เนชั่นสุดสัปดาห์

ในฉบับ
บ.ก. บอกกล่าว O
สุทธิชัย หยุ่น O
ในรอบสัปดาห์ O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก2 O
เรื่องจากปก3 O

ในกระแส
ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
สัมภาษณ์พิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
รายงานพิเศษ (4) O
สัมภาษณ์พิเศษ O

ทัศนะวิจารณ์

ต่างประเทศ
ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O
บุคคลโลก O
แกะกล่อง O

วรรณกรรม

ปกิณกะ-บันเทิง
ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O

กีฬา
กีฬา O

homepage




ปีที่   13   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2548 

รายงานพิเศษ/นกป่า อุษาคเนย์

เซน..ของผู้ชายเดือนตุลา

ดวงตะวันยังสาดแสงแรง ส่องสายแดดลอดช่องเมฆหนาดำที่อำพรางตัวอยู่เบื้องบน

ผิวถนนสุขุมวิทยังอลหม่านด้วยขบวนยวดยานพาหนะละลานตาเหมือนอย่างที่เคยเป็น

ลึกเข้ามาในซอยหมายเลข 55 อันเป็นสถานที่ตั้งของสถาบันปรีดี พนมยงค์ กลับอบอวลไปด้วย

มิตรภาพของนักอ่านและนักเขียน รวมถึงผู้คนในแวดวงหนังสือ...

พลันที่เสียงปรบมือดังขึ้น ก็เสมือนเป็นต้อนรับการกลับมาของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล นักเขียน

รางวัลศรีบูรพาคนล่าสุด ที่หลายคนขนานฉายาเขาว่า ‘ผู้ชายเดือนตุลา’

บรรยากาศในหอประชุมใหญ่ ราวบ่ายสองของวันเสาร์ที่ 24 กันยายน ล้วนคลาคล่ำไปด้วยมิตรรักนักวรรณกรรมมากหน้าหลายตา ซึ่งมาร่วมแสดงความยินดี กับทั้งมาร่วมรับฟังวงสนทนา ตลอดจนมาร่วมแสดงความคิดเห็น ในวาระเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของผู้ชายเดือนตุลา คนนี้

'ผ่านพบไม่ผูกพัน' คือหนังสือใหม่เล่มที่ว่านั้น ซึ่งเป็นการรวบรวมชุดความเรียงสั้นๆ จากคอลัมน์ 'ผ่านพ้นจึงค้นพบ' ในนิตยสาร ‘Travel Guide’ มาจัดพิมพ์เป็นเล่ม

ซึ่งหากจะจัดแบ่งแนวทางการประพันธ์ของเสกสรรค์อย่างกว้างๆ แล้ว ผ่านพบไม่ผูกพัน ก็คือ บันทึกการเดินทาง เช่นเดียวกับ วิหารที่ว่างเปล่า, เลียบเลาะชายคาโลก, ทางทากและสายน้ำเชี่ยว, เพลงเอกภพ กระทั่งผลงานไตรภาคชุดสำคัญ คือ มหาวิทยาลัยชีวิต, เดินป่าเสาะหาชีวิตจริง และเร่ร่อนหาปลา

พ้นไปจากนี้ก็เห็นจะเป็นทัศนะของเขาผ่านรูปคอลัมน์และบทสัมภาษณ์ รวมถึงคำปราศัย ซึ่งได้รับการรวมเล่มมาแล้วถึง 9 ชุดด้วยกัน ขณะที่วรรณกรรมในลักษณะของเรื่องแต่ง ซึ่งมีผู้ชื่นชมฝีไม้ลายมือของเสกสรรค์ในด้านนี้ไม่น้อย กลับมีเพียง 3 เล่มเท่านั้นคือ ฤดูกาล, ดอกไผ่ และคนกับเสือ

กล่าวสำหรับบันทึกการเดินทางชุดผ่านพบไม่ผูกพันแล้ว วงสนทนามีการตั้งข้อสังเกตถึงการใช้สรรพนาม 'บุรุษที่สอง' ในการเล่าเรื่อง ซึ่งเสกสรรค์ถือว่าเป็นขั้นตอนการพัฒนาของงานประพันธ์อันแตกต่างจากในอดีต ที่มีตัวตนปะปนอยู่ในงานเขียนค่อนข้างมาก ทว่า ก็ไม่แปลกต่างไปจากผลงานชุดวิหารที่ว่างเปล่าเท่าใดนัก หากแต่ต่างกันที่ขนาดความยาวสั้นของข้อเขียนในแต่ละตอน

