 |
|
 |
| ปีที่ 13 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 |
 |
|
ประกอบปก
'วังน้ำยม' รุกรวมพลังมุ้งเพื่อ..?
ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทยได้จัดทัพทั้ง 3 เขต 3 จังหวัด ยกเว้นสนามเลือกตั้งสตูล ที่พรรคไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.
โดยเขต 3 พิจิตร พรรคมอบหมายให้ 'เฮียเพ้ง' พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม เป็นแม่ทัพ พร้อมกำลังหนุนจาก ประชา มาลีนนท์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง
ส่วนเขต 1 อุทัยธานี พรรคมอบให้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.แรงงานฯ เป็นแม่ทัพ และสิงห์บุรี เป็นหน้าที่ของ อุไรวรรณ เทียนทอง รมว.วัฒนธรรม
ดูเหมือนว่าบรรยากาศวันนับคะแนนที่พิจิตร จะเคร่งเครียดเป็นพิเศษ ดูจากสีหน้าของ 'วราเทพ' ที่มาเกาะติดการนับคะแนนอย่างใกล้ชิดก็พอจะรู้ว่าสถานการณ์มันบีบหัวใจกองเชียร์แค่ไหน
ผิดกับสนามอุทัยธานี ที่ ประแสง มงคลศิริ ผู้สมัคร ส.ส.เดินทางออกจากอุทัยฯ ไปสมทบกับ 'สมศักดิ์' ที่นครสวรรค์ โดยไม่ต้องรอลุ้นผลคะแนน
เมื่อรู้ผลเลือกตั้ง 'ประแสง' ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับประชาชน ถือเป็นอุทาหรณ์ของผู้แทน 6 เดือนที่เป็น ส.ส.ค่อนข้างห่างจากประชาชนจึงถือเป็นจุดอ่อน หลังจากนี้ไปจะลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนมากกว่าเดิม
ถึงไม่วายจะแขวะเรื่อง 'โคล้านตัว' ที่มีแต่ป้าย ไม่มีโคแจกชาวบ้าน จึงทำให้คะแนนเสียงหายไปเยอะ!
เป็นที่น่าสังเกตว่า แกนนำกลุ่มวังน้ำยม ไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อะไร แม้ในช่วงหาเสียง 'สมศักดิ์' ในฐานะรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก็มาเป็นแกนนำช่วยหาเสียง ร่วมกับ ส.ส.จากกลุ่มวังน้ำยม 40-50 คน ซึ่งได้กระจายหาเสียงในทุกพื้นที่ แต่ดูเหมือนทุกคนจะยอมรับความพ่ายแพ้
เช่นเดียวกันกับ ส.ส.อีสาน ไทยรักไทย ที่นัดเลี้ยงสังสรรค์กันที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เมื่อค่ำวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในงานครั้งนี้ ส.ส.อีสานได้วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ระบุว่า ต่อไป ส.ส.เขต จะรอกระแสอย่างเดียวไม่ได้ เพราะผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ปรากฏออกมาแล้วว่าต้องทำงานหนักขึ้น
สำหรับแกนนำจัดงานนี้ คือ ชูชัย มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ สังกัดวังน้ำยม ซึ่งใกล้ชิดกับ 'สมศักดิ์' มาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคกิจสังคม เป็นผู้ที่ออกเทียบเชิญ ส.ส.อีสานทุกมุ้งทุกวังมาพบปะกัน
"ส.ส.อีสานควรลงพื้นที่เป็นทีม อย่าลงแบบต่างคนต่างทำ ไม่อย่างนั้นโอกาสจะกลับมาเป็น ส.ส.สมัยหน้าจะลำบาก" ชูชัย กล่าวบนเวที และว่า พรรคไทยรักไทยมี ส.ส.อีสานมากที่สุด โดยเป็น ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์ 24 คน ส.ส.ระบบเขต 126 คน ฉะนั้น ขอให้รวมตัวกันให้แน่น และช่วยกันทำงาน
แหล่งข่าวกล่าวว่า แรกๆ นั้นมีแต่ ส.ส.อีสานสังกัดวังน้ำยม แต่ครั้งต่อมา ก็มีวังพญานาค และวังน้ำเย็น เข้ามาร่วมมากขึ้น ซึ่งการเคลื่อนไหวของ 'ชูชัย' ได้รับการจับตามองจากผู้ใหญ่ในพรรคพอสมควร
ด้าน ส.ส.กทม. ที่ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ ยังวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่พรรคแพ้เลือกตั้งซ่อมถึง 2 เขต ว่าสาเหตุของการพ่ายแพ้มาจากนโยบายรัฐบาล ที่ไม่ได้ทำตามสัญญาในช่วงที่เคยหาเสียงไว้ ขณะเดียวกัน กระแสสังคมเริ่มจับตาการทำงานของรัฐบาล เช่น การปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ ส.ส.หลายคนยังมองตรงกันว่าประชาชนไม่ได้เลือกฝ่ายค้านเพื่อมาตรวจสอบรัฐบาล แต่เป็นเพราะต้องการสะท้อนให้รัฐบาลรู้ตัวว่าประชาชนเริ่มไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลบ้างแล้ว
โดยเฉพาะ ส.ส.กรุงเทพฯ หากโดนใบเหลือง โอกาสที่จะกลับมาสู่สภาอีกครั้งมีน้อยมาก เพราะชาว กทม.อ่อนไหวกับกระแส รวมทั้งกรณีการก่อสร้างเพิ่มเติมรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งรัฐบาลขัดแย้งกับ กทม.อย่างหนัก ทั้งๆ ที่ชาว กทม.สนับสนุนโครงการนี้ของ กทม.เต็มที่ ทำให้คะแนนนิยมของรัฐบาลในกทม.ตกลงไปเยอะมาก หากนำเรื่องนี้ไปรวมกับข่าวด้านลบของรัฐบาลด้วยนั้น แทบพูดได้ว่าปิดประตูชนะไปได้เลย
จากทัศนะดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ส.ส.ไทยรักไทยทุกภาค เริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับกระแส 'ขาลง' แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะยืนยันว่าเสถียรภาพรัฐบาลยังมั่นคง ประชาชนยังศรัทธานายกฯ และรัฐบาล แต่ลูกพรรคชักไม่ค่อยเชื่อน้ำยาประชานิยมเสียแล้ว!
|
|
|
| |
|
|
|