เนชั่นสุดสัปดาห์

บ.ก. บอกกล่าว O
จากผู้อ่าน O
สุทธิชัย หยุ่น O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O

ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
สัมภาษณ์พิเศษ O
รายงานเศรษฐกิจ O

เรื่องโม้ๆ นักเรียนนอก O
โสภณ องค์การณ์ O
คิดอย่างไท O
เทพชัย หย่อง O

ข่าวต่างประเทศ (1) O
บุคคลโลก O

เรื่องสั้น O
สิงห์สนามหลวง O
พี่เลี้ยงนอกเวที O

ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O
ชีวิตแบบอ๋อย..อ๋อย O

กีฬา O




ปีที่   14   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 

เรื่องจากปก2 / คลิปสวาท

เธอ..ไม่ใช่คนสุดท้ายในสังคมกินแมว?

ซีรีส์ 'คลิปวิดีโอฉาว' ที่ทยอยปล่อยมาให้ชมเป็นตอนๆ ของสาวหน้าตาละม้ายคล้าย 'แอนนา' นักร้องวัยรุ่น 'วงแจมป์' ค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่แสดงบทพิศวาสอันเร่าร้อนบนอินเทอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้

ทำให้ผู้ได้ชมบ้างแล้วต่างออกวิพากษ์วิจารณ์ว่า 'ใช่' หรือ 'ไม่ใช่' นักร้องคนดังกล่าวหรือไม่ ทำเอาเจ้าตัวผู้ถูกกล่าวถึงนั้น ต้องออกมาแก้ข่าวว่าไม่ใช่ตนเอง เพียงแต่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น และไม่เคยมีแฟนเป็นหนุ่มหน้าตี๋อีกด้วย

อีกมุมหนึ่งก็มีเสียงสะท้อนจากผู้ออกโรงทักท้วง หรือวิพากษ์วิจารณ์สื่อที่นำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้เกิดการแสวงหาวีซีดีเรื่องดังกล่าว

แต่ข้อเท็จจริงในสังคมไทยที่เห็นกันอยู่เวลานี้ ไม่ต่างจาก 'สังคมกินแมว' อันหมายถึงสังคมที่ไม่ยอมรับความจริง สังคมหน้าไหว้หลังหลอก โดยเฉพาะการเอารัดเอาเปรียบทางเพศ ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้ชายที่กระทำต่อผู้หญิง หากแต่ผู้หญิงด้วยกันเองก็พร้อมจะเล่นเกมไล่จับแมวผู้อ่อนแอมาบริโภค

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าเท่าใด ก็ยิ่งทำให้การกระพือข่าวทำได้ง่าย และไม่ต้องพึ่งพาสื่อแต่อย่างใด ซึ่งผู้คนในสังคมจำนวนมาก พร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ 'เรื่องลับ' หรือ 'เรื่องฉาว'

ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดคือ การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่สื่อลามก

จากการศึกษาของศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ เรื่อง 'ธุรกิจนอกระบบบนอินเทอร์เน็ต : ศึกษากรณีการประกอบธุรกิจสื่อลามกบนอินเทอร์เน็ต' (มิถุนายน 2548) พบว่า ทำธุรกิจดังกล่าวจะมีรายได้ ดังนี้

1.ค่าแบนเนอร์ (ค่าโฆษณาบนหน้าเวบไซต์) และ 2.จากการเชื่อมต่อกับเจ้าของเวบไซต์ชาวต่างชาติ หากมีลูกค้าสมัครสมาชิกรายละ 90 ดอลลาร์ เจ้าของเวบคนไทยจะได้ 45 ดอลลาร์ ทั้งเล่าว่า เคยมีผู้สมัครสมาชิกคนไทยสูงสุด 12 คนต่อวัน หรือมีรายได้สูงสุด 23,000 บาทต่อวัน และหากรวมรายได้จากการที่มีคนคลิกเข้ามาดูเวบไซต์นี้ จะทำเงินได้ถึง 0.5 เซนต์ต่อราย รวมแล้วมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1-2 แสนบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ทำให้คนเข้ามาประกอบธุรกิจนี้มากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อลามกผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถทำรายได้ 3,600-40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งได้จากค่าแบนเนอร์ 3,000-20,000 บาทต่อเดือน ค่าขายสินค้า 600-20,000 บาทต่อเดือน และค่าสมาชิกสูงสุด 1,600 ต่อเดือน ค่าเครื่องคอมพ์ 30,000 บาท ค่าเปิดเวบ 3,600 บาทต่อปี ค่าสแกนเนอร์ 2,000 บาท ค่าซีดีไรเตอร์ 3,000 บาท เท่ากับ 1 เวบ จะถึงจุดคุ้มทุนภายในเดือนเดียว