เสกสรรค์เล่าต่อว่า ตนเขียนงานชุดผ่านพบไม่ผูกพันในสภาวะความคิดที่เติบโตขึ้น ขณะที่สังขารร่างกายของเขาอยู่ในช่วงขาลง ทว่า ในทางจิตวิญญาณหรือสติปัญญากลับเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

สำหรับภาพรวมของเนื้อสารในผ่านพ้นจึงค้นพบนั้น วงสนทนาสรุปว่า เป็นภาวะที่เสกสรรค์ได้ถอนตัวจากความผูกพันต่างๆ เป็นมุมมองที่ผู้เขียนมีต่อโลกซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิม และฐานรากที่สำคัญของงานเขียนชุดนี้ก็คือความปล่อยวาง

"...บางทีหากไม่เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขแวดล้อม บางด้านของความรู้สึกย่อมไม่สามารถโผล่ผลิออกมา หากไม่พลัดพรากจากกัน ก็มิอาจประเมินค่ากันและกันได้ หากไม่ออกไปเผชิญคลื่นลมในทะเลกว้างหรือสัมผัสความเฉียบชันของโตรกผา บางทีก็พานคิดว่าดาวเดือนบนเวิ้งฟ้าจะต้องโคจรรอบชีวิตตื้นของตัวเอง..." (หน้า 25)

เสกสรรค์บอกว่างานชุดใหม่นี้ต่างจากเล่มวิหารที่ว่างเปล่าซึ่งนำประสบการณ์ภายนอกเป็นตัวตั้งและถอดรหัสออกมาเป็นความเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต ขณะที่ผ่านพบไม่ผูกพันเป็นการนำประสบการณ์ภายในระดับจิตวิญญาณมาเป็นพื้นฐานความคิด เขาบอกต่ออีกว่าผลพวงที่ผลิตออกมาเป็นงานเขียนชุดนี้ อาจถึงขั้นสลายตัวตนดั้งเดิมเลยทีเดียว

"แท้จริงแล้วผมยังไม่บรรลุ ทว่า ผมพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง ผมมีทุนรอนอย่างหนึ่งซึ่งคนใกล้ชิดรอบข้างตัวผมรับรู้กันมานานแล้ว ก็คือผมไม่เคยมีความอยากได้ใคร่ดี งานเขียนชุดนี้กลั่นมาจากจุดหมายที่ผมนั่งมองความทุกข์ จุดแปรผันของมันคือความทุกข์ที่แสนสาหัสในช่วงที่ผ่านมา เมื่อความทุกข์มีมาก ผมก็นั่งมองมันแล้วก็คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสลายทุกข์ หรือทำอย่างไรที่จะลืมความทุกข์นั้น กระทั่งทำอย่างไรที่จะลืมทุกอย่าง ซึ่งต่อมาผมค้นพบว่าวิธีที่จะลืมสิ่งต่างๆ ได้นั้น จะต้องเริ่มต้นลืมไปว่าเราเป็นใคร...

"แน่นอนว่าผลลัพธ์ของงานชุดนี้คือบันทึกการเดินทาง แต่เป็นบันทึกการเดินทางภายใน ที่จำต้องถอยห่างจากเงื่อนไขภายนอก ต้องเดินทางอย่างมีสติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางกายภาพหรือการเดินทางเพื่อค้นหาในระดับจิตวิญญาณก็ตาม"

นอกจากประเด็นสำคัญข้างต้นที่บรรจุอยู่ในผ่านพบไม่ผูกพันแล้ว ยังมีบริบทของความรักที่เสกสรรค์เขียนเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย...เสกสรรค์บอกว่า ความรักที่แท้ต้องไม่มีเงื่อนไข

"ในแง่นี้ก็คือเราต้องไม่เอาตัวเราเข้าไปถือครอง อย่าไปเรียกร้องต่อความรัก ต้องฝึกตัวเองเป็นฝ่ายให้เสมอ"

