 |
|
 |
| ปีที่ 13 ฉบับที่ 762 วันที่ วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2548 |
 |
|
สุทธิชัย หยุ่น
นายใหญ่, นายหญิงและเจ๊ใหญ่...ยกประเทศให้เขาไปเลยดีไหม?
เบื่อไหมครับ? น่ารำคาญไหมครับ? น่าเวทนาไหมครับ?
แปลกแต่จริง สังคมไทยอาจจะพูดถึงเรื่องการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม, อาจจะเรียกร้องความเท่าเทียมแห่งสังคม, อาจจะพร้อมจะเสียสละเพื่อความเป็นเอกราชของประเทศ
แต่คนไทยไม่ยักเดือดร้อน เมื่อคนวงการการเมืองพูดถึง 'เด็กนายใหญ่' กับ 'เด็กนายหญิง' และ 'เส้นของเจ๊ใหญ่'
และพร้อมจะปล่อยให้คนเหล่านี้อ้างอำนาจอิทธิพลบารมีของผู้ถูกกล่าวอ้างทั้งหลายเหล่านี้มาเอื้อประโยชน์ต่อตนและพรรคพวกของตน
นายใหญ่กับนายหญิงใช้อำนาจเช่นว่านี้จริงหรือไม่ 'เจ๊ใหญ่-เจ๊เล็ก' จะมีอิทธิพลที่จะเอา 'เด็ก' ของตนเข้าไปนั่งในตำแหน่งสำคัญของบ้านเมืองต่างๆ จริงหรือไม่ ดูจะไม่สำคัญเท่ากับว่าผู้คนในบ้านเมืองเชื่อเสียแล้วว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในการเมืองระดับชาติ
ขณะที่เจ๊ใหญ่, นายหญิง ไม่เคยออกมาปฏิเสธ ไม่เคยออกมาสำทับคนที่กล่าวอ้างถึงตัวเอง และไม่เคยบอกกล่าวกับประชาชนว่า ตนเอง 'ขีดเส้น' ระหว่างชีวิตส่วนตัว กับอำนาจหน้าที่ของสามี หรือภรรยาตนเองอย่างไร
เพราะเขาเห็นว่าสังคมไทยไม่เห็นเดือดร้อน, ไม่มีใครเห็นว่าเป็นเรื่องผิด, ตรงกันข้าม ลึกๆ แล้วคนไทยจำนวนไม่น้อยอาจจะมีความชื่นชมและแอบยกย่องคนที่สามารถจะเอ่ยอ้าง 'นายใหญ่' และ 'นายหญิง' กับ 'เจ๊' ทั้งหลายทั้งปวง
ในสังคมที่มีวัฒนธรรมแห่งความเป็นธรรม และเคารพในความเท่าเทียมของความเป็นมนุษย์ เรื่อง 'เส้นใครเส้นมัน' เป็นเรื่องน่ารังเกียจ, เป็นปัจจัยบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
และหากเชื่อว่าการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ในประเทศนั้น ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็น 'คนของใคร' แล้ว ก็อย่าได้อ้างความเป็น CEO ที่จะเอาคนที่เหมาะสมไปนั่งทำงานในตำแหน่งที่เหมาะควร
หรือที่อ้างเป็นภาษาฝรั่งบ่อยๆ ว่า Put the right man in the right job อีกเป็นอันขาด
เพราะหากเป็นกรณีของ 'เด็กใครเด็กมัน' แล้วไซร้ ก็จะกลายเป็น Put my man in any job เสียมากกว่า
พิสูจน์ด้วยการกระทำแล้วด้วยซ้ำ นั่นคือ รัฐมนตรีคนนี้ตั้งเพราะเคยมีหนี้บุญคุณกันส่วนตัว, คนนั้นเป็นรัฐมนตรีเพราะเป็นหมอส่วนตัวของญาติผู้ใหญ่, อีกคนได้ตำแหน่งใหญ่โต เพราะสมัยหนึ่งเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา และอีกหลายคนได้ดิบได้ดีเพราะ 'เป็นเด็กของนายหญิง'
โดยไม่เกี่ยวกับความสามารถ, ไม่เกี่ยวกับประสบการณ์, ไม่เกี่ยวกับการยอมรับของประชาชน
และไม่สนใจด้วยซ้ำว่าประชาชนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าหรือไม่
ไม่สนใจความรู้สึกของประชาชน
ตั้งรัฐมนตรีคนนี้ได้สามเดือน หกเดือน, ทำงานไม่ได้ก็เปลี่ยน อ้างเหตุผลประสิทธิภาพไม่ถึง
ทั้งๆ ที่ตอนตั้งก็ไม่ได้ใช้เหตุผลของประสิทธิภาพเป็นข้อพิจารณาแต่ประการใดเลย
สังคมใดที่ยอมซุบซิบกันแค่ในสภากาแฟ ว่าด้วย 'เด็กนายใหญ่' และ 'เด็กนายหญิง' กับ 'สายเจ๊ใหญ่' สนุกปากเหมือนเป็นเรื่องนิยายน้ำเน่าในทีวีตอนล่าสุด โดยไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาของตัวเอง คือสังคมที่รอวันล่มสลายเท่านั้น
|
|
|
| |
|
|
|