 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
รายงานพิเศษ / แก้ดวง
ช้างเหยียบนา พระยาแก้เคล็ด?
'ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง'
ป้ายต้อนรับนายกรัฐมนตรีคนแรกของเมืองไทย ที่เดินทางถึงบ้านจ้อก้อ ต.หน่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด สะท้อนภาพความปลาบปลื้มปีติยินดีของชาวบ้านอย่างหาที่สุดไม่ได้
เช่นเดียวกันกับชาวบ้านคนหนึ่ง พูดกับนักข่าวว่า 'ช้างใหญ่มาเหยียบนา ใครจะไม่ดีใจ' พร้อมกับมอบดาบฟ้าฟื้นให้ในการฟันฝ่าอุปสรรค และขอให้เป็นนายกฯ ไปอีก 10 ปี
'นายกฯ ทักษิณ จงเจริญ..' เสียงตะโกนออกจากปากและใจใสซื่อของชาวบ้านจ้อก้อ ผ่านช่องยูบีซี 16 ในวันที่ 17 มกราคมนั้น น่าจะบ่งบอกนัยยะทางการเมืองได้อีก 3 ปีข้างหน้า
0 0 0
ทำไมคนรากหน้าจะไม่ดีอกดีใจเป็นล้นพ้น? ในเมื่อพื้นที่ อ.อาจสามารถ ถือว่าเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ชายขอบพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แม้จะมีแม่น้ำชี และลำห้วยไส้ไก่ไหลผ่าน แต่หน้าฝน น้ำก็ท่วมจนทำนาไม่ได้ หน้าแล้ง ก็แล้งเข็ญสุดประมาณ
ปัญหาที่ดินทำกินเป็นเรื่องใหญ่ ถึงจะมีการออกเอกสารสิทธิทำกิน (ส.ท.ก.) ออกใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องการให้แก้ไขปัญหาโดยการเปลี่ยนสิทธิทำกินจาก ส.ป.ก. เป็นโฉนดที่ดิน
เคน เนืองพา อายุ 65 ชาวบ้านหนองหัวคน ต.หนองหมื่นถ่าน กล่าวว่า ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อปี 2540 แต่การทำนาข้าวบนที่ดินผืนนี้ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นดินทราย ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้นาข้าวแห้งเหี่ยวตายทุกปี ซึ่งจะได้ข้าวไม่ถึงปีละ 10 กระสอบ
"เมื่อก่อนเคยนำไปจำนองที่ดินกับ ธ.ก.ส. เพื่อที่จะกู้เงินมาทำนา แต่ถูกปฏิเสธ เพราะที่ดินดังกล่าวไม่สามารถนำไปจำนอง หรือขอกู้เงินได้ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหา โดยการออกโฉนดที่ดินผืนนี้แทนหนังสือ ส.ป.ก.ด้วย เพราะถ้าถึงคราวที่จำเป็นจริงๆ ต้องการใช้เงิน ก็จะสามารถนำที่ดินไปจำนำกับ ธ.ก.ส.ได้" เคนกล่าว
นอกจากนี้ ในพื้นที่มีประชาชนใน 2 ตำบล คือ หนองหมื่นถ่าน และบ้านหนองขาม ยังเคยถูกขนานนามให้เป็น 'หมู่บ้านขอทาน'
