 |
|
 |
| ปีที่ 13 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 |
 |
|
เทพชัย หย่อง
'ของเลียนแบบ' จากเพื่อนบ้าน สไตล์ 'ทักษิณ'
บอกแล้วไงครับว่า ความฝันสูงสุดทางการเมืองของท่านนายกฯ ซีอีโอของเรา คือการทำเมืองไทยให้เป็นแบบสิงคโปร์และมาเลเซีย
แต่เป็นแบบสิงคโปร์และมาเลเซียเฉพาะในแง่ที่มันทำให้นักการเมืองอยู่ได้อย่างมั่นคง ไม่มีคู่แข่ง ไม่มีใครท้าทาย
แต่ไม่ใช่ในแง่ที่ทำให้การเมืองบ้านเราใสสะอาดขึ้น หรือทำให้นักการเมืองโกงน้อยลง มีผลประโยชน์ทับซ้อนลดลง
เพราะทุกครั้งที่ท่านนายกฯ ทักษิณแสดงความชื่นชมเพื่อนบ้านสองประเทศนี้ ท่านจะพร่ำพรรณนาแต่เฉพาะความมีเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาล
หรือไม่ก็การที่รัฐบาลของสองประเทศนี้สามารถควบคุมสื่อมวลชนได้แบบอยู่หมัด จนหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ กลายเป็นเครื่องไม้เครื่องทางการเมืองของรัฐบาล
แต่ผมยังไม่เคยได้ยินท่านนายกฯ เราพูดถึงเรื่องดีๆ ทางการเมืองของสองประเทศนี้ที่น่าจะเป็นแบบอย่างให้บ้านเราได้บ้าง
อย่างเช่นที่ผู้นำของสิงคโปร์และมาเลเซียมีประวัติทางการเมืองที่แทบไม่มีรอยด่างพร้อย ไม่เคยถูกกล่าวหามีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือใช้อำนาจการเมืองเอื้อประโยชน์ให้ลูกเมียหรือญาติพี่น้องตัวเอง
หรือก็ไม่เคยถูกชาวบ้านนินทาว่าเวลาเดินทางไปไหนก็หนีบเอาผลประโยชน์ธุรกิจครอบครัวไปวางบนโต๊ะเจรจา
ยิ่งความจริงจังในการจัดการกับการทุจริตและคอร์รัปชันในสิงคโปร์ ผมก็ไม่เคยได้ยินคุณทักษิณพูดถึงแบบชื่นชมเพื่อเอาเป็นแบบอย่าง
เพราะที่นั่น รัฐมนตรีหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนไหนรับเงินใต้โต๊ะ หรือขอแบ่งเปอร์เซ็นขอ 'หัวคิว' จากโครงการของรัฐ รับรองได้ว่าผู้นำประเทศไม่เลี้ยงไว้แน่
ไม่เหมือนบ้านเรา ถูกจับได้ว่าโกงในกระทรวงนี้ ก็แก้ปัญหากันแบบไทยๆ ด้วยการย้ายไปอยู่กระทรวงอื่นเสียจะได้พ้นข้อครหาเฉพาะหน้าไป
แต่อะไรที่ทำให้ท่านนายกฯ และพรรคพวกได้เปรียบทางการเมืองโดยไม่เสียอะไร ไม่ว่าจะเป็นแบบมาเลย์หรือสิงคโปร์ ท่านเดินตามรอยทันที
อย่างล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คุณทักษิณประกาศเสียงดังฟังชัดแบบไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใครว่า จากนี้ไปจังหวัดไหนที่ชาวบ้านลงคะแนนเลือกพรรคไทยรักไทยของท่าน รับรองได้ว่าได้ขึ้นแท่นเป็นจังหวัดที่รัฐบาลจะดูแลเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ
ส่วนจังหวัดไหนที่ชาวบ้านบังอาจทำตัวแตกแถวไปเลือกเอาฝ่ายค้าน ก็ต้องทำใจครับ เตรียมอกเตรียมใจไปต่อท้ายคิวได้
ฟังดูแล้วมันคลับคล้ายว่าเป็นวิธีการหาเสียงที่หยิบออกมาจากคู่มือการใช้อำนาจการเมือง เล่มเดียวกับที่นักการเมืองสิงคโปร์และมาเลเซียใช้มาตลอด
อย่างในสิงคโปร์ ผู้นำพรรครัฐบาลที่มีชื่อว่าพรรค 'กิจประชา' ที่นายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนก่อตั้งขึ้น มักจะประกาศขู่เป็นประจำว่า เขตเลือกตั้งไหนที่ไม่เลือกผู้สมัครของพรรครัฐบาล ก็อย่าได้หวังเห็นเงินพัฒนาท้องถิ่นจากรัฐบาลเลย
แฟลตราคาถูกที่รัฐบาลอุตส่าห์สร้างให้ชาวบ้านอยู่ก็ปล่อยให้โทรมไปอย่างนั้นแหละ อยากเลือกฝ่ายค้านดีนัก ก็ไปแบมือขอเงินซ่อมแซมจากนักการเมืองฝ่ายค้านไป
ได้ผลครับ ชาวเมือง 'ลอดช่อง' กลัวคำขู่จนลนลาน รีบเทเสียงให้ผู้สมัครของพรรครัฐบาลทุกครั้ง เพราะที่สิงคโปร์เรื่องของโครงการเคหะเป็นเรื่องใหญ่ ราคาที่ดินแพงหูฉี่ ชาวบ้านที่ไหนก็อยากให้รัฐบาลเอาเงินไปลงสร้างแฟลตราคาถูกให้อยู่ทั้งนั้น
ทำไปทำมา ส.ส. ฝ่ายค้านในสภาก็เหลือเพียงคนสองคน พอเป็นเพียงไม้ประดับไม่ให้มันดูน่าเกลียดจนเกินไป
หรือถ้าสื่อมวลชนมีปัญหามาก ก็ส่งนักธุรกิจที่มีเส้นสายทางการเมืองเข้าไปกว้านซื้อหุ้นของทั้งหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ให้มาอยู่ใต้ร่มไม้ชายคาพรรครัฐบาลเสียให้หมด เสียงวิพากษ์วิจารณ์จะได้หมดไป
แต่ถ้าหนังสือพิมพ์หรือองค์กรเอกชนไหนไม่รู้สึกเข็ดหลาบ ยังส่งเสียงนกเสียงการบกวนรัฐบาลอยู่ ก็ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันแบบเอาให้หมดเนื้อหมดตัวกันเลยล่ะ
วิธีการจัดการกับสื่อและนักวิจารณ์ทางการเมืองของสิงคโปร์และมาเลเซียอย่างที่เล่ามานี้ ฟังดูแล้วรู้สึกคุ้นๆ มั้ยครับ
อยากให้ชาวบ้านชาวช่องเขายกย่องให้เป็น ลี กวน ยู หรือมหาธีร์ ของประเทศไทย ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกครับ
เพราะความทะเยอทะยานทางการเมืองมันห้ามกันไม่ได้
แต่ถ้าคิดจะลอกแบบเขา มันก็น่าจะลอกเลียนของดีๆ เขามาบ้าง ไม่ใช่เลือกเอาแต่ของแย่ๆ เขามา
หรือว่าส่วนดีๆ ของเขามันเลียนแบบยากเกินไป เพราะมันต้องใช้ทั้งความสามารถและความตั้งใจที่บริสุทธิ์
ก็เลยเอาแต่ของที่มันง่ายๆ ไว้ก่อน เพราะมันมีแต่ได้กับได้
|
|
|
| |
|
|
|