 |
|
 |
| ปีที่ 13 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 |
 |
|
รายงานพิเศษ/ผู้สื่อข่าวพิเศษ
โหมโรง 'ทุนมีเดีย' ปิดเกมเศรษฐี รอเปิดเกม 'กสช.'?
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ 'ทุนมีเดีย' อยู่สองเรื่องที่น่าสนใจ คือ กรณีปิดฉากละคร 'ซื้อหุ้นไอทีวี' ระหว่างไอทีวี กับไตรภพ-กันตนา และกรณีมีข่าวว่านายกรัฐมนตรีแอบนำรายชื่อว่าที่ กสช. 7 คนขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ
ทั้งสองกรณีดูเหมือนเป็นคนละเรื่อง แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะที่ 'ไอทีวี' เป็นสถานีโทรทัศน์ของตระกูลชินวัตร และ กสช.กำลังจะเข้ามามีบทบาทในการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ-โทรทัศน์ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ สงครามทุนมีเดียจะเต็มไปด้วยความเข้มข้นและคึกคักยิ่ง
19 มกราคม 2547 ไอทีวีสร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักลงทุนได้ตะลึงทั้งตลาด เมื่อผู้บริหารไอทีวีแถลงว่า ได้เชิญพันธมิตรผู้ผลิตรายการสองราย คือ ไตรภพ ลิมปพัทธ์ และ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมทุน (Strategic Partner) ตามที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ได้มีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนหุ้นสามัญ จำนวน 300 ล้านหุ้น เป็นมูลค่า 3 พันล้านบาท
พร้อมอนุมัติจัดสรรเสนอขายแก่พันธมิตรร่วมทุนเป็นการเฉพาะเจาะจงให้กับไตรภพ และบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายละ 150 ล้านหุ้น โดยกำหนดให้การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2548
ข่าวนี้ทำให้หุ้นไอทีวีพุ่งทะยาน นัยว่าวันนั้นผู้หุ้นไอทีวีรายใหญ่มีเงินเพิ่มขึ้นหลายพันล้าน และชื่อของ 'ไตรภพ' ได้ถูกโจษขานจากสื่อมวลชน ในฐานะนักธุรกิจมีเดียผู้มั่งคั่ง ผู้ประสบความสำเร็จ
แต่จากวันนั้นเป็นต้นมา ข่าวการชำระเงินค่าหุ้นไอทีวีก็เงียบงัน จนมีข่าวลือว่า 'ไตรภพ' หาเงินมาชำระค่าหุ้นไม่ได้
สุดท้ายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการชำระเงินค่าหุ้นไอทีวี จากสองพันธมิตร เมื่อ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ไอทีวีได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัท และพันธมิตรร่วมทุนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ อย่างไรก็ตาม พันธมิตรธุรกิจทั้งสองรายยังคงผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับบริษัทต่อไป
ปัจจุบันทั้งสองราย ยังถือเป็นพันธมิตรที่ดีของไอทีวี โดยเป็นผู้ผลิตรายการที่มีเวลาออกอากาศมากที่สุด และอยู่ในช่วงไพรม์ไทม์ของไอทีวี โดยไตรภพ และบริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด มี 6-7 รายการ ขณะที่กันตนามี 8 รายการ แต่หลังจากนี้ผู้ผลิตทั้งสองรายจะไม่มีสัญญาผูกมัดว่าต้องผลิตรายการให้เฉพาะไอทีวีเท่านั้น
ไตรภพ ลิมปพัทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า "การร่วมทุนให้ WIN WIN ทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ต้องมองอนาคตข้างหน้าด้วยว่าจะทำงานกันอย่างไร แม้ว่าดีลการร่วมทุนจะจบลงแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไอทีวียังคงมีอยู่ หลังจากนี้เราจะคุยกันต่อเรื่องการทำงานร่วมกัน และยังยืนยันว่าจะผลิตรายการให้ไอทีวีเท่านั้น แม้จะไม่มีสัญญาห้ามการผลิตรายการให้ช่องอื่นก็ตาม"
ในการแถลงข่าววันนั้น ไม่มีใครพูดถึงข่าวเพิ่มทุนอันครึกโครมเมื่อปีที่แล้ว และไม่มีใครยืดอกมารับผิดชอบกับนักลงทุนรายย่อย เมื่อราคาหุ้นไอทีวีหล่นวูบลงมาราวกับดาวหางร่วง
0 0 0
อีกด้านหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมีเดีย คือคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ที่ผ่านกระบวนการคัดสรรจากวุฒิสภามาแล้ว แต่จนถึงวันนี้ นายกรัฐมนตรียังมิได้นำรายชื่อ 7 กสช.ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ
ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวว่า มีหนังสือจากราชเลขาธิการ เพื่อขอข้อมูลปัญหาความไม่ชอบมาพากลในกรณีกระบวนการสรรหา กสช.
