เนชั่นสุดสัปดาห์

บ.ก. บอกกล่าว O
จากผู้อ่าน O
สุทธิชัย หยุ่น O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O

ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
สัมภาษณ์พิเศษ O
รายงานเศรษฐกิจ O

เรื่องโม้ๆ นักเรียนนอก O
โสภณ องค์การณ์ O
คิดอย่างไท O
เทพชัย หย่อง O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
บุคคลโลก O

เรื่องสั้น O
สิงห์สนามหลวง O
พี่เลี้ยงนอกเวที O

ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O
ชีวิตแบบอ๋อย..อ๋อย O

กีฬา O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 

รายงานพิเศษ / สุพรรณหงส์

ถามหามาตรฐาน สุพรรณหงส์ทองคำ 2548

ปฏิกิริยาลือลั่นสนั่นเวบเกิดขึ้นทันที เมื่อการประกาศผล รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ครั้งที่ 15 ประจำปี 2548 ของ สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ได้สิ้นสุดลง

โดยพุ่งไปที่ประเด็นข้อกังขาว่า 'หวยล็อก' หรือไม่? และซ้ำร้ายยังเคลือบแคลงสงสัยต่อคณะกรรมการตัดสิน กับคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ว่าเป็นพวกเดียวกันอีกด้วย

ทั้งที่การประกาศผลปีนี้ น่าจะไม่มีคำครหาใดๆ เพราะมันเป็นการจัดงานที่มีภาครัฐเข้ามามีส่วนสนับสนุนอย่างเต็มที่ ด้วยหวังจะโปรโมทการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน จึงต้องเคลื่อนขบวนไปแจกรางวัลกันถึงหาดบ้านบางเนียง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

ภาพบวกที่รัฐวาดหวังไว้ กลับกลายเป็นภาพลบโดยไม่ตั้งใจ!

กล่าวสำหรับงานประกวดภาพยนตร์แห่งชาติ จัดขึ้นครั้งแรกปี 2534 โดยตัวรางวัลเป็นสัญลักษณ์ 'ทางช้างเผือกสู่ดวงดาว' เป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยมีสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย (กสภ.) ได้วางมาตรฐานการคัดสรรรางวัลเอาไว้ 16 รางวัล

กระทั่งปี 2540 เกิดวิกฤติเศษฐกิจ ทำให้ธุรกิจภาพยนตร์มีการลงทุนสร้างหนังน้อยลง อีกทั้งยังทำให้บรรดาคนทำหนังคุณภาพ ค่อยๆ หายไปจากวงการ ในขณะที่ผู้กำกับฯ รุ่นใหม่ที่เติบโตจากการกำกับภาพยนตร์โฆษณาและมิวสิควิดีโอ ค่อยๆ เริ่มสนใจเข้ามาในวงการภาพยนตร์มากขึ้น

และปี 2544 เป็นต้นมา ตลาดภาพยนตร์เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น ผลิตหนังออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั่งทาง กสภ. ได้ให้ทางสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติเป็นผู้จัดงาน โดยไม่ต้องร่วมเป็นเจ้าภาพกับกรมประชาสัมพันธ์ ดังที่แล้วมา

ซึ่งในปี 2545 ได้มีการเพิ่มรางวัลภาพยนตร์สั้นที่เป็นผลงานของนิสิตนักศึกษาอีก 3 รางวัล คือ ภาพยนตร์สั้นดีเด่น, ภาพยนตร์สารคดีดีเด่น และภาพยนตร์แอนิเมชั่น

ต่อมาปี 2546 และ 2547 เป็นยุคที่ภาพยนตร์ไทยกลับมาคึกคัก และได้รับความสนใจจากประชาชนสูงมาก ซึ่งในปีเดียวกันนี้ ได้สร้างหนังมากถึง 50-60 เรื่องเลยทีเดียว

จนมาถึงการประกาศผลประจำปี 2548 ที่มีคำถามถาโถมต่อ 'เสี่ยเจียง' สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ในฐานะนายกสมาคมฯ ถึง 'ความบังเอิญ' ที่ค้างคาใจมหาชนหลายเรื่อง

1.กรณี 'มะหมี่' นภคปภา นาคประสิทธิ์ จากเรื่อง 'ลองของ' ถูกกรรมการตัดจากผู้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม ไปลุ้นนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมแทน

ตัวแทนคณะกรรมการฯ ได้พยายามชี้แจงผ่านรายการ 'ถึงลูกถึงคน' ว่า มะหมี่ถูกวางตัวเป็นดารานำในหนังจริง แต่บทที่เธอแสดงกลับมีน้อยมาก จึงไม่เหมาะกับการเป็นดารานำ

