 |
|
 |
| ปีที่ 14 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 |
 |
|
ข่าววิเคราะห์ / ปราบโกง
'คอร์รัปชันวอทซ์' ผู้อาสาปราบโกงภาคประชาชน
'คอร์รัปชันวอทซ์' หรือ corruptionwatch ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมานั้น นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเมื่อไล่เรียงชื่อเสียงเรียงนามคนทำงานและองค์กรต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุน ก็ยิ่งน่าจับตามอง!!
ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, มูลนิธิปราบคนโกง, เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) และกองทุนสื่อประชาสังคมต้านคอร์รัปชัน
ขณะที่คณะกรรมการ corruptionwatch ชุดนี้ ประกอบด้วย คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการฯ สตง., น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี, รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค กรรมการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช., รศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยฯ, ส.ส.ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย, ส.ส.อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชัน และอีกหลายคนที่อาสามาทำงานเพื่อชาติ
ทั้งนี้ องค์กรดังกล่าวได้เปิดตัวเวบไซต์ www.corruptionwatch.net อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเวบไซต์สาธารณะให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง รณรงค์คำขวัญ 'จับตากลโกง เปิดโปงคอร์รัปชัน'
โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชัน, สนับสนุนและเผยแพร่หลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ, ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวง และสร้างศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชัน
รศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ กล่าวว่า เวบไซต์จะเปิดให้ทุกฝ่ายแจ้งเบาะแสทุจริต และสามารถให้ข้อมูลกับทีมงาน ซึ่งเมื่อมีการแจ้งเข้ามาจะประมวลอย่างรอบคอบ โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รายละเอียดและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่
"ข้อมูลที่ได้ บางส่วนจะเสนอรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และบางส่วนจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกับกลไกใด ทั้งนี้ ไม่ได้เน้นเฉพาะการปราบปรามเท่านั้น แต่จะเน้นการป้องกันด้วย และยืนยันว่าไม่เน้นเฉพาะข้อมูลใหม่ แต่จะดูไปถึงข้อมูลเก่าๆ บางเรื่องที่หลักฐานยังไม่ปรากฏ หรือมีไม่เพียงพอ ในทุกๆ รัฐบาลที่ผ่านมา"
ด้าน รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการทำวิจัยพบว่า ในแต่ละปีมีเงินรั่วไหลจากการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเงินถึงหมื่นล้านบาท ดังนั้น หากทุ่มงบประมาณลงไปปีละ 5,000 ล้านบาท ในการปราบปรามและต่อต้านการคอร์รัปชัน ก็ยังคุ้มค่ากว่า
เมื่อคลิกเข้าไปอ่าน 'คอลัมน์พิเศษ' ในเวบไซต์แห่งนี้ เรื่อง 'คอร์รัปชันกับข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' ของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ก็สะท้อนมุมมองภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของข้าราชการยุคสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี หรือจะคลิกเข้าไปอ่านของ อ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ว่าด้วย 'คอร์รัปชันแบบบูรณาการ' จะเสียดแทงใจใคร ก็น่าพิเคราะห์ยิ่ง
แต่ถ้าใครอยากอ่านถ้อยคำของ 'คู่ปรับ' ท่านนายกฯ ตลอดกาล อย่าง 'กล้าณรงค์ จันทิก' กับบทความ 'ปีหมาดุ' ที่กล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรื่องการปราบปรามคอร์รัปชันด้วยว่า "พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ประกาศด้วยเสียงที่หนักแน่นเช่นเคย ว่าจะเอาจริงเอาจังเสียทีกับการปราบปรามการทุจริตในปีนี้, ครับ... ก็คงต้องอดใจรอดูฝีมือท่านนายกฯ ว่าจะเอาจริงเอาจังแค่ไหน อยากจะฝากบอกท่านว่า 'อย่ามัวดูแต่ที่ไกลๆ ดูไอ้สิ่งที่อยู่ใกล้ๆ นั่นแหละตัวสำคัญ'..."
ด้วยความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการปราบโกงภาคประชาชนอันคึกคัก จึงทำให้นายกฯ ทักษิณ ประกาศตัวเป็น 'เจ้าภาพปราบโกง' ทันทีทันควันเหมือนกัน
ถ้าทุกฝ่ายทำได้จริงดั่งคำมั่นสัญญา ก็คงถึงคราวประเทศไทยใสสะอาดเสียแล้วล่ะพี่น้อง!
|
|
|
|
|
|
|
|