ในเรื่องนี้ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า กรณีที่มีรายงานว่าเลขาธิการคณะองค์มนตรี ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ มีหนังสือถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อทราบความคิดเห็นปัญหาและอุปสรรค เพราะมีวุฒิสมาชิกบางคนแจ้งว่ากระบวนการคัดเลือก กสช.บางคนไม่โปร่งใสว่า ไม่ทราบว่าข่าวนี้มาได้อย่างไร
แต่เท่าที่ทราบ รัฐบาลไม่เคยส่งเรื่องขึ้นไปกราบบังคมทูลเลย เรื่องยังอยู่บนโต๊ะตนอยู่เลย แล้วจะนำเรื่องไปกราบบังคมทูลได้อย่างไร ตนยังนึกไม่ออก พูดกันไปเป็นคุ้งเป็นแคว คงมีคนไปถวายฎีกา เมื่อทางสำนักราชเลขาธิการได้รับฎีกา ก็มีสิทธิที่จะสอบถามได้ แต่อย่าเอามาผูกว่าส่งไปแล้วถูกตีกลับ
ส่วน เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กทม. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงมีการทูลเกล้าฯหรือยัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพอจะบอกได้ว่าบ้านเมืองนี้ยังพอมีที่พึ่ง เพราะว่าเมื่อพ้นจากวุฒิสภาไปแล้วเรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องเป็นคนรับผิดชอบในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งนายกฯ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้
ส.ว. กทม.กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าปัญหา กสช เป็นปัญหาที่หนักมาก ซึ่งมีปัญหาใหญ่อยู่ 2 ข้อ คือ กรรมการสรรหามีส่วนได้เสียกับผู้สมัครในทางธรุกิจ และในการสรรหา พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ มาตรา 7 และมาตรา 10 (1) ระบุไว้ว่า ผู้ได้รับการสรรหาจะต้องได้รับการพิจารณาก่อนว่าใครมีคุณสมบัติ มีความเชี่ยวชาญได้ และระบุชัดเจนว่าเชี่ยวชาญด้านใดด้วย ต้องให้เจ้าตัวมีลายลักษณ์อักษรประกอบมาว่ามีความเชี่ยวชาญด้านนั้นจริง แต่ปรากฏว่า กรรมการสรรหาได้ทำข้อมูลที่ไม่ตรงความจริงเกี่ยวกับความสามารถของผู้สมัครบางรายใส่เข้าไปในใบสมัคร ซึ่งสอบถามความจริงผู้สมัครรายนั้นไม่ได้มีความเชี่ยวชาญจริงกับข้อมูลนั้นๆ ซึ่งตรงนี้ไม่ตรงกับกฎหมายที่ได้กำหนดไว้
"เรื่องนี้ผมไม่เคยถวายฎีกาเพื่อคัดค้าน กสช. แต่เป็นการร้องเรียน และแสดงความเห็นไปตามปกติ จึงอยากให้นายบวรศักดิ์เข้าใจด้วย"
กล่าวสำหรับว่าที่ กสช. พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของวุฒิสภาฯ จะยืนยันความถูกต้องของกระบวนการสรรหา กสช. ส่งกลับไปให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งเอกสารรายละเอียดทั้งหมด ส่วนกรณีที่นายเจิมศักดิ์ ตรวจสอบว่ากระบวนการสรร หา กสช.ผิดกฎหมายนั้น เป็นเรื่องเดิม ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาเสียงส่วนใหญ่เห็นว่ากรรมการสรรหา กสช.ได้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายแล้ว ตามการลงมติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2548 ที่ผ่านมา
"การปล่อยให้มีการตั้ง กสช.จะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถ้ากลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ จะได้ กสช.ที่ดีกว่านี้หรือเปล่า" พิเชียรกล่าว
นั่นเป็นมุมมองที่ต่างกัน และยังไม่มีใครทราบว่า ว่าที่ กสช.ทั้ง 7 คน จะต้องประสบปัญหาเดียวกันกับกรณีผู้ว่าฯ สตง. หรือไม่?
แต่ไม่ว่าจะมี กสช.หรือไม่ บรรดากลุ่มทุนมีเดียก็ขยับปรับขบวนทัพกันคึกคัก เพราะสถานีวิทยุ-โทรทัศน์ช่องใหม่ ล้วนเป็นขุมทรัพย์ที่บริษัทมหาชนจะนำไปสร้าง 'มูลค่า' ในตลาดหุ้นได้ ดั่งกรณีไอทีวี เป็นตัวอย่างข้างต้น
|
|
|
| |
|
|
|