 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
เทพชัย หย่อง
'รถไฟขบวนทักษิณ'...รอผมด้วย (2)
ฉบับที่แล้วผมได้แสดงอาการสำนึกผิดที่ตก 'รถไฟขบวนทักษิณ' ที่ชาวบ้านชาวช่องคนอื่นเขาขึ้นกันเกือบเต็มทุกโบกี้แล้ว แต่ยังดีที่มีเวลาว่างในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทบทวนตัวเองจนเห็นแสงสว่างทางการเมืองที่ทำให้ผมเข้าใจอะไรมากขึ้น
ทำให้ผมเริ่มหัดมองโลกในมุมมองที่สดใส เริ่มหัดมองการเมืองแบบที่ชาวบ้านทั่วไปเขามองกัน
ยิ่งทบทวนตัวเองมากเท่าไร ผมก็ยิ่งสาวเท้าเร็วยิ่งขึ้นด้วยความหวังว่ายังมีโอกาสวิ่งไล่ตาม 'รถไฟขบวนทักษิณ' ทัน
ผมคิดว่าอีกเพียงสองสามก้าวผมก็น่าจะกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้ได้ทัน เพราะหลังจากวันปีใหม่ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ผมได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
อะไรที่เคยมองเป็นสีดำ ตอนนี้ผมเห็นเป็นสีขาวหมด ความสงสัยต่อวิธีการบริหารประเทศหรือนโยบายทั้งหลายของท่านนายกฯ ซีอีโอ กลับกลายเป็นความชื่นชม
เหตุผลเดียวที่พอจะอธิบายความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ก็คือ ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะไม่ยอมพลาด 'รถไฟขบวนทักษิณ'
ผมคิดว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกสะใจข้ามปีต่อคำประกาศของท่านนายกฯ ว่า จังหวัดไหนที่เลือกพรรคไทยรักไทย จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากรัฐบาล
ส่วนจังหวัดไหนที่ไม่รักดี ยังปันใจให้ฝ่ายค้าน ก็เตรียมตัวไปต่อท้ายแถว มีเศษเงินเหลือจากงบประมาณเมื่อไร ค่อยมาว่ากัน
ต้องอย่างนี้สิครับ ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้นำที่มีความเด็ดขาด ไม่เสียเวลาอ้อมค้อมพูดจาภาษาดอกไม้กับคนที่บังอาจทำตัวยืนคนละฝั่งกับรัฐบาล
ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเลยครับ เลือกตั้งเที่ยวหน้าจะได้สำนึกตัว จังหวัดไหนที่อยู่ใน 'บัญชีดำ' ท่านต้องสั่งการให้หน่วยงานทั้งหลายหยุดเงินอุดหนุนเงินพัฒนา ขี้คร้านชาวบ้านทั้งหลายจะรีบวิ่งแจ้นมาสวามิภักดิ์พรรคของท่าน
ถ้าท่านทำจริงๆ อย่างที่ขู่ไว้ รับรองได้ว่าคุณทักษิณได้ใจชาวบ้านอย่างผมเป็นกองเลยครับ เพราะผมชอบผู้นำที่พูดจริงทำจริง
บ้านเมืองยุคนี้ต้องการผู้นำแบบนี้แหละ ชาติถึงจะพ้นภัย เพราะถ้าคุณทักษิณทำกับชาวบ้านตาดำๆ ได้ลงคอแบบนี้ มีหรือที่ท่านจะให้ความปรานีต่อคนที่ทำตัวเป็นศัตรู
ห้าปีที่ผ่านมา ได้ยินมาเยอะครับ เรื่องของ 'ผลประโยชน์ทับซ้อน' เรื่องของการเล่นพรรคเล่นพวก ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนที่ออกมาสร้างกระแสจนชาวบ้านอย่างผมพลอยคล้อยตามไปด้วย ก็พวก 'ขาประจำ' นั่นแหละ
แต่เมื่อผมมาตรองดูแล้ว มันผิดตรงไหนที่ผู้นำประเทศจะทำอะไรเพื่อให้ญาติพี่น้อง ลูกเมีย และพรรคพวกเพื่อนฝูง ร่ำรวยขึ้น หรือกระโดดข้ามหัวคนอื่นไปนั่งในตำแหน่งใหญ่ๆ
ก็คนเฒ่าคนแก่เคยสอนเรามาตลอดไม่ใช่หรือว่า คนดีต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนในครอบครัวและคนรอบข้าง
เพราะฉะนั้นแทนที่บรรดา 'ขาประจำ' หรือ 'ขาจร' ทั้งหลายจะวิพากษ์วิจารณ์คุณทักษิณ กลับควรต้องยกย่องให้เป็นตัวอย่างด้วยซ้ำ
ผมเชื่อเต็มที่ในทฤษฎีที่ว่า คนรวยแล้วไม่โกง เพราะฉะนั้นเราต้องให้คนรอบข้างท่านผู้นำร่ำรวยให้ถึงที่สุด รวยแบบจนไม่รู้จะรวยยังไงแล้ว จะได้ไม่มาโกงบ้านโกงเมือง
นโยบายประชานิยมทั้งหลายก็เหมือนกัน คุณทักษิณต้องเดินหน้าทำต่อ ไม่ต้องไปสนใจเสียงทักท้วงจากใคร
เพราะไม่มีอีกแล้วในชีวิตนี้ ที่ชาวบ้านจะได้รับของแจกของแถมจากรัฐบาลแบบไม่ต้องออกเหงื่อ
คุณทักษิณไม่ต้องห่วงเลยว่านโยบายที่ว่านี้จะก่อหนี้ก่อสิน เพราะกว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลานท่านจะต้องควักกระเป๋าจ่ายหนี้ที่รัฐบาลกำลังสร้างในวันนี้ ท่านและพรรคพวกก็คงเกษียณจากวงการเมืองไปนานแล้ว และท่านก็คงจะแก่เกินไปที่จะได้ยินเสียงก่นด่าของชาวบ้าน
นี่แหละเป็นทีเด็ดของนักการเมืองมืออาชีพอย่างแท้จริง เอาเงินชาวบ้านมาละเลงเพื่อต่ออายุทางการเมืองให้ตัวเองวันนี้ ส่วนภาระหนี้สินก็ยกให้คนรุ่นต่อไปเป็นคนแก้ไข
แต่ 'จุดขาย' ที่โดดเด่นที่สุดของคุณทักษิณที่ท่านต้องรักษาไว้แบบสุดชีวิต ก็คือการบริหารงานแบบ 'ซีอีโอ'
ก็เพราะท่านบริหารงานแบบคิดคนเดียว ทำคนเดียว ไม่ต้องขอความเห็นใครนอกจากพวกนัก 'เชลียร์' รอบตัว บ้านเมืองถึงได้เป็นอย่างที่เป็นทุกวันนี้ได้
ขืนท่านทำตัวเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตย เปิดกว้างฟังความเห็นคนอื่น ก็คงไม่เป็นอันต้องทำอะไร
ที่ผมว่ามาทั้งหมดนี้ ก็ด้วยความหวังว่าปีใหม่นี้ผมคงไม่เป็นคนตกกระแส ไปไหนคงไม่ถูกชาวบ้านชาวช่องมองด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนสี่ห้าปีที่ผ่านมา
อุตส่าห์ยอมทบทวนตัวเองและกลับเนื้อกลับตัวขนาดนี้แล้ว หวังว่าคงพอมีที่นั่งไม่โบกี้ใดก็โบกี้หนึ่งของ 'รถไฟขบวนทักษิณ' สำหรับผมนะครับ
|
|
|
|
|
|
|
|