2.ประเด็น 'ไฟว์สตาร์' ถูกทางสมาคมฯ ตัดสิทธิไม่ให้เข้าร่วมงาน ซึ่งทางสมาคมฯ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่ค่ายไฟว์สตาร์ไม่ให้ความร่วมมือในการทำสูจิบัตรสุพรรณหงส์ทองคำ

3.ความเหมาะสมของตำแหน่ง 'นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม' กับมาตรฐานที่เคยคัดเลือกมา

ประเด็นนี้ ในเวบไซต์เล่นกันแรงมากชนิดไม่คำนึงถึง 'หัวจิตหัวใจเด็ก' แต่นักวิจารณ์ส่วนหนึ่งก็ไม่อยากแสดงความคิดเห็น เพราะต่างยอมรับในความสามารถของเด็กกันอยู่แล้ว

4.ความเหมาะสมของการจัดเพิ่มรางวัลพิเศษ ที่นอกเหนือจากรางวัลที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศภาพยนตร์ที่มอบให้หนัง 'ต้มยำกุ้ง'

บรรยากาศแปลกๆ ในปีนี้ ทำให้คอหนังเริ่มนึกถึงวันคืนเก่าๆ ในการประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทองของสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย

แม้จะได้คำตอบว่า ผลการตัดสินทั้งหมดขึ้นอยู่กับคณะกรรมการที่ได้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่เมื่อถามกลับไปว่า ใครเป็นคนตั้งกรรมการ, ใครเป็นผู้จัดงาน, ใครเป็นผู้ผลิตหนังรายใหญ่?

จึงกลายเป็น 'วิกฤติศรัทธา' ของประชาชน ที่จะไปห้ามคิดและวิจารณ์ไม่ได้ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่อุดหนุนจุนเจือซื้อตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ไทย ให้คนสร้างหนังกลับมามั่งคั่งอีกครั้งหนึ่ง ได้ลืมตาอ้าปากอย่างวันนี้

ฉะนั้น คำถามเหล่านี้ถ้ายังไม่ได้รับการตอบ และแสดงความรับผิดชอบด้วยการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นในทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ความเชื่อถือคงจะยิ่งลดต่ำลง

ซึ่งทั้งหมดนี้ คนที่จะสร้างมาตรฐานให้เป็นรูปธรรม คือ 'เสี่ยเจียง' ผู้ปลุกปั้นสมาคมฯ มาจนแข็งแกร่ง สามารถมีอำนาจต่อรองกับเจ้าของโรงภาพยนตร์มากกว่าในอดีต หากแต่ยังมุ่งมั่นชูหนังไทยไปตลาดโลก โดยไม่สนใจกระแสคนในประเทศเลยนั้น คงไม่ได้

มิฉะนั้นจะกลายเป็นดั่งคำนินทาออนไลน์ที่ว่า "หนังไทยจะโกอินเตอร์ แต่มาตรฐานไทยยังเอ๋อเหรอ"..ใช่ หรือไม่ใช่?

(ล้อมกรอบ 1)

รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ครั้งที่ 15 ประจำปี 2548

1.ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) สาธิดา เขียวชะอุ่ม จาก 'เอ๋อเหรอ'

2.ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) สนธยา ชิตมณี จาก 'มหา'ลัยเหมืองแร่'

3.ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) นวรัตน์ เตชะรัตนประเสิรฐ จาก 'เอ๋อเหรอ'

4.ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) ฉัตรชัย เปล่งพานิช จาก 'จอมขมังเวทย์'

5.การสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects) โอเรียลทัล โพสต์ จาก 'จอมขมังเวทย์'

6.แต่งหน้ายอดเยี่ยม (Best Make Up) วิทยา ดีรัตน์ตระกูล จาก 'จอมขมังเวทย์'

7.ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design) อภิญญา ชวรางกูร จาก 'มหา'ลัยเหมืองแร่'

8.กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (Best Art Direction) เอก เอี่ยมชื่น จาก 'มหา'ลัยเหมืองแร่'

9.ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (Best Original Score) ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ จาก 'ซุ้มมือปืน'

10.เพลงนำยอดเยี่ยม (Best Original Song) เพลงหนึ่งในหัวใจพ่อ ประพันธ์โดย แสนแสบ จาก 'เอ๋อเหรอ'

11.บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (Best Sound) นเรศ สราภัสสร และ ห้องบันทึกเสียงรามอินทรา จาก 'มหา'ลัยเหมืองแร่'

12.ลำดับภาพยอดเยี่ยม (Best Film Editing) วิชชา โกจิ๋ว จากเรื่อง 'เพื่อนสนิท'

13.กำกับภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) ธีระวัฒน์ รุจินธรรม จาก 'ซุ้มมือปืน'

14.บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ( Best Screenplay) นิธิศ ณพิชญสุทิน จาก 'เพื่อนสนิท'

15.ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Director) จิระ มะลิกุล จาก 'มหา'ลัยเหมืองแร่'