และถามว่าเขาไม่เกรงกลัวกฎหมายกันเลยหรือ? คำตอบคือ 'ไม่' เพราะหากถูกจับกุมก็ปรับแค่ 2-3 พันบาท อีกทั้งกรณีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการบล็อกไอเอสพี ก็ไม่สามารถหยุดยั้งธุรกิจนี้ได้ เพราะเป็นการบล็อกชื่อ ไม่ได้บล็อกเซิร์ฟเวอร์

เมื่อถามว่าภาครัฐทำอะไรอยู่? ไยไม่เร่งรับมือ-เร่งแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ซึ่งคำตอบก็คือ ทำได้เพียงแค่ 'ไฟไหม้ฟาง' เกิดเรื่องที-ทำที แล้วเงียบหาย

ย้อนไปช่วงปลายปีที่ผ่านมา (ตุลาคม 2548) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี บอกว่า เดือนธันวาคมถือเป็นวันดีเดย์ จะมีการกวาดล้างพวกสื่อหนังสือการ์ตูน หรือว่าสื่ออินเทอร์เน็ต รวมทั้งร้านเกมต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อเรื่องการพัฒนาจิตใจของเยาวชน ก็จะเริ่มดำเนินการเต็มที่ โดยจะเป็นผู้ที่ลงมาบัญชาการเอง

ผลสืบเนื่องถ้อยคำอันแข็งกร้าวในช่วงเวลานั้น ทำให้กระทรวงไอซีทีได้สั่งปิดเวบที่ให้บริการ เฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 6-7 หมื่นเวบไซต์ โดยในจำนวนนี้จะเป็นเวบไซต์ลามกอนาจารจำนวน 90% ส่วนที่เหลือจะเป็นเวบการพนัน ค้าซีดีลามก และค้ายาผิดกฎหมาย

พร้อมทั้งเปิดบริการ 'ไซเบอร์แคร์-ไซเบอร์คลีน' โครงการป้องกันการเข้าชมเวบไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม โดยไอซีที จะให้ประชาชนดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ 'เฮาส์ ไซเบอร์คลีน' ลงบนคอมพิวเตอร์พีซี และจะมีไอคอน ไซเบอร์ คลีน ให้ผู้ปกครองหรือผู้ที่พบเห็นเวบที่ไม่เหมาะสม ทำการคลิกและส่งมายัง ไซเบอร์ อินสเป็กเตอร์ ก่อนที่จะทำการบล็อกเวบที่ไม่เหมาะสม

แต่ความร่วมมือจากภาคประชาชนเพียงอย่างเดียว ใช่เป็นแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างสัมฤทธิผล หากภาครัฐยังไม่มีมาตรการปราบปรามที่ชัดเจน ยังไม่เห็นปัญหาและความสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่เผยแพร่ภาพลามกของเด็กและวัยรุ่น ซึ่งกฎหมายที่ใช้อยู่ยังล้าสมัย แถมระดับการลงโทษก็ต่ำเกินไป

ดังนั้น ควรจะผลักดันให้ความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่ภาพลามกทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปอยู่ในร่าง พ.ร.บ.อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งร่างกฎหมายชุดนี้ยังเป็นลูกผีลูกคนอยู่

และล่าสุด ทีท่านายกรัฐมนตรี ในงาน 'นายกฯ พบเยาวชน' (8 ม.ค.) มีตัวแทนเด็กและเยาวชน จากสถานศึกษาต่างๆ ในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา รวมทั้งเครือข่ายเยาวชนจากองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 คน มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสนอประเด็นปัญหาต่างๆ ซึ่งนายกฯ กล่าวไว้ในวันนั้นว่า

"เด็กในวันนี้ ถือว่ามี information มากกว่าผู้ใหญ่ในสมัยที่ยังเป็นเด็ก ผมอยากฟังว่า พวกหนูๆ ลูกๆ หลานๆ อยากให้ทำอย่างไร คิดอย่างไร"

ขณะที่เยาวชนยังกล่าวถึงปัญหาการบริโภคสื่ออินเทอร์เน็ต และเวบไซต์ ต่างต้องการให้รัฐบาลควบคุมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสื่อลามกอนาจาร พนันฟุตบอล อยากให้ปราบปรามอย่างเด็ดขาด

แต่นายกฯ ก็โบ้ยบ้ายเบี่ยงบอก "ที่เยาวชนเสนอให้หน่วยงานเข้ามาดูแลการนำเสนอของสื่อ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก เกรงจะถูกมองว่าเข้าไปควบคุมสื่อ ผมยอมรับว่ามีปัญหาในการเข้าไปดูแลให้อยู่ในกรอบที่ถูกต้อง"

ฉะนั้น ถ้าคิดว่าไม่สามารถแก้ไขได้ เลยต้องปล่อยให้มี 'คลิปวิดีโอโป๊' ไว้โหลดกันอย่างสนุกสนานสนั่นเมือง กระนั้นหรือ?

 

 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com