 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
รายงานพิเศษ(2) / ร้อยวันตี้
แด่ 'พลังความดี' ตี้ กรรมาชน กับ 'ความใฝ่ฝันแสนงาม'
เป็นเพราะพลังแห่งความดีโดยแท้ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีกิจการงานใดเกี่ยวกับ ตี้ กรรมาชน (กิติพงษ์ บุญประสิทธิ์) มิตรสหายจะไปกันเสมอ
เช่นเดียวกับ งานทำบุญผ้าป่าการศึกษา (เพื่อ) โครงการเรียนรู้กู้บ้านเกิด ในวาระ 'ร้อยวัน ร้อยใจ ให้ตี้ กรรมาชน' เมื่อ 8 มกราคมที่ผ่านมาด้วย สหายเก่าจากหลายเขตงาน ส่งตัวแทนมากันพร้อมหน้า (ยกเว้นสหายสายรัฐมนตรี) ยังโรงเรียนสุนทรวิทยา อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา
บรรดาสหายสายประชาชนและศิลปิน (พร้อมสหายสายหมอ-บางคน) จึงพากันไปแต่เช้าตรู่ เพื่อให้ทันพิธีทำบุญตอนเจ็ดโมงเช้า พร้อมซองทำบุญทั้งของตัวเองและมิตรสหายที่ฝากๆ กันมา ซึ่งนโยบายแจกจ่ายซองผ้าป่าครั้งนี้ มีอยู่ว่า 'ไม่เซ้าซี้ ไม่ซี้ซั้ว ไม่ซ้ำซ้อน' เพราะต้องการกระจายการขอรับความช่วยเหลือจากคนใจดีทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะ 'สหายเดือนตุลา' เท่านั้น
แต่คนที่เป็น 'สหายเดือนตุลา' และผู้คนในสายธารนี้ ก็ยังคงมีน้ำใจไม่จืดจาง
อย่าง สมาชิกเวบไซต์ Thaioctober.com ที่ชนะการแข่งขันการตั้งชื่อคอลัมน์ 'ใครเป็นใครนักสู้ก่อนและในยุคสมัยตุลาคมของพวกเรา' ส่วนหนึ่ง ก็นำเงินรางวัลที่ได้จาก 'กองทุนขวัญตุลา' มอบให้กับมือของนิด กรรมาชน ด้วย
ด้าน เครือข่ายศิลปินเพื่อชีวิต นำโดย ไก่ แมลงสาบ ก็มาพร้อมกับซีดีเพลงชุดพิเศษ 'สานฝันอันยิ่งใหญ่ให้ ตี้ กรรมาชน' จำนวน 1,000 แผ่น พร้อมมาสเตอร์ เพื่อขายนำเงินเข้าโครงการฯ อีกทางหนึ่ง
ส่วนยอดรับบริจาคในงานอยู่ที่ 108,026 บาท
บวกกับสายสื่อมวลชน, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ (5 หมื่นบาท) และมหาวิทยาลัยรังสิต ภายใต้การรวบรวมของ ยี วงต้นกล้า หรือ อานันท์ หาญพาณิชย์พันธ์ อีก 120,954 บาท
รวมยอดเงินสดเป็น 228,976 บาท
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมกับตัวเลข 2 แสนบาท ที่ 'ครอบครัวเวชยชัย' สหายรุ่นพี่ที่ผูกพันกับ ตี้-นิด กรรมาชน มายาวนาน ได้ฝากทำบุญมาแล้วล่วงหน้า (ทางวาจา)
อย่างไรก็ดี สหายสายประชาชนตั้งข้อสังเกตกันว่า เหตุไฉนงานนี้มิเห็นสหายสายรัฐมนตรีและพี่หมอทั้งหลายเลย หรือบางทีอาจจะยังไม่ทราบข่าวคราวงานครั้งนี้-ก็เป็นได้
แดดกล้าฟ้ากระจ่างวันนั้น ยังเป็นวันวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถาน ตี้ กรรมาชน ที่จะจัดสร้างขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ด้วย โดยมี ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน เป็นประธานในพิธี
ด้วยเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สหายร่วมอุดมการณ์ใฝ่ฝัน ทำให้สหายหลายคนเมื่อก้าวเข้าไปภายในโรงเรียน จึงตรงไปยังพื้นที่โล่งหน้าอาคารใหญ่ด้านซ้ายมือตรงข้ามกับสระน้ำทันที เพราะอยากรู้ว่าอนุสรณ์สถาน ตี้ กรรมาชน ที่จะตั้งขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ จะเป็นลักษณะเช่นใด
ที่แห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่จารึกเรื่องราวความดีของเพื่อนแล้ว ยังเป็นแหล่งรวบรวมผลงานเพื่อนศิลปินทั้งหลายที่สร้างสรรค์ผลงานเพื่อเป็นแหล่งศึกษาของคนรุ่นหลัง อีกทั้งจะเป็นลานวัฒนธรรม แหล่งศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ภาคประชาชน ตลอดจนวีรชนคนกล้าผู้เสียสละต่อไป
แต่จะไปถึงฝันนั้นได้เมื่อใดนั้น สุธีพรรณ สิทธิโชติ สหายสายสถาปนิกจากแปลน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอนุสรณ์สถานขนาด 40X25 ตารางเมตรแห่งนี้ ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเป็นหลัก ไม่เร่งรีบ ยึดหลักเหมือนการสร้างโบสถ์สร้างวิหารที่ค่อยเป็นค่อยไป
อย่างน้อยที่สุดก็ได้ออกแบบให้ 'เรียบง่าย' และใช้เงินทุนต่ำที่สุดแล้ว ทั้งใช้วัสดุพื้นบ้าน และตัวเรือนสองชั้นที่เปิดโล่งกว้าง สร้างเสร็จแล้วสามารถใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องติดเครื่องปรับอากาศใดๆ คาดว่าต้นทุนเบ็ดเสร็จน่าจะประมาณ 3 ล้านบาท ใครที่เห็นคุณค่าประวัติศาสตร์ของประชาชนก็เข้ามาสนับสนุนให้เป็นจริงได้ ทั้งเงินและวัสดุก่อสร้าง
ขณะเดียวกัน ก็ได้เห็นต้นแบบรูปปั้นตี้ขนาดหนึ่งฟุต ฝีมือของ โสพิศ พุทธรักษ์ ช่างปั้นจากกรมศิลปากร ที่สรุปกันได้แล้วว่าเป็นแบบยืน หน้าตรง ไม่สวมหมวก เล่นแอคคอเดียนอย่างเพลิดเพลิน ที่ต่อไปจะเป็นรูปปั้นบรอนซ์ขนาดเท่าตัวจริง ยืนอย่างสง่า
หลายคนจึงกลับจากอยุธยาด้วยความสบายอกสบายใจที่สานฝันเพื่อนไปได้อีกขั้นหนึ่ง!!
