เนชั่นสุดสัปดาห์

บ.ก. บอกกล่าว O
จากผู้อ่าน O
สุทธิชัย หยุ่น O
ในรอบสัปดาห์ O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก1 O
เรื่องจากปก2 O
เรื่องจากปก3 O
เรื่องจากปก4 O

รายงานพิเศษ O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
สัมภาษณ์พิเศษ O
รายงานเศรษฐกิจ O

สุนันท์ ศรีจันทรา O
ธรรมาภิวัฒน์ O
คิดอย่างไท O
เทพชัย หย่อง O

ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O




ปีที่   13   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 

จากผู้อ่าน

ฝันหวานๆ ของท่านผู้นำ

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและท่านผู้นำในหลายๆ เรื่อง สัปดาห์นี้พอดีมีจดหมายแฟนประจำ คือคุณ 'คนกรุงแก่' ที่หายหน้าหายตาไปนาน แต่ก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ 'นครสุวรรณภูมิ' ไว้น่าสนใจ ผมเลย 'ลัดคิว' นำมาลงเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนอื่น? ตามนี้

เรียน บรรณาธิการ นสพ.เนชั่นสุดสัปดาห์

ติดตามรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย นับแต่มีนายกรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้ง และเลือกตั้งบางช่วง ประชาชนทนไม่ไหวต้องร่วมกันขับไล่พวกเผด็จการออกไปไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลใดช่างฝันเหมือนรัฐบาลชุดนี้ 'ฝันเร็ว ทำเร็ว' รวดเร็วไม่เคยฟังความคิดเห็นใคร ตั้งหน้าผลักดันความฝันของตัวเองเสนอ ครม. เห็นชอบเป็นโครงการ การประชุม ครม.กี่ชุด ประธาน (นายกฯ) พูดคนเดียว ผู้มาประชุมไม่ต้องคิดพิจารณา เพียงเข้ามารับนโยบายไปปฏิบัติเท่านั้น ประธานเอ่ยเอื้อนอะไรออกมาก็เออออห่อหมกเห็นชอบเป็นมติ ครม.ไปทุกเรื่อง ถือเป็น ครม. ที่มีเอกภาพที่สุด รมต.คนใดหากมีท่าทีว่าจะไม่เห็นด้วย ก็ให้ไปปฏิบัติงานอื่นไม่ต้องเข้าประชุม เพื่อ ลดแรงเสียดทาน

เรื่องสำคัญที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ก็ซักซ้อมเสียงข้างมากของฝ่ายรัฐบาลไว้ก่อน ผลการลงมติจึงชนะท่วมท้นไปด้วยระบบพวกมากลากไป ทำให้อาจคิดไปว่า เป็นเผด็จการทั้งในครม.และสภา

รัฐบาลมีโครงการฝันหวานๆ ล้มเหลวเป็นฝันร้ายไปแล้วหลายโครงการ เช่นซื้อหุ้นทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล, เมืองใหม่นครนายก, ทางหลวงเลียบทะเลหนองผักเบี้ย, แหล่งบันเทิงครบวงจร (บ่อนการพนันบนดิน), อีลิทการ์ด, กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น, ครัวไทยไปโลก และ ฯลฯ ไม่รู้ว่าผลาญงบประมาณลงทุนไปแล้วเท่าไร แต่ไร้ผลงาน

ยังมีโครงการที่คิดว่าไม่น่าจะไปได้รอด เช่น โคเกษตรกรล้านครอบครัว, สระน้ำในที่ดินเกษตรกร, กองทุนหมู่บ้าน, เงินช่วยเหลือหมู่บ้าน SML (เหนือเมฆ), แปลงทรัพย์สินเป็นทุน, กล้ายางพารา, แทรกแซงราคาผลผลิตการเกษตร ฯลฯ เงินงบประมาณหายหกตกหล่นหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ก็ยังดันทุรังโครงการต่อไป

ถึงวันนี้ได้ยินข่าวโครงการในฝันเพิ่งประกาศให้ประชาชนตื่นเต้นตกใจกันอีก คือนครสุวรรณภูมิ,รถไฟสายรุ้ง (7 สี 7 สาย), สนามกีฬายักษ์ โครงการแต่ละโครงการคงต้องใช้เงินลงทุนเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน น่าวิตกว่าประเทศไทยจะขายอะไรไปใช้หนี้ ประเทศไทยอาจจะต้องล้มละลายในที่สุด

กทม.ขอฝันบ้างล่ะสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากบีทีเอสไปฝั่งธนฯ สนองความต้องการประชาชน โดยจะขออนุมัติสภา กทม. ใช้งบฯ กทม.เอง 2,300 ล้านบาท แต่สก.ทรท. เอาใจหัวหน้าพรรคนัดกันเบี้ยว ไม่เข้าประชุมทำให้สภาล่ม ส่วนนายกฯ ก็ออกมาแถลงว่า กทม.มิใช่รัฐอิสระ ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลก่อน คงจะเกรงว่าพรรค ปชป. โดยผู้ว่าฯ อภิรักษ์ จะแย่งคะแนนเสียงชาว กทม.ไปหมด เลยทำให้ฝันของ กทม.เรื่องแก้ปัญหาจราจรกลายเป็นฝันร้ายไป แต่นักกฎหมายบางท่านให้ความเห็นว่า กทม.มีอำนาจทำได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาล เพราะ คจร. ได้ให้ความเห็นชอบโครงการนี้แล้ว