ภาพหญิงชรา หน้าตาเหี่ยวย่น กับเด็กแต่งตัวมอมแมม ในช่วงปิดภาคเรียนที่เร่ขายพวงกุญแจตุ๊กตา ตามเมืองใหญ่ๆ ซึ่งส่วนมากมาจากหมู่บ้านหนองฮางน้อย ต.หนองขาม
พวกเขาต้องเดินแบกกระสอบหนักกว่า 40 กิโลกรัม ร่อนเร่ไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อขายตุ๊กตาพวงกุญแจ ในราคา 10 บาท จนถูกเรียกขานว่าเป็นหมู่บ้านขอทานตุ๊กตา เช่นเดียวกับคนในหลายหมู่บ้านในพื้นที่ที่ต้องเลี้ยงชีพด้วยวิธีเดียวกัน
ทองล้อม แสงเรือง อายุ 50 ปี ชาวหนองฮางน้อย ที่เร่ร่อนขายตุ๊กตาพวงกุญแจมานานหลายสิบปี เล่าว่า เดิมทีวิถีชีวิตของตนและชาวบ้านหนองฮางน้อย ยากจนมาก มีอาชีพทำนาปลูกข้าว แต่ก็ไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร เนื่องจากต้องพบกับปัญหาพื้นดินเค็ม ที่นาถูกน้ำท่วมยาวนาน ทำให้ชาวบ้านไม่มีอาชีพทางการเกษตร จึงได้มาใช้ชีวิตโดยการเร่ขายตุ๊กตาไปยังจังหวัดต่างๆ
ว่ากันว่า เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ชาวบ้านละแวกนี้มักจะปั้นพระพุทธรูปไปเร่ขาย โดยบอกว่าเป็นพระเก่าขุดได้จากกรุในวัดร้างกลางป่า จนถูกมองว่าเป็นพวกขอทาน และเมื่อตำรวจจับได้ก็บอกว่าเป็นคนอาจสามารถ
ต่อมาทางผู้ใหญ่ในจังหวัดรู้สึกอับอาย จึงส่งเจ้าหน้าที่พัฒนาการเข้ามาส่งเสริมการทำตุ๊กตาพวงกุญแจแทนการปั้นพระปลอม แต่ก็มีปัญหาการเร่ขายตุ๊กตาอีก ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นขอทาน เรื่องนี้ทางอำเภอได้พยายามที่ห้ามปรามชาวบ้านแล้ว โดยให้จำหน่ายเฉพาะในอาจสามารถ และในเขตเมืองร้อยเอ็ด แต่ชาวบ้านก็ขายได้เพียงตัวละ 5-8 บาท ต่างจากการขายตุ๊กตาในถิ่นอื่นที่มีรายได้เฉลี่ยตัวละ 15-20 บาท ทางอำเภอจึงไม่สามารถที่จะเข้าไปห้ามปรามได้
นั่นเป็นฉากชีวิตของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ที่ดำรงอยู่ชั่วนาตาปี ขณะที่ชาวบ้านอีกจำนวนมาก ต่างก็ดิ้นรนหาทางทำกินไปตามวิถีคนขายแรง
อีกด้านหนึ่งของมหกรรมต้อนรับนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านจำนวนไม่น้อย เริ่มตั้งข้อสังเกตถึงการเดินทางมายังแผ่นดินอาจสามารถของนายกฯ ทักษิณ
ประเด็นข้อสงสัยนั้นคือ การเลือกสถานที่พักแรม! ซึ่งมีทำเลใกล้วัด ใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์!
