เนชั่นสุดสัปดาห์

ในฉบับ
บ.ก. บอกกล่าว O
สุทธิชัย หยุ่น O
ในรอบสัปดาห์ O
ถอดรหัสข่าว O
เรื่องจากปก2 O
เรื่องจากปก3 O

ในกระแส
ข่าววิเคราะห์ O
รายงานพิเศษ O
สัมภาษณ์พิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (1) O
รายงานพิเศษ (2) O
รายงานพิเศษ (3) O
รายงานพิเศษ (4) O
สัมภาษณ์พิเศษ O

ทัศนะวิจารณ์

ต่างประเทศ
ข่าวต่างประเทศ (1) O
ข่าวต่างประเทศ (2) O
บุคคลโลก O
แกะกล่อง O

วรรณกรรม

ปกิณกะ-บันเทิง
ราศีแห่งดาว O
สัปดาห์นี้มีอะไร O

กีฬา
กีฬา O

homepage




ปีที่   13   ฉบับที่  762  วันที่  วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2548 

ข่าววิเคราะห์/บางนา บางปะกง

'กบชต.-มาเลย์' สองเงื่อนไขใหม่ดับไฟใต้

เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ก็จะครบรอบ 1 ปี 'ตากใบวิปโยค' แต่สงครามประชาชนที่ชายแดนใต้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน

แม้ฝ่ายรัฐเองจะมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาความไม่สงบอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการตั้ง 'คณะกรรมการบริหารจัดการในพื้นที่ตามนโยบายและยุทธศาสตร์เสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้' หรือ 'กบชต.' โดยให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน

แต่สื่อมวลชน นักวิชาการ และคนในพื้นที่กำลังจับตามองว่า 'กบชต.' จะสร้างเอกภาพในการแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ เพราะนับแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่เจาะไอร้อง เดือนมกราคม 2547 รัฐบาลทักษิณมีการปรับโครงสร้างกันหลายครั้งหลายหน จนจำชื่อคณะกรรมการไม่ได้แล้ว

ดูเหมือนว่า การปรับโครงสร้างรอบนี้ให้แม่ทัพบกเข้ามาบริหารงานเต็มตัว พร้อมกับให้รวมคณะทำงานฝ่ายอำนวยการของ กอ.สสส.จชต.กับกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้าเข้าด้วยกัน เพื่อกระชับการควบคุมสั่งการในพื้นที่ให้อยู่ในอำนาจของแม่ทัพภาคที่ 4 เพียงคนเดียว

ผศ.ปิยะ กิจถาวร นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเคยทำงานใน ศอ.บต. ปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ให้ความเห็นว่า "การตั้ง กบชต.ขึ้นมา วัตถุประสงค์น่าจะเน้นเรื่องยุทธการเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบเป็นพิเศษเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าจะประสพผลแค่ไหน"

อย่างไรก็ตาม เขายังมองว่าการตั้ง กบชต. ซึ่งมี พล.อ.สนธิ เป็นประธาน น่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีพอสมควร

"ที่ท่าน ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ว่าจะต้องแยกปลาแยกน้ำออกจากกันนั้น ก็แสดงให้เห็นว่าท่านเข้าใจว่าจะต้องทำงานมวลชนควบคู่กันไปด้วย"

นอกจากกรณีการตั้ง 'กบชต.' ขึ้นมาแล้ว ปัญหาใน 3 จังหวัดที่ตกเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ตลอด 2 สัปดาห์ ก็คือ เรื่องคนไทย 131 คนที่หลบหนีเข้าประเทศมาเลเซีย

ซึ่งตอนแรกทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง รัฐกลันตัน และต่อมาถูกย้ายไปควบคุมตัวที่รัฐตรังกานู

จากกรณีดังกล่าวส่อเค้าว่าจะบานปลายกลายเป็นปัญหาระดับนานาชาติ เมื่อคนไทย 131 คนเรียกร้องต่อ UNHCR ขอลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งได้รับการปฏิเสธในเบื้องต้นจากตัวแทน UNHCR ที่มาเลย์

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย เริ่มสะดุดจากกรณีคนไทยมุสลิมอพยพ เมื่อนายกฯ ทักษิณ ประกาศผ่านสื่อว่าจะไม่ขอเจรจากับทางการมาเลย์ในเรื่องดังกล่าว

หลังจากนั้นไม่นาน อานันท์ ปันยารชุน ประธาน กอส. ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า ตัวเขาเองเดินทางไปมาเลย์ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอับดุลลาห์ อาหมัด บัลดาวี นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และอดีตนายกฯ มหาธีร์ โดยผู้นำมาเลย์แสดงจุดยืนว่าไม่ได้สนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดน พร้อมที่จะเปิดการเจรจากับผู้นำรัฐบาลไทย

แต่ความปรารถนาดีของประธาน กอส. ก็ไม่ได้รับการขานรับจากนายกฯ ทักษิณ แถมบรรดาลิ่วล้อยังออกโรงโจมตีประธาน กอส. ว่าทำงานล้ำเส้น

ผศ.วรวิทย์ บารู กรรมการ กอส.กล่าวว่า จากการเดินทางเข้าไปกับคณะของประธาน กอส. ก็ยืนยันว่าทางผู้นำมาเลย์พร้อมจะช่วยไทยยุติปัญหาความไม่สงบ และไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือสนับสนุนกลุ่มใดๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในไทย เนื่องจากท่าทีดังกล่าวถือเป็นหลักการของชาติที่ผู้นำทางการเมืองในทุกยุคสมัยของมาเลเซีย ที่ไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อการแบ่งแยกดินแดนในประเทศไทย

สำหรับพรรคปาส ซึ่งอาจจะมีคนของเขาเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ก็ไม่เอาด้วย และความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างทุกวันนี้ คงไม่ใช่วิสัยที่เขาจะรับได้ นอกเสียจากรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งหมายถึงพรรคปาสที่ครองเสียงอยู่ในรัฐกลันตันจะยึดมั่นในหลักการดังกล่าวแล้วรัฐบาลกลางเองที่ยึดกุมโดยพรรคอัมโนเองก็ต้องยึดหลักการดังกล่าวด้วย

ส่วนท่าทีของรัฐบาลไทย ยังไม่มีสัญญาณใดว่าพร้อมจะเปิดการเจรจากับผู้นำมาเลย์ ขณะเดียวกัน ก็ยื่นข้อเสนอให้ส่งคนไทย 1 คน ที่ถูกออกหมายจับให้มาดำเนินคดีในประเทศไทย หากมาเลย์มีความจริงที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน ก็ต้องจัดการตามที่ทางการไทยร้องขอในเรื่องดังกล่าว

ถ้ามองจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชนของสองประเทศ ที่มีการประท้วงบริเวณหน้าสถานทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และสถานทูตมาเลเซียในกรุงเทพฯ ก็น่าจะทำให้การเปิดการเจรจากันของสองฝ่าย คงไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้แน่นอน

 
 
 

 
copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved,
Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com