 |
|
 |
| ปีที่ 13 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 |
 |
|
ประกอบปก
การตลาดเฉพาะกลุ่มสไตล์ 'ทักษิณ'
ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ใน 4 เขต 4 จังหวัด ได้สร้างความสนใจให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่แพ้การเลือกตั้งใหญ่ เพราะ ส.ส.ซีกรัฐบาลพ่ายไปถึง 2 เขต ดั่งรายละเอียดข้างล่างนี้
พิจิตร เขต 3 ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ (มหาชน) ได้ 39,412 คะแนน นาวิน บุญเสรฐ (ไทยรักไทย) ได้ 22,304 คะแนน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 104,718 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 66,034 คน (63.06%) บัตรเสีย 3,889 ใบ บัตรไม่ลงคะแนน 425 ใบ (0.64%)
สตูล เขต 2 ฮอซาลี ม่าเหร็ม (ประชาธิปัตย์) ได้ 46,286 คะแนน (คิดเป็น 49.51% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 93,513 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 61,896 คน (66.19%) บัตรเสีย 9,771 ใบ (15.79%) บัตรไม่ลงคะแนน 5,829 ใบ (9.42%)
สิงห์บุรี เขต 1 พายัพ ปั้นเกตุ (ไทยรักไทย) ได้ 53,669 คะแนน ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ (ชาติไทย) ได้ 52,916 คะแนน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 166,586 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 114,067 คน(68.47%) บัตรเสีย 5,583 ใบ (4.89%) บัตรไม่ลงคะแนน 1,899ใบ (1.66%)
อุทัยธานี เขต 1 ธีระพันธ์ วีระยุทธวัฒนะ (ชาติไทย) ได้ 40,299 คะแนน ประแสง มงคลศิริ (ไทยรักไทย) ได้ 30,424 คะแนน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 111,879 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 76,990 คน(68.82%) บัตรเสีย 4,640 ใบ (6.03%) บัตรไม่ลงคะแนน 1,627 ใบ (2.11%)
สรุป 4 พรรคได้ ส.ส.พรรคละคน ตามสูตร 1-1-1-1 ที่มีนักวิเคราะห์การเมืองพยากรณ์ไว้ก่อนหน้านี้
0 0 0
ผู้ที่ตกเป็นเป้าในการวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คงหนีไม่พ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพราะเที่ยวนี้ลงทุนลงแรงหาเสียงช่วยลูกพรรคเต็มที่ โดยเฉพาะที่พิจิตร หัวหน้าพรรคฯต้องเดินทางไปเปิดการปราศรัยถึง 2 รอบ
แต่หลังรู้ผลเลือกตั้งมิทันข้ามวัน พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ยกขบวนไปจัดประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดนครสวรรค์ ก็กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับภายในโรงเรียนบรรพตพิสัยว่า "จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เรา ต้องดูแลเป็นพิเศษ.."
แน่นอน คำพูดทำนองนี้ย่อมมีปฏิกิริยาโต้กลับจากคนจังหวัด หรือภาคอื่นที่ไม่ได้เลือกพรรคไทยรักไทยอย่างรุนแรง และก็เป็นไปตามความคาดหมาย มีก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ในการปราศรัยเที่ยวนี้
สำหรับนักวิชาการที่เฝ้าติดตามการทำงานการเมืองของหัวหน้าพรรคไทยรักไทยมาโดยตลอด กลับมองว่านี่เป็นวิธีการทำการตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม
พ.ต.ท.ทักษิณ รู้ว่าเขากำลังจะสื่อสารกับใคร ก็จะพูดเอาใจกลุ่มนั้น โดยไม่ใส่ใจกลุ่มอื่นหรือคนส่วนใหญ่ ขอเพียงได้ 'เม็ดคะแนนใจ' จากคนกลุ่มเป้าหมายก็พอแล้ว
อย่างเช่นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2548 พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 6 /2548
ว่ากันว่า ก่อนเข้าวาระการประชุม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีเป็นพิเศษ โดยบอกกับที่ประชุมว่า "มีมติอะไรให้เป็นไปตามที่เตรียมกันมา เอ้า..เสนอมาได้เลย ว่ากันตามนั้นเลย" สร้างความประหลาดเป็นอย่างมากแก่ตัวแทนจากคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ
บทสรุปจากที่ประชุม คือ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร 21 คน โดยมี ในส่วนของผู้แทนเกษตรกร จำนวน 9 คน (จากกรรมการผู้แทนเกษตรกรทั้งหมด 20 คน)
ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ส่วนภาคราชการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย รวมทั้ง เลขาธิการกองทุนฯ ผอ.สำนักการจัดหนี้ของเกษตรกร
ที่ประชุมเห็นชอบให้กองทุนฟื้นฟูฯ ซื้อหนี้ของเกษตรกรที่ถูกสถาบันการเงินฟ้องร้องและศาลสั่งบังคับคดี 4,617 ราย มูลหนี้ที่เป็นเงินต้น 1,481 ล้านบาท ให้มาเป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ แทน โดยจะได้รับการยืดหนี้นานที่สุดถึง 20 ปี และไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ซึ่งบางรายอาจให้จ่ายหนี้ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้นโยบายเจรจากับสถาบันการเงินให้ลดเงินต้นที่เป็นหนี้ถูกดำเนินคดีลง 50% ด้วย
จึงมีความเป็นไปได้ที่กองทุนฟื้นฟูฯ จะใช้เงินในการซื้อหนี้เพียง 700 กว่าล้านบาทเท่านั้น โดยให้ใช้เงินประเดิมกองทุนที่มีอยู่แล้ว 1,800 ล้านบาทไปดำเนินการ หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่านี้ นายกฯ รับปากว่าจะหาเงินเพิ่มเติมให้
ที่สำคัญ รองนายกรัฐมนตรีที่จะเข้ามากำกับดูแลและเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูฯ คือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน พินิจ จารุสมบัติ ที่ไปกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข
ประเด็นนี้จึงถูกมองว่า รายชื่อกรรมการกองทุนฯ หลายคนที่มาจากตัวแทนเกษตรกรนั้น เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองกลุ่มวังน้ำยม
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า แกนนำเครือข่ายหนี้สินเกษตรกรฯ ส่วนใหญ่ใกล้ชิดสนิทสนมกับประธานกลุ่มวังน้ำยม-สมศักดิ์ เทพสุทิน ขนาดไปประชุม ครม.สัญจรที่นครสวรรค์ ยังมีการขนกำลังไปให้กำลังใจนายกฯ ทักษิณ
เกษตรกรบางรายถึงกับออกปากว่า ถ้า 'สุริยะ' มานั่งกำกับดูแลกองทุนฟื้นฟูฯ ก็คงเหมือนกับที่ 'สมศักดิ์' ดูแลเรื่องหนี้เกษตรกรในรัฐบาลที่แล้ว
ด้วยเหตุนี้กระมังที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะคงรู้เรื่องลึกๆ อะไรบางอย่างมาบ้างแล้ว จึงหันมา 'เอาใจ' กลุ่มวังน้ำยม!!
|
|
|
| |
|
|
|