อย่างคืนที่ 2 (17 ม.ค.) คณะนายกฯ ทักษิณ พักบริเวณดอนปู่ตา ข้างวัดเจ้าปู่มเหศักดิ์สิตาราม และในระหว่างการพบปะชาวบ้าน 4 วัน ก็มีโปรแกรมไปไหว้พระถึง 5 วัด ประกอบไปด้วยวัดบ้านกลอย วัดเจ้าปู่มเหศักดิ์ วัดบ้านเหล่า วัดหนองบัว และวัดโหรา
สำหรับวัดปู่เจ้ามเหศักดิ์สิตาราม บ้านศาลา ต.อาจสามารถ เป็นวัดที่มีประวัติเก่าแก่ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวอาจสามารถในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารหลายอย่าง โดยชาวบ้านมักจะเดินทางมาขอพร บนบาน ศาลกล่าวกับเจ้าปู่มเหศักดิ์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นพ่อเมืองสมัยขอม มีอิทธิพลเรืองอำนาจอยู่ในบริเวณนี้
แม่โพสพ โพธิ์บุปผา ชาวบ้าน ต.โพธิ์เมือง อ.อาจสามารถ และประธานสหพันธ์สตรีภาคอีสาน กล่าวถึงกรณีเสียงวิจารณ์ว่านายกฯ เดินทางมาแก้เคล็ด ว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่หลายคนบอกว่า นายกฯ มาเพราะเป็นเมืองเก่า ต้องการแก้เคล็ด เราสังเกตได้เพราะทีมงานของท่านจะระบุว่า ขอนอนที่เก่าๆ เช่น จะนอนที่บ้านกลอย หรือที่หลวงปู่เจ้ามเหศักดิ์ที่บ้านศาลา เป็นดอนปู่ตาป่าใหญ่ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ จะมีสิมเก่า มีโบสถ์เก่าอยู่ ซึ่งในภาคอีสาน ไม่ว่าใครจะไปทำงาน หรือสอบอะไร ก็จะบนบานศาลกล่าวหลวงปู่ ขอให้ได้ติดทหาร หรือจะเป็นหลวงปู่มหาธาตุ ก็เหมือนกัน จะมีพระธาตุเก่าแก่อยู่ตรงนั้น รถจากอีสานจะเขียนหน้ารถรูปหลวงปู่มหาธาตุ แล้วจะไม่เจออุบัติเหตุ
หรือที่นายกฯ ทักษิณ จะนอนอีกแห่งหนึ่งคือ บ้านโหรา ต.โหรา ทางเจ้าหน้าที่เตรียมงานก็ระบุว่า จะไม่ไปนอนที่วัดในศาลาที่เขาสร้างใหม่ แต่จะไปนอนที่บึงแคน เพราะมันจะมีบ้านทรงเรือนไทยเก่า ซึ่งมีของเก่าๆ อยู่ตรงนั้น
แม่โพสพ กล่าวว่า ถ้านายกฯ ทักษิณ มาแก้เคล็ด ก็ถือว่าดี ซึ่งไม่รู้ว่านายกฯ ไปสืบที่ไหนมาว่าต้องมาที่ อ.อาจสามารถ นับว่าฉลาดมาก เพราะอำเภอแห่งนี้ ไม่มีใครลบหลู่ได้ และความเชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ เป็นเมืองเก่า หรือเป็น 1 ใน 11 ป่องประตู หรือประตูโบราณเข้าเมืองร้อยเอ็ด
"ถ้านายกฯ มาเพื่อแก้เคล็ดที่นี่ คิดว่ามันช่วยได้แน่ โดยเฉพาะในแง่ทางจิตใจ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัฒนธรรมที่อาจสามารถ ยังดีอยู่ นายกฯ จะได้ความอิ่มเอิบทางใจมาก ยิ่งถ้าปล่อยให้ชาวบ้านทำพิธีศาสนาให้ เช่น การผูกข้อมือสู่ขวัญ ซึ่งเวลาใครขึ้นรถ ลงเรือ หรือดวงซวย เมื่อมาผูกแขนที่นี่ ให้พระสวด ก็จะได้บุญตรงนี้ เพราะอีสานเราเชื่อถือมาก"
เป็นความเชื่อของแม่หญิงคนอีสาน ซึ่งมองเห็นว่าการแก้เคล็ด หรือเสริมดวงเสริมบารมี ไม่ใช่เรื่องงมงาย และรู้สึกดีใจที่นายกฯ ทักษิณ มองเห็นความสำคัญของ 'อาจสามารถ'
แม้ว่าในความเชื่อของชาวบ้านจะมองว่า สาเหตุที่อำเภอแห่งนี้ไม่เจริญ ก็เพราะคำว่า 'อาจ' จึงไม่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้เสียที
|
|
|
|
|
|
|
|