16.ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) จี ที เอช และ เดคดิเคท จาก 'มหา'ลัยเหมืองแร่'

17.ภาพยนตร์สั้นดีเด่นประเภทนิสิตนักศึกษา ได้แก่ Post-IT ไดอารี่สีน้ำเงิน ผลงานของทีม GENERATION X จาก สาขาการสื่อสารมวลชน คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ส่วนภาพยนตร์สารคดี ดีเด่น คณะกรรมการตัดสินลงความเห็นว่าไม่มีภาพยนตร์-สารคดี เรื่องใดเหมาะสม ในขณะที่ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ไม่มีสถาบันใดส่งเข้าประกวด

โดยในปีนี้รางวัลโล่เกียรติยศแห่งปี 2548 ทางสมาพันธ์ฯ มอบให้แก่ ดาราสร้างชื่อเสียงได้แก่ พนม ยีรัมย์ และรางวัลเกียรติยศแห่งปีที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกได้แก่ ปรัชญา ปิ่นแก้ว จากเรื่อง 'ต้มยำกุ้ง'

(ล้อมกรอบ 2)

พาดหัว

"หนูภูมิใจจริงๆ กับรางวัลนี้"

เนื้อเรื่อง

'น้องเกรซ' นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ หนูน้อยวัย 9 ขวบ ผู้คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 'สุพรรณหงส์ทองคำ'

เธอเป็นลูกสาวคนเล็กสุดรักของ 'เสี่ยเจียง' สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และนายกสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ

ปัจจุบันเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี อินเตอร์เนชั่นแนล (RIS) เกรด 4 (เทียบเท่าได้กับชั้นป.4) เคยถ่ายโฆษณาชิ้นหนึ่ง เมื่อตอนอายุ 2 ขวบ และถูกชักชวนเข้าวงการภาพยนตร์จาก 'แมวมอง' เลื่องชื่ออย่าง 'พจน์ อานนท์' โดยมี 'คุณพ่อเจียง' สุดรัก ให้การสนับสนุนเต็มที่

'น้องเกรซ' เคยเล่าให้ฟังตอนที่รับเล่นหนัง 'เอ๋อเหรอ' เป็นดารานำเต็มตัวว่า "ก็ตอนแรก หนูไปหาป๊า (เสี่ยเจียง) แล้วก็เจอพี่พจน์ (พจน์ อานนท์) พอดี พี่เขาก็มาถามว่าลูกใคร ป๊าก็บอกว่าลูกป๊าเอง พี่เค้าก็ถามว่าเอาไปเล่นได้มั้ย ป๊าก็บอกว่าได้ เสร็จแล้วพี่เขาก็ให้ไปเล่น หนูก็เลยได้มาเล่น"

ด้วยความที่หน้าตาน่ารักของน้องเกรซ บวกกับความสามารถด้านการแสดง ซึ่งผู้เป็นพ่อ 'เห็นแวว' ของลูกคนเล็กคนนี้มาโดยแล้ว ก็น่าจะประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง แต่เมื่อถามน้องเกรซตอนนั้นว่า อยากเล่นหนังมากน้อยขนาดไหน? น้องเกรซก็ตอบว่า "ธรรมดา เฉยๆ เล่นก็ได้ ไม่เล่นก็ได้ แต่หลังจากเล่นเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่ค่อยอยากเล่นแล้ว มันเหนื่อย"

และด้วยเดชะบุญอันใด หรือความสามารถโดยแท้? ก็สุดที่จะคาดเดา ปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่องแรกของหนูน้อย นำไปสู่การคว้ารางวัลอันเป็นเกียรติประวัติ สาขาภาพยนตร์ เป็นดารานำหญิงยอดเยี่ยมประจำปีไปครอง ท่ามกลางความสนอกสนใจ ว่าเป็นเพราะนามสกุลเดียวกับนายกสมาพันธ์ฯ หรือเปล่า? ซึ่งหนูน้อยกล้าคิดกล้าแสดงออก ตอบว่า

"ดีใจค่ะ เป็นรางวัลแรก เกรซไม่รู้แต่แรกว่าจะได้รางวัลนี้ แต่ถ้าเป็นรางวัลของเอ๋อเหรอเป็นรางวัลที่ 3 แล้ว สำหรับหนูเป็นรางวัลแรกที่ภูมิใจมาก ดีใจด้วย ส่วนเรื่องที่ถามว่าเกรซกลัวมั้ยที่คนจะมองว่าเกรซได้รางวัลเพราะพ่อ ก็คงไม่หรอกค่ะ คงเพราะความสามารถของหนู หนูภูมิใจจริงๆ กับรางวัลนี้ ไม่ได้มองว่าใครจะมองยังไง ที่สำคัญป๊ะป๋าไม่ได้เป็นกรรมการ"

 

 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com