ออกไป' อาจจะเป็นคำกล่าวที่ล้ำหน้าสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้จนเกินไป ในระดับนำขององค์กรครู อาจจะพากันคิดว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาไม่ได้รับความสนใจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ซ้ำยังได้รับการดูหมิ่นถิ่นแคลนจากถ้อยคำที่กล่าวอยู่บ่อยๆ
ในขณะเดียวกัน จาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้เร่งดำเนินการออกกฎกระทรวงทั้งวันเสาร์และอาทิตย์ เพื่อจะให้ทันการประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันที่ 15 มกราคม 2549 ซึ่งจะต้องถ่ายโอนการศึกษาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามคำตัดสินของศาลปกครอง พร้อมกับการจัดทำงบประมาณให้ อปท. 35 เปอร์เซ็นต์ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ทำประชานิยมกับครูไทย ด้วยการเร่งรัดให้ ก.ค.ศ.จัดทำเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ 3,500 บาท และเดินสายล็อบบี้ครู คศ. 2 จ.อุดรธานี และบุรีรัมย์ ด้วยการเปิดห้องพักติดแอร์เย็นฉ่ำ อบรมเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ และเพื่อเป็นการสกัดกั้นไม่ให้เดินทางมาร่วมงานวันครูที่ จ.ร้อยเอ็ด
การเคลื่อนไหวในซีกส่วนของรัฐบาลไทยรักไทยดังกล่าว ล้วนเป็นไปในลักษณะที่ตรงข้ามกับคำเรียกร้องขององค์กรครูทั่วประเทศ คำประกาศขององค์กรครูทั่วประเทศที่ว่า... 'ไม่ย้าย ไม่ถ่าย ไม่โอน ไม่สมัครใจ' จึงเปลี่ยนมาเป็น... 'ออกไป' สอดรับกับสถานการณ์ที่ร้อนแรงหลังปีใหม่ 2549 ขององค์กรทุกภาคส่วนของสังคม ที่ไม่เอารัฐบาลประชานิยม
สำหรับคำประกาศใหม่นี้ ได้รับการกล่าวขานกันอย่างมากว่าเป็นการเร่งสถานการณ์ให้ร้อนแรงเกินไปหรือเปล่า
เครือข่ายวิชาชีพครูบางส่วน มองว่า มันอาจจะไปเข้าทางคนที่ต้องการล้มรัฐบาลทักษิณ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่า จุดยืนขององค์กรครูทั่วประเทศ ยังยึดมั่นอยู่ในคำกล่าวที่ว่า.. 'ไม่ย้าย ไม่ถ่าย ไม่โอน ไม่สมัครใจ' ยังไม่ต้องการที่จะนำพาองค์กรครูทั่วประเทศไปโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ
ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความสับสนและมุมมองของเครือข่ายวิชาชีพครู อันเป็นธรรมชาติของชนชั้นกลางของสังคมไทย ที่สับสนและโลเลในการต่อสู้ ขณะเดียวกัน องค์กรวิชาชีพครูทั่วประเทศ ก็ยังไม่ถึงขั้นแตกหักกับรัฐบาล เพราะการต่อสู้ของครูนั้น ต้องยืดเยื้อและยาวนานอีกหลายปี
ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจที่ผู้นำองค์กรครู ไม่ว่าจะเป็น อวยชัย วะทา หรือสมยงค์ แก้วสุพรรณ ซึ่งมีความเจนจัดในการขับเคลื่อนม็อบมาอย่างโชกโชน ไม่แพ้ บำรุง คะโยธา หรือ นคร ศรีวิพัฒน์ จำเป็นที่จะต้องยกระดับการต่อสู้ให้ขึ้นสู่ระดับประเทศเพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการกับการเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาลนายทุนไทยรักไทย ในทุกภาคส่วนของสังคม
การเดินทางมาจัดทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรรอบพิเศษของ สนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อวันครู 16 มกราคม ที่ผ่านมา ก็เป็นการเชื่อมโยงการต่อสู้ขององค์กรครู 4 ภูมิภาคเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน การปรากฏตัวขึ้นของม็อบคัดค้านเหมืองแร่โปรแตส ของชาวบ้าน จ.อุดรธานี โดยการประสานงานของ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ก็เป็นการเชื่อมโยงให้เห็นว่า เอ็นจีโอได้ประสานเข้ามาเป็นแนวร่วมขององค์กรครู และเป็นการประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลไทยรักไทยด้วยเช่นกัน
ภายใต้สถานการณ์ใหม่นี้ กลุ่มทำงานด้านวัฒนธรรมขององค์กรครูภาคอีสานและภาคเหนือ ก็ได้นำเอาบทเพลงพื้นบ้านมาผสานการต่อสู้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะท้องถิ่นแดนดินอีสานนั้น ต่างก็ร่ำรวยวัฒนธรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การร้องหมอรำ เป่าแคน ดีดพิณ หรือบทเพลงต่างๆ ก็ถูกนำมาขับขานเพื่อเป็นการปลุกเร้าและให้กำลังใจ
วงดนตรีเพื่อชีวิตชาวครู คนโคก เปิดอัลบั้มใหม่ ชุด บักเบิดหัวแป เพื่อสื่อไปถึงผู้นำที่ตามองดาวเท้าติดดิน ว่าแท้จริงแล้วก็คือนักแสดงละครบทเป็นๆ นี่เอง
บทสรุปและทิศทางการก้าวเดินขององค์กรครู 4 ภูมิภาคและพันธมิตร ที่จะเชื่อมโยงการต่อสู้ไปกับการเคลื่อนไหวในทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทุนนิยมไทยรักไทย ตามคำประกาศใหม่ของครูไทย... 'ออกไป' อันเป็นเจตนารมณ์แห่งบึงพลาญชัย จะดังกระหึ่มไปทั่วประเทศหรือไม่..21 มกราคม เจอกันที่ระยอง!
|
|
|
|
|
|
|
|