บังเอิญที่ความคิดของเขาไปสอดคล้องกับแก่นแกนของหนังสือเล่มที่มีชื่อว่า Conversation with God ซึ่งเสกสรรค์บอกว่าหนังสือเล่มนี้คือการตีความศาสนาในแนวทางใหม่

"ผมชอบมากกับคำว่า Love everyone Need no one ในหนังสือ Conversation with

God"

นอกจากนี้เขายังเขียนเกี่ยวกับแง่มุมของความรักในหนังสือผ่านพบไม่ผูกพันไว้ว่า

"...อย่าสับสนระหว่างการรักผู้อื่นกับการรักตนเอง ข้อหลังนี้มักแสดงออกด้วยการอยากถูกรัก ซึ่งจะติดตามมาด้วยข้อเรียกร้องนานาประการ เพื่อดูดซับพลังของอีกฝ่ายหนึ่งมาเป็นพลังของตัวเอง หากท่านเริ่มต้นเช่นนั้น ความสั้นยาวของเส้นทางรักจะขึ้นอยู่กับว่าคนรักของท่านจะหมดสิ้นพลังเมื่อใด

"อย่าพยายามดัดแปลงคนรักของท่านให้เหมือนตัวท่าน หากจงรักษาความแตกต่างที่เชื่อมโยงเฉกเช่นเวิ้งฟ้ากับผืนทะเลที่ติดแน่นอยู่ด้วยกัน เกื้อกูลและส่องสะท้อนความยิ่งใหญ่ของกันและกัน แต่มิใช่สิ่งเดียวกัน ทว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่หลักประกันว่าเส้นทางรักของท่านจะต้องยืนยาวและสวยงามไม่แพ้ความรักบนเส้นทาง มันขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่งด้วยว่าจะปฏิบัติต่อท่านอย่างไร

"นอกจากนี้แล้ว ข้อควรทราบอีกประการหนึ่งคือ บทเรียนของความรักนั้น มักไม่ค่อยได้มาด้วยวิธีอื่น เว้นไว้แต่จะเคยทำผิดทำพลาดเกี่ยวกับมัน..." (หน้า 143)

จากนั้นเสกสรรค์ได้พูดถึงองค์รวมของงานเขียนเชิงบันทึกที่ผ่านมาโดยเฉพาะ 2 เล่มหลังสุดว่ามีประเด็นที่เชื่อมโยงกันอยู่ระหว่างความเข้าใจในปัจเจกกับการเคลื่อนไหวในการกระทำเพื่อผู้อื่น

"ทั้งหมดทั้งมวลของความเชื่อมโยงต่างๆ ในงานเขียนของผมก็คือ ทำอย่างไรที่จะลดความทุกข์ให้น้อยลงได้... ทั้งความทุกข์ของปัจเจกและความทุกข์ของสังคม ทำอย่างไรจึงจะให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม และทำอย่างไรให้เกิดการต่อสู้เพื่อคนทุกข์คนยากได้มีสันติภาพที่บริสุทธิ์มากขึ้น"

เสกสรรค์เล่าว่า ก่อนวันเปิดตัวหนังสือ ตนได้มอบหนังสือผ่านพบไม่ผูกพันให้กับ สุวินัย ภรณวลัย ซึ่งเมื่ออ่านจบก็เกิดแรงบันดาลใจให้เขียนบทความยาว 5 หน้ากระดาษทันที

"วันแรกที่อาจารย์สุวินัยได้อ่านหนังสือเล่มนี้ รู้สึกว่าท่านตื่นเต้นมาก อ่านหนังสือของผมจบก็รีบเขียนบทความขึ้นทันที ใช้ชื่อว่า 'เซน ใน ผ่านพบไม่ผูกพัน' ซึ่งยังไม่ได้ตีพิมพ์ และก็ส่งต้นฉบับลายมือให้ผมอ่าน พร้อมทั้งโทรศัพท์มาให้ความเห็นว่าที่ผมเขียนถึงประเด็นการเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งในหนังสือเล่มนี้ก็คือเซน

"จริงๆ แล้วผมเองก็ไม่ได้แตกฉานด้านเซน เพราะผมก็ศึกษาเซนเหมือนกับศึกษาธรรมะอื่นๆ เหมือนกับที่ผมศึกษาเต๋า วัชรญาณ หรือแม้กระทั่งโอโช