เขียนมาติหรือค้านด้านเดียว อาจถูกหาว่ามีอคติกับรัฐบาลทักษิณ ไม่รู้เรื่องอะไร ดีแต่พ่นลมปาก! ยอมรับว่าโครงการที่ดีและเห็นด้วยก็มีมาก แต่มิใช่หน้าที่ที่จะมากล่าวชมเชยกันในที่นี้ เพราะเป็นหน้าที่ของท่านที่อาสาเข้ามารับทำ หากอยากมีอำนาจก็ต้องทนฟังได้

เพื่อลบข้อหาในวรรคก่อน จึงขออนุญาตเสนอแนะบ้างเล็กน้อย คือการจัดทำโครงการทุกโครงการควรจะแต่งตั้งให้ผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะ และมีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงในแต่ละเรื่อง เป็นคณะทำงานพิจารณาจัดทำโครงการตามหลักเกณฑ์อย่างละเอียดรอบคอบ ประเมินข้อดี ข้อเสีย ตลอดถึงผลตอบแทนที่จะได้รับว่าคุ้มการลงทุนหรือไม่ แล้วเสนอผ่านมาตามขั้นตอนก่อนนำเข้าสู่ครม. วิธีการและแนวทางปฏิบัติในการจัดทำโครงการต่างๆ มีกำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว แต่รัฐบาลนี้ชอบใช้อำนาจออกมติ โดยหลีกเลี่ยงไม่ยอมปฏิบัติตามระเบียบของราชการ ดังจะเห็นได้จากเคยมี โครงการฝันเหนือเมฆ เกิดขึ้นมาแล้ว อาจลืมไปว่า 'เหนือฟ้ายังมีฟ้า นอกสภายังมีประชาชน'

สำหรับโครงการนครสุวรรณภูมิที่กำลังเด่นดังที่สุดในขณะนี้ ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วย กับแนวทางที่ฝ่ายรัฐบาลได้แถลงข่าวผ่านสื่อสารมวลชน สาบานว่ามิใช่เพราะริษยาว่าจะมีใครได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบจากโครงการนี้ ประเทศอื่นในโลกต่างสร้างสนามบินหนีเมืองกันทั้งนั้น แต่ไทยเราคิดจะสร้างเมืองเข้าหาสนามบิน

ธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่ลุ่ม เหมาะสำหรับการทำเกษตรกรรม กว่าจะเป็นสนามบินก็ต้องใช้ทราย ดิน หินและวัสดุอื่นๆ ถมทับอัดแน่นในปริมาณนับแสนนับล้านตัน หากคิดจะสร้างเมือง อาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นที่อยู่อาศัย สถานประกอบการธุรกิจ หรือโรงงานอุตสาหกรรม คงจะต้องลงทุนปรับถมที่ดินกันอย่างมโหฬาร จึงไม่ควรขยายตัวเมืองเข้าไปยังบริเวณโดยรอบสนามบิน ซึ่งจะทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมเสียหายเกิดมลภาวะทั้งทางอากาศ และน้ำ มีผลกระทบเสียหายต่อ เกษตรกรเจ้าของแผ่นดินทองตามชื่อพระราชทานว่า 'สุวรรณภูมิ'

รัฐบาลควรสนับสนุนให้มีการประกอบการเกษตรอย่างยั่งยืนครบวงจรในพื้นที่โดยรอบสนามบิน มีหน่วยงานส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาการเกษตร ทั้งการทำนาข้าว ปลูกพืชผักและเลี้ยงกุ้ง-ปลา อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการสมัยใหม่ และจัดระบบคูคลองส่งน้ำ บำบัด และระบายน้ำเสียอย่างถูกต้องเป็นระบบ ตลอดจนสร้างการตลาดให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม เพิ่มผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกรภาคภูมิใจสมกับที่เป็น เกษตรกรแผ่นดินทอง

อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ควรกำหนดให้สร้างได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อกิจการของสนามบิน และเกี่ยวข้องกับเกษตรกรในพื้นที่เท่านั้น

ผู้โดยสารทุกเที่ยวบินสู่สุวรรณภูมิจะได้พบเห็นสภาพแวดล้อมที่สดใสร่มเย็น เขียวขจี อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร สร้างให้เกิดความประทับใจในแผ่นดินทองแห่งนี้ และช่วยกันป่าวประกาศไปทั่วโลก

ข้อเสนอนี้ คือความฝันที่ไม่น่าจะเกินความเป็นจริง และอาจจะเป็นความฝันของชาวไทยทุกคนด้วย

ท่านนายกฯ ทักษิณ จะลองจำไปฝันบ้าง บางทีอาจจะฝันหวานจนเกิดปีติสุขลืมตื่นไปเลยก็ได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ขอรับกระผม

ขอแสดงความนับถือ

'คนกรุงแก่'

กระท่อมกลางกรุง

'คุณกรุงแก่' เสนอความฝันที่ไม่น่าเกินความเป็นจริงนัก และยังอาจจะเป็นความฝันของพี่น้องคนไทยทุกคนด้วย ผมจึงทำหน้าที่ผ่านข้อเสนอนี้ไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนะครับ

พบกันใหม่ สัปดาห์หน้า.

 
 
 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com