0 0 0
ส่วนงานหน้าที่ได้ประกาศนัดพบกัน (ดังๆ) อีกครั้ง ก็คือ คอนเสิร์ต 'ร้อยใจ ร้อยวัน สานฝัน ตี้ กรรมาชน' ในบ่ายที่ 28 มกราคมที่จะถึงนี้ ที่ หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เพราะรายได้จะนำไปสมทบโครงการ 'ร้อยใจร้อยวันฯ' ด้วย
หัวเรือใหญ่ที่เพื่อนฝูงมอบความไว้วางใจให้ตั้งแต่แถลงข่าวไปจนถึงวางสคริปต์บนเวที ก็คือ 'ลุงหมู' ของเด็กๆ หรือ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ นั่นเอง ซึ่งงานนี้ เจ้าของไร่ดอกเหงื่อ ถึงกับยกเลิกคอนเสิร์ตส่วนตัวที่ปกติจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปีที่ไร่ มาเป็นคอนเสิร์ตนี้แทนเลยทีเดียว
คอนเซปต์เบื้องต้นเน้นเรื่องราวของ 'คนดี' ไม่อยากให้เป็นงานของ 'คอมมิวนิสต์' หรือจำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เนื่องจากเพื่อนผู้จากไปเป็นหลากหลายมาก ไม่เฉพาะคอมมิวนิสต์ แต่เป็นทั้งเภสัชกร นักดนตรี เจ้าของโรงเรียน นักเดินทาง ฯลฯ ฉะนั้น จึงน่าจะเป็นงาน 'เพื่อคนดี' ที่เป็นคนดีทั้งของสังคม เพื่อน ลูกเมีย ไปจนถึงต้นไม้ใบหญ้า และทุกๆ อย่าง
น้าหมูขยายความ พร้อมเน้นย้ำว่า งานวันนั้นจะไม่มีน้ำตาแห่งความเศร้าหรือเสียใจเด็ดขาด จะมีแต่การชื่นชมผลดีที่เพื่อนทำไว้แบบใสสะอาด
ด้วยเพื่อนฝูงมากมี กิจกรรมจะแบ่งเป็นสองภาค กลางวันจะเปิดเวทีอิสระหน้าหอประชุมใหญ่ บริเวณลานประติมากรรม ในบรรยากาศแบบ 'คิดถึงจึงมาเยี่ยมเยียน' ในรอบร้อยวันแห่งการจากไป จะด้วยดอกไม้สักช่อ ธูปสักดอก บทกวีสักบท หรือกีตาร์สักเพลง ก็ย่อมได้ทั้งนั้น เปิดฟรีตั้งแต่บ่ายสอง เป็นต้นไป
ตกเย็น (18.00 น.) เป็นคอนเสิร์ตที่น้าหมูบอกว่า จะเป็นการเล่นดนตรีเพื่อชีวิต 'อย่างจริงจัง' 'มีระบบระเบียบ' ที่สุด พร้อมสคริปต์ที่มาตรฐาน โดยมี กลุ่มดินสอสี ออร์กาไนเซอร์มือโปรที่แวดวงกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคมคุ้นกันดี เป็นโปรดิวเซอร์ให้
ภาพที่น้าหมูคิดๆ ไว้ ก็คือ จะเปิดฉากด้วยบรรยากาศลูกร้องเพลงให้พ่อฟังด้วยความภาคภูมิใจ และมีความสุขที่ได้เป็นลูกของพ่อ จากนั้นจะเป็น 'กรรมาชนพูดถึงเพื่อน' และ หงา-หว่อง พูดถึงน้อง ก่อนปิดท้ายด้วยเรื่องราวของหมู-พงษ์เทพ กับครอบครัว ตี้-นิด ที่ทำงานร่วมกันมา ซึ่งน้าหมูจะขอบรรเลงส่งท้ายเอง
โดยขอเน้นว่า 'กระชับไม่เยิ่นเย้อ' (เกินเที่ยงคืน) แน่นอน
คนดีที่อยากเติม 'พลังใจ' และรับรู้เรื่องดีๆ ต้องไปให้ได้!!
|
|
|
|
|
|
|
|