"เซนในความหมายของผมก็คือความเป็นหนึ่งเดียวกันของสรรพสิ่ง ใน Conversation of God

ซึ่งมีแนวคิดที่เข้าใกล้วัชรญาณมาก ก็บอกว่าต้องไม่ยึดติด ต้องไม่มีฉัน และไม่มีเธอ แต่ฉันเป็นเธอ"

ซึ่งก็สอดคล้องกับความคิดเห็นจากวงสนทนาที่กล่าวถึงการละทิ้งตัวตน และการไม่ครอบครองของความรัก และดูเหมือนว่าเสกสรรค์ได้เขียนเอาไว้ในคำนำของหนังสือเล่มที่ชื่อผ่านพบไม่ผูกพันอันเป็นการสรุปองค์รวมของเนื้อหา และเป็นการฉายภาพของรูปแบบการนำเสนอเอาไว้ได้อย่างเด่นชัด

"...ในสถานการณ์หนึ่ง หรือห้วงยามหนึ่ง หากเราสามารถอาศัยความรักและความกล้า เคลื่อนไหวให้เป็นเอกภาพกับตัวเอง เป็นเอกภาพกับเพื่อนมนุษย์ และเป็นเอกภาพกับวิถีจักรวาลไปพร้อมกัน ในโลก ย่อมไม่มีสิ่งใดที่ลงตัวไปกว่านี้แล้ว

"แน่นอน คนเราจะทำเช่นนั้นได้ต้องละเว้นทั้งการยึดครองและยึดติด อีกทั้งยังต้องกุมสติอยู่กับปัจจุบันขณะจึงจะมีอิสรภาพในการเคลื่อนตัวไปสู่ความสมดุล

"กล่าวอีกแบบหนึ่งก็คือ เราจำเป็นต้องฝึกตัวเองให้สัมผัสโลกด้วยมุมมองที่ต่างไปจากความเคยชินดั้งเดิม จนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเห็น เป็นทั้งผู้ชมและผู้แสดงในทุกฉากชีวิต โดยไม่สนใจที่จะเป็นเจ้าของสิ่งใด ความสัมพันธ์แบบเจ้าของ เป็นความสัมพันธ์แบบแยกส่วน มันทำให้เราไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งใดได้..."

ดวงตะวันส่องแสงอ่อนลงมากแล้ว ทว่า เมฆเทาก้อนใหญ่ยังแขวนตัวอยู่เบื้องบน...

และผิวถนนสุขุมวิทก็ยังอลหม่านด้วยขบวนยวดยานพาหนะอันละลานตาหนักหนากว่าเมื่อช่วงบ่าย

ยามนี้...ลึกเข้ามาในซอยหมายเลข 55 อันเป็นสถานที่ตั้งของสถาบันปรีดี พนมยงค์ ยิ่งอบอวลไปด้วยมิตรภาพของนักอ่านและนักเขียน รวมถึงผู้คนในแวดวงหนังสือ...

พลันที่เสียงปรบมือจบลง ก็เสมือนเป็นการกล่าวอำลาวาระสนทนาเปิดหนังสือเล่มใหม่ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล-ผู้ชายเดือนตุลา ที่ได้ยกระดับการเคลื่อนไหวทางความคิดผ่านรูปแบบที่ตัวเขาเองกล่าวไว้ในวงสนทนาว่า

"ทั้งหมดทั้งมวลของความเชื่อมโยงต่างๆ ในงานเขียนของผมก็คือ ทำอย่างไรที่จะลดความทุกข์ ทั้งความทุกข์ของปัจเจกและความทุกข์ของสังคม ทำอย่างไรจึงจะให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม และทำอย่างไรให้เกิดการต่อสู้เพื่อคนทุกข์คนยากได้มีสันติภาพที่บริสุทธิ์มากขึ้น..."

เป็นความเชื่อมโยงซึ่งสอดคล้องกับที่ สุวินัย ภรณวลัย ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เสกสรรค์เขียนถึงประเด็นการเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งใน 'ผ่านพบไม่ผูกพัน' เล่มนี้ ก็คือ 'เซน' นั่นเอง

